วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’ วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

เป็นเรื่องที่ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยเฉพาะสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สส.ทั้งสภาฯ จะต้องชั่งน้ำหนักให้ดีอีกครั้ง หลัง“วิปรัฐบาล” โยนให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรคการเมือง ถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะขอตัว "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว" สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนในคดีพนันออนไลน์ และอาชญากรข้ามชาติ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและทำการสอบสวนในระหว่างสมัยประชุมรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125

กว่าสมัยประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 ปี 2569 จะปิดสมัย ต้องรอถึง 2 เดือน เพราะสมัยประชุมรัฐสภาวันแรก เริ่ม 14 มี.ค. -11 ก.ค. 2569 ทำให้มีการชั่งน้ำหนัก ถึงคดีที่ “ชนนพัฒฐ์” กำลังถูกขอตัวไปสอบสวนนั้น จะสามารถใช้มติของสภาฯ เพื่อส่งตัวไปดำเนินคดีได้หรือไม่

ท่าทีของ “กรวีร์ ปริศนานันทกุล”สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ระบุถึงประเด็นนี้ น่าจะมีการพูดคุยกันในที่ประชุมวิปรัฐบาล แต่ส่วนตัวคิดว่า เรื่องนี้จะต้องให้แต่ละพรรคการเมือง ไปพูดคุยกันก่อน เพื่อหามติพรรค ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นค่อยกลับมาพูดคุยกันในวิปพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน
ขณะที่ “ชนนพัฒฐ์” ชี้แจงทันที ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Chonnaput Naksua (ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว) ว่า หน่วยงราชการต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังเปิดสมัยประชุม การขอมติจากสภาฯ จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ และป้องกันข้อบกพร่องในกระบวนการทางกฎหมายที่จะตามมาในภายหลัง  ตนถือว่ากระบวนการในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

“หากในอนาคต มีบุคคลใดถูกตั้งข้อสงสัยในลักษณะเดียวกัน ก็ขอให้ยึดถือบรรทัดฐานนี้ไปตลอด และขออย่าให้ประธานสภาฯ เลือกปฏิบัติต่อผมแต่เพียงผู้เดียว”

ย้อนที่มาที่ไปของกระบวนการดำเนินคดี “ชนนพัฒฐ์” เริ่มมีมาตั้งแต่ช่วงระหว่างหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป 8 ก.พ. 2569 ดีเอสไอมีมติรับคดีฟอกเงินเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “AK47MAX” (คดีพิเศษที่ 150/2568) หลังจากขยายผล พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปถึง “ชนนพัฒฐ์” และผู้ต้องหาอื่นๆ รวม 27 ราย

ต่อมา 6 มี.ค. 2569 ดีเอสไอออกหมายเรียก “ชนนพัฒฐ์” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่สามารถควบคุมตัวได้ เพราะ “ชนนพัฒน์” ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และเข้ารายงานตัวต่อสภาฯ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2569

อีกทั้งในระหว่างนั้น มีการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา เริ่มขึ้นวันแรก 14 มี.ค. 2569 ทำให้มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครองทันที

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

แม้ก่อนหน้านี้ “ชนนพัฒฐ์” จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองเมื่อ 12 มี.ค. 2569 กระทั่งดีเอสไอไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน จึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา 13 มี.ค. 2569

ต่อมาศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว “ชนนพัฒฐ์” ในชั้นฝากขัง จนกระทั่งคดีดังกล่าวยังคงค้างการดำเนินคดี

วันที่ 23 พ.ค.2569 ดีเอสไอต้องทำหนังสือมายังสภาฯ เพื่อขอตัวมาสอบสวนเพิ่มเติมในเดือน พ.ค.นี้ เพราะมีพฤติการณ์ที่อาจเชื่อมโยงเว็บพนัน และอั้งยี่

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

ปัจจุบัน “ชนนพัฒฐ์”หรือ สส.กฤต ได้รับการคุ้มครองตามเอกสิทธิ์ของ สส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ที่ในระหว่างสมัยประชุม ห้ามมิให้จับหรือคุมขัง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ เอกสิทธิ์ดังกล่าวจะหมดไป เมื่อพ้นสมัยประชุมรัฐสภา ซึ่งขอบเขตความคุ้มกันของสมาชิกรัฐสภานั้น จะมีข้อยกเว้น 2 ประการ

ข้อแรก กรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก

ข้อสอง กรณีที่เป็นการจับในขณะกระทำความผิด

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

กรณีที่รัฐสภาเคยมีมติ "ไม่ส่งตัว" ให้ดำเนินคดีสมาชิกรัฐสภา มีกรณีตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้น คือในช่วง ต.ค.2566 อดีต สว.อุปกิต ปาจรียางกูร ที่ประชุมวุฒิสภาในขณะนั้น มีมติด้วยคะแนนเสียง 174 ต่อ 7 เสียง ไม่อนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกตัวสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม

รอยด่าง สะเทือน‘รัฐบาลภท.’  วัดใจสภา อุ้ม‘ชนนพัฒฐ์’คดีฟอกเงิน

ปมร้อนดังกล่าว ทำให้ถูกมองว่ามีฝ่ายใดกำลังยื้อเวลาให้กับ “ชนนพัฒฐ์”หรือไม่ ซึ่งสุ่มเสี่ยงกลายเป็นตำบลกระสุนตกของรัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยเอง

เพราะหน่วยงานดีเอสไอ กระทรวงยุติธรรม ล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทย หากสภาฯ ลงมติไม่สามารถส่งตัว “ชนนพัฒฐ์” ไปดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ อาจทำให้ถูกมองว่า เป็นยื้อเพื่อช่วยให้ผู้ถูกกล่าวหา ยังคงได้รับเอกสิทธิ์ สส.ต่อไปหรือไม่ 

เรื่องนี้ย่อมเป็นจุดด่างพร้อย ในการปราบปรามเครือข่ายผู้มีอิทธิพลธุรกิจทุนเทาของรัฐบาลสีน้ำเงิน

ที่สำคัญเอกสิทธิ์ความคุ้มครอง สส. ไม่ว่าสภาผู้แทนราษฎรจะมีมติไปในทิศทางใด ระหว่างส่งตัว หรือไม่ส่งตัวไปดำเนินคดี ย่อมจะเป็นอีกบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตได้ หากมี สมาชิกรายใดกระทำความผิดร้ายแรงขึ้นมา