วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

‘เพื่อไทย’ ชูแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.152 คน กมธ.2คณะ วอนทุกพรรคลงชื่อหนุน

‘เพื่อไทย’ ชูแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.152 คน กมธ.2คณะ วอนทุกพรรคลงชื่อหนุน

“เพื่อไทย” ยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ สสร. 152 คน กมธ.ยกร่าง - กมธ.รับฟังความเห็น คณะละ 35 คน วอนทุกพรรคร่วมลงชื่อหนุนให้ครบ 100 เสียง พร้อมหนุนฉบับของพรรคอื่นในการรื้อสู่ฉบับใหม่

วันที่ 26 พ.ค. 2569 ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ  นางมนพร เจริญศรี สส.นครพนม นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ นายเอกพร รักความสุข อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และนายวิโชติ วัณโณ ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวความคืบหน้าการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ

‘เพื่อไทย’ ชูแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.152 คน กมธ.2คณะ วอนทุกพรรคลงชื่อหนุน

โดยนายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้ตั้งคณะทำงานยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อให้ สส.ร่วมลงชื่อเสนอร่างต่อรัฐสภา โดยสาระสำคัญคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนให้มากที่สุด และไม่ขัดต่อคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 โดยร่างดังกล่าว พรรคยังคงหลักการให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ( สสร. ) โดยมาจากการคัดเลือกเบื้องต้นของประชาชนในแต่ละจังหวัด ก่อนให้รัฐสภาคัดเลือกจาก 300 คน เหลือ 100 คน พร้อมเปิดให้ภาคส่วนต่าง ๆ เสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็น สสร. เพิ่มอีก 52 คน รวมเป็น 152 คน เพื่อสะท้อนความหลากหลายทางความคิดของสังคม

นายชูศักดิ์ ระบุว่า นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้องค์กร สมาคม สภามหาวิทยาลัย หรือกลุ่มบุคคลต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสม เข้ามาเป็น สสร. รวมถึงเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำขึ้น ยืนยันตามหลักการว่าจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึง สสร. ที่ร่างจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การป้องกันและการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

‘เพื่อไทย’ ชูแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.152 คน กมธ.2คณะ วอนทุกพรรคลงชื่อหนุน

เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้เป็นอำนาจของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกเสียงของสมาชิกรัฐสภามีความเสมอภาค เท่าเทียมกัน และมติเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเกณฑ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา

โดยมีสาระสำคัญของร่างแก้ไขมาตรา 256  มี สสร. 152 คน กรรมมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ 35 คน กรรมาธิการรับฟังความเห็น 35 คน โดยจะใช้เวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งหมด 300 วัน 

นายชูศักดิ์ ยังระบุว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องใช้เสียงสมาชิกรัฐสภาไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 หรือประมาณ 100 เสียงจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคเพื่อไทยมีเสียงอยู่ 74 เสียง จึงต้องประสานขอความร่วมมือจากพรรคการเมืองอื่นร่วมลงชื่อ โดยย้ำว่าเป็นเรื่องของประเทศชาติ ไม่ควรแบ่งฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านซึ่งเชื่อมั่นว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกพรรคการเมืองอย่างดียิ่งเพราะเป็นประโยชน์ของประเทศชาติแท้จริง เมื่อมีการร่วมลงชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถนำเสนอต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า 

‘เพื่อไทย’ ชูแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ตั้ง สสร.152 คน กมธ.2คณะ วอนทุกพรรคลงชื่อหนุน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แม้จะมีการทำประชามติจนได้เสียงอย่างท่วมท้น แต่ในวงเสวนาต่างๆ ก็จะมีข้อห่วงใยว่าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคการเมืองต่างๆ หรือสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของรัฐฉบับใหม่ไปทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่มีเหตุผล เพราะว่ามีประสบการณ์มาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมาชิกรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญกันเอง ก็จะมีเสียงครหาว่าจะทำไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภา หรือพรรคการเมืองเอง พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงข้อห่วงใยนี้ให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้ยืนยันหลักการให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากองค์กรต่างๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ยังมีการยืนยันเช่นเดิม 

นายจาตุรนต์ ระบุว่า เสียงข้างมากในรัฐสภาจะค่อนข้างมีความชัดเจนมั่นคงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้น เราคิดว่าความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ มีความจำเป็น และกระบวนการในการที่จะแก้ไขที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยินดีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคอื่นๆ โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านแต่อย่างใด หากมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน และในการประชุมสภา คงจะเกิดการแลกรายชื่อ เซ็นชื่อ เพื่อให้เกิดร่างแก้ไขจากหลายพรรคการเมืองเข้าไปพิจารณาพร้อมๆ กัน 

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมาหลายสมัยแล้ว การแก้ไขฉบับนี้ จะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้เลยหรือไม่ นายชูศักดิ์ เชื่อว่า เป็นไปได้ แต่สิ่งนี้มันก็อยู่ที่การทำความเข้าใจแล้วว่ามันควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญก็คือฉันทามติของเสียงข้างมากในรัฐสภานั้น จะต้องเข้าใจว่าเรามีความพยายามที่จะทำรัฐธรรมนูญมาช้านานแล้วเป็น 20 ปี และมันสำเร็จได้ คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องได้รัฐธรรมนูญที่มันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก
 

.