วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'กมธ.คมนาคม' สว. แนะ รัฐบาล ทบทวน 'แลนด์บริดจ์' ชี้มีจุดเสี่ยงมาก

'กมธ.คมนาคม' สว. แนะ รัฐบาล ทบทวน 'แลนด์บริดจ์' ชี้มีจุดเสี่ยงมาก

"กมธ.คมนาคม วุฒิสภา" นำเสนอผลการศึกษา "แลนด์บริดจ์" แนะให้ทบทวนการศึกษาของ “สนข.” ทั้งหมด เหตุคลาดเคลื่อน-ไร้ฐานข้อมูลรองรับ เสี่ยงภาระการคลัง

ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณารายงานการศึกษาเรื่อง การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคมนาคม ที่มีนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณาแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้พิจารณาญัตติ เรื่อง ขอให้รัฐบาลทบทวนการเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ที่เสนอโดยนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นผู้เสนอเนื่องจากเป็นเนื้อหาทำนองเดียวกัน

โดย นายวุฒิชาติ นำเสนอรายงานตอนหนึ่งว่า  กมธ.ได้พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวอย่างรอบด้าน ทั้งเชิงนโยบาย เชิงเทคนิค เชิงเศรษฐศาสตร์ และความเป็นไปได้ในการดำเนินดำเนินการจริง เพื่อเกิดความรอบคอบและประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ โดยได้ตั้งคณะอนุกมธ.เมื่อเดือน ส.ค. 2568 ทำหน้าที่พิจารณาศึกษาเป็นการเฉพาะ โดยได้เชิญผู้ที่เกี่ยวข้องผู้เชี่ยวชาญอย่างรอบด้านให้ข้อมูล  ทั้งนี้ในข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ไม่ได้มุ่งสนับสนุนหรือคัดค้านในลักษณะที่เชื่อมโยงกับกระแส ความความคิดเห็นทางสังคมด้านใดด้านหนึ่ง แต่พิจารณาบนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริง ที่ได้รับจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักวิชาการ และผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน เพื่อให้การศึกษาเป็นกลางรอบคอบ ตั้งอยู่บนพื้นฐานหลักวิชาการ

จากนั้น นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานคณะอนุ กมธ.ศึกษานโยบายด้านการขนส่งทางน้ำและพาณิชนาวี นำเสนอผลการศึกษาในสาระสำคัญตอนหนึ่งว่าโครงการนี้มีแนวคิดมาตั้งแต่ปี 2544 สมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จนมาถึงปัจจุบัน เพื่อสร้างความเจริญในพื้นที่ภาคใต้  ในการศึกษาพบว่าโครงการแลนด์บริดจ์ เป็นระบบโลจิสติกส์ต่อเนื่องหลายรูปแบบ ที่เชื่อมโยงทั้งระบบการขนส่ง ถ่ายตู้สินค้าหน้าท่า การบริหารลานเก็บกอง การขนส่งข้ามฝั่งด้วยระบบราง และการขนถ่ายขึ้นเรือถึงปลายทาง  ทั้งนี้ความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น หากแต่ขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการระบบโดยรวม ความต่อเนื่องของกระบวนการขนส่ง ความรวดเร็วในการดำเนินงาน และความสามารถในการรักษามาตรฐานความเชื่อถือในการแข่งขันกับท่าเรือและศูนย์กลางโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ

ขณะที่นายประพันธ์ โลหะวิริยศิริ สว. ฐานะอนุกมธ. นำเสนอรายงานต่อว่าจากการคาดการณ์ว่าหากสร้างแลนด์บริดจ์จะประหยัดเวลาเดินทางถึง 4 วันและลดต้นทุนขนส่ง 15% ถือเป็นความคลาดเคลื่อน และไม่มีฐานข้อมูลรองรับ เพราะไม่ได้นำต้นทุนที่จ่ายจริงมาพิจารณา หากถ่ายสินค้าเปรียบเทียบระหว่างช่องแคบมะละกาจะใช้เวลา9วัน เพราะมีการรอเรือ ขณะที่ถ่ายสินค้าแลนด์บริดจ์ จะใช้เวลา 5 วัน โดยไม่มีการรอเรือขนถ่าย ส่วนความเป็นได้ของการถ่ายตู้คอนเทนเนอร์ ที่มีสมมติฐานว่า การขนถ่ายตู้จากเรือลำหนึ่งไปยังอีกลำหนึ่ง 4,000 ตู้ ใช้เวลา 72 ชั่วโมง โดยพบว่าเป็นการคำนวณบนกระดาษ  เป็นเรื่องฝันในโลกทฤษฎี เพราะไม่เผื่อเวลาช่วงที่เกิดปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น หรือผลกระทบต่อห่วงโซ่ขนถ่าย

นายประพันธ์ นำเสนอต่อว่าโครงการดังกล่าวต้องทำและใช้ท่าเรือร่องน้ำลึก 19 - 20 เมตร แต่ร่องน้ำที่ท่าเรือฝั่งระนองเป็นร่องน้ำที่ตื้น หากขุดจะเสียค่าบำรุงรักษาระยะยาว และมีผลกระทบสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ รวมถึงอาจมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางทะเลติดกับประเทศเพื่อนบ้านที่ยังไม่ชัดเจนอาจจะนำไปสู่ข้อพิพาทโดยไม่จำเป็น  ดังนั้นจึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาล 2 ระดับ คือ 1.ข้อเสนอเชิงนโยบาย ที่รัฐบาลต้องพิสูจน์ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและการเงิน รวมถึงระวังต่อภาระทางการคลังระยะยาว และที่สำคัญต้องระมัดระวังต่อผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ที่มูลค่าสูง และความเสี่ยงและภาระทางการคลัง ที่สร้างภาระผูกพันระยะยาวที่ไม่จำเป็น นอกจากนั้นต้องทบทวนร่าง พ.ร.บ.SEC

“กมธ.มีข้อเสนอะดับปฏิบัติการด้วยโดยต้องทบทวนผลการศึกษาของสนข. ที่ทำมาทั้งหมด ทั้งสมมติฐานหลัก แบบจำลองเวลาและต้นทุน การบริหารจัดการตู้ให้รองรับระบบราง ประเมินเปรียบเทียบเวลาเส้นทาง ปรับปรุงแบบจำลองส่วนแบ่งตลาด ศึกษาแนวคิดการพัฒนาร่องน้ำ  เวนคืนที่ดินการสื่อสารและทบทวนรายงานโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสิ่งที่นำเสนอนั้นขอให้กลับไปไตร่ตรอง และยึดอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน” นายประพันธ์ อภิปราย