'โรม' ผิดหวังมติสภาฯข้างมาก โหวตไม่ปล่อยตัว 'ชนนพัฒฐ์' ให้ดีเอสไอสอบ เหน็บเปิดช่องคนเอี่ยวทุนเทา หวั่นเอื้อ สส.ครหาผิดกฎหมายในอนาคต
เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติไม่อนุญาตส่งตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหา และทำการสอบสวนปากคำ ในระหว่างสมัยประชุมตามรัฐธรมนูญ มาตรา 125 ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ต้องยอมรับว่าประชาชนคงจะรู้สึกสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภาแน่นอน คือแน่นอนว่า เราคงไม่ได้ไปตัดสินว่านายชนนพัฒฐ์ผิดหรือไม่ผิด แต่ว่าถ้าดูข้อหา คดีที่อาจจะมีมูลอะไรบางอย่าง แล้วการที่รัฐสภาใช้มาตรฐานแบบที่ผ่านมา นั่นก็คือการไม่ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ให้กับฝ่ายบ้านเมืองได้ดำเนินคดี ก็เหมือนเป็นการปกป้องคนที่ถูกข้อกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือข้อข้อกล่าวหาร้ายแรงอื่นๆ
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประการที่สอง คิดว่าเรื่องนี้ ไม่ควรนำไปเทียบเคียงกับกรณีอื่นๆ ที่สภาจะสามารถใช้ดุลพินิจ ในการพิจารณาว่าจะอนุมัติตามคำร้องขอของฝ่ายบ้านเมืองหรือไม่ อย่างไร จะอ้างเป็นหลักปฏิบัติแบบนี้ต่อไป ตลอดชั่วกัลปวสานไม่ได้ แต่ควรดูจากความร้ายแรง ดูว่าเป็นเรื่องที่มีมูลไหม กรณีแบบนี้กับแบบอื่นแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้มีบางคนอ้างถึงกรณีนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งไม่เรื่องผิด ดังนั้นในเมื่อข้อเท็จจริงแตกต่างกัน การใช้ดุลพินิจของสภาก็ควรจะมีความแตกต่างกัน
“สถานการณ์วันนี้ที่นักการเมืองเสียงส่วนใหญ่ในสภา ยังถือหลักปฏิบัติแบบนี้ ผมเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นเพราะว่า ก็รู้กันดีหรือเปล่า ว่ามีนักการเมืองหลายๆ คนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาหลายๆ คน หากให้ สภายอมให้ฝ่ายบ้านเมืองเขาสามารถดำเนินการ ต่างๆ ได้ เกรงว่าในไม่ช้า มันจะลุกลามบานปลายไปถึงคนอื่นหรือเปล่า อันนี้ผมก็ได้แต่สันนิษฐาน แต่ไม่ว่าอย่างไร วันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันน่าผิดหวัง และมันทำลายความเชื่อ น่าเชื่อถือของสภา” นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่า ตามที่นายรังสิมันต์ได้โพสต์ข้อความไว้เช่น ให้สภาสั่งไปทางรัฐบาล หรือว่าฝ่ายความมั่นคงตามช่องทางธรรมชาติ แสดงว่ามันมีสัญญาณ หรือว่ามีอะไรบอกเหตุอะไรหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่ากันไว้ก่อน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีมติอะไรทำนองนี้ แล้วปรากฏว่าในภายหลัง แล้วตามจับไม่ได้ บางกรณีศาลพิพากษาแล้วด้วยซ้ำ จนถึงวันนี้ยังตามจับไม่ได้ ดังนั้นเราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ จะหนีไปที่ต่างประเทศหรือไม่ แต่สิ่งที่ควรจะทำคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ DSI หรือรัฐบาลอาจจะมีการสั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจ ให้เฝ้าระวัง ซึ่งตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ ดังนั้นเราควรการเตรียมการไว้แต่เนิ่นๆ
นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า นายชนนพัฒฐ์ เป็น สส. ภาคใต้ ก็ไม่ค่อยไกลจากชายแดนเท่าไหร่ คิดว่าพื้นที่ตรงนั้นต้องเฝ้าระวัง หากปรากฏว่า มีการหลบหนีจริง ซึ่งหวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีการหลบหนีก็ต้องมีการเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่หละหลวมปล่อยให้มีการหลบหนี วันนี้ สิ่งที่เราควรจะทำได้ให้เป็นเยี่ยงอย่างคือต้องไม่มีนักการเมืองคนใดที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาสามารถหลุดรอดจากกา ดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมืองไปได้ และถ้าอนาคตนายชนนพัฒฐ์ไม่ถูกดำเนินคดีต่อไปในวันข้างหน้า ตนคิดว่า สภาแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายกระบวนการยุติธรรมที่จะเอานักการเมืองที่เชื่อมกับทุนเทามาลงโทษ
เมื่อถามว่ามองว่านายชนนพัฒฐ์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการจริง ๆ หรือไม่ วันนี้ก็มีการชี้แจงไม่กี่นาที นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เป็นกังวล เนื่องจากตอนที่ตนเป็นประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคง เคยเชิญนายชนนพัฒฐ์ ช่วงปิดสมัยประชุมแต่นายชนนพัฒฐ์ ไม่มาเลยแม้แต่ครั้งเดียว และไม่มีหนังสือส่งมาที่กรรมาธิการด้วยซ้ำไป ดังนั้นตนตอบไม่ได้ว่า นายชนนพัฒฐ์จะให้ความร่วมมือสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ แต่สิ่งที่ตอบได้คือ วันนี้สิ่งที่สภาได้ทำลงไป ผ่านเสียงข้างมากที่ยกมือโหวตนั้น ถ้าสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมสภาก็ปฏิเสธความรับผิดชอบตรงนี้ไม่ได้เลยว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การดำเนินคดีเอาผิดกับนักการเมืองที่เชื่อมกับทุนเทาไม่สามารถเกิดขึ้นได้

