วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'อนุชา' ไม่หนักใจแข่ง 'ชัชชาติ' พร้อมชู5 นโยบายขอเสียงคนกรุง

“อนุชา” ไม่หนักใจต้องแข่ง “ชัชชาติ” ยันมาเพื่อเสนอทางเลือกที่สรางสรรค์ให้คนกรุง พร้อมชู5นโยบาย เพื่อเปลี่ยนกทม. ให้เป็นเมืองของความหวัง

ที่ศาลหลักเมือง นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ นําทีมผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพฯ (ส.ก.) เข้าสักการะศาลหลักเมือง หลังจากที่ยื่นใบสมัครและจับหมายเลขสมัครเพื่อใช้ในการหาเสียงแล้ว ทั้งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนการหาเสียงเลือกตั้ง

ทั้งนี้ นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ว่า หมายเลข 5 ที่จับสลากได้นั้นถือว่าสอดคล้องกับ 5 นโยบายหลักเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่เดินทางสะดวก มีความสะอาด มีความสบาย ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างเศรษฐกิจ รายได้ที่ดีขึ้น ภายใต้กลไกการบริหารราชการที่โปร่งใส สุจริต และสามารถตรวจสอบได้ทุกที่ทุกเวลา  ทั้งนี้คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตัวแทนมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องการโอกาสและความหวัง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมทำงานร่วมกันเป็นทีม ทั้งผู้บริหารเมืองและ ส.ก. ทั้ง 50 เขต โดยจะลงพื้นที่ตั้งแต่เช้าจรดมืดเพื่อรับฟังปัญหาเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ทั้งเขตชั้นใน ชั้นกลาง และชั้นนอก

นายอนุชา กล่าวต่อว่ากับแนวทางการสื่อสารกับประชาชน เนื่องจากบัตรเลือกตั้งในครั้งนี้มี 2 ใบ โดยใบสีเขียวเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ว่า ตนได้หมายเลข 5 ส่วนผู้สมัคร ส.ก.ของพรรคในแต่ละเขตจะได้หมายเลขที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ทีมงานและผู้สมัครทุกคนจะต้องเร่งลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับประชาชนอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการลงคะแนน และขอความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ ให้โอกาสพรรคประชาธิปัตย์กลับเข้ามาบริหารเมืองอีกครั้ง

เมื่อถามวาหนักใจหรือไม่ ในการแข่งขันครั้งนี้โดยเฉพาะกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าฯกทม.นายอนุชา กล่าวว่า ไม่รู้สึกหนักใจ ทั้งนี้การลงสมัครครั้งดังกล่าวไม่ได้มาเพื่อตำหนิ หรือโจมตีใคร แต่เพื่อเสนอทางเลือกที่สร้างสรรค์ให้กับประชาชน ข้อย้ำว่าที่ผ่านมาแม้ตัวแทนของพรรคฯจะไม่ได้รับการเลือกตั้งในบางช่วง แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ มาโดยตลอดอย่างไร้รอยต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านั้น นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงนโยบายหลัก 5 ด้าน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนเมืองหลวง ประกอบด้วย 1. เดินทางสะดวก การพัฒนาระบบคมนาคมเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก 2. เมืองสะอาด การรักษาความสะอาดของเมืองอย่างเป็นระบบ 3. ใช้ชีวิตสบายการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่สุขสบายของชาวกรุงเทพฯ 4. มีรายได้มากขึ้น ผ่านการการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชน และ 5. ตรวจสอบได้หมด คือ การบริหารราชการกรุงเทพมหานครด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

นายอนุชา กล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระดับท้องถิ่นว่า พรรคมีนโยบายที่จะเปิดเผยฐานข้อมูล  ด้านการจัดซื้อจัดจ้างและรายละเอียดสัญญาสัมปทานต่างๆ ของ กทม. ให้เป็นข้อมูลสาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ง่าย นอกจากนี้ จะมีการนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชันส่องรัฐและระบบอื่นๆ มาช่วยประมวลผลข้อมูล เพื่อตรวจจับความผิดปกติ ความไม่โปร่งใส หรือการมีผลประโยชน์ทับซ้อนในโครงการต่างๆ ของรัฐ