"กมธ.แก้ฝุ่นพิษ" ลงคะแนนลับเลือก "พิมพ์ภัทรา" นั่ง ปธ.กมธ. ชนะ ปชน. ที่เสนอ "ภัทรพงษ์" ย้ำภาพการทำงานเพื่อตรวจสอบ-เสนอแนวทางให้รัฐบาล ดีเดย์ส่งรายงาน 11 ก.ค.
ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษามาตราและแนวทางการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาไฟป่า และติดตามปัญหาวิกฤติฝุ่นละอองขนาดเล็ก เป็นครั้งแรก เพื่อเลือกประธาน กมธ. และตำแหน่งสำคัญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกประธานกมธ. ดังกล่าว พรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย ต่างเสนอตัวแทนของพรรคให้ดำรงตำแหน่งประธาน โดย พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สส.นครศรีธรรมราช พรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคประชาชน เสนอชื่อนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน
ทั้งนี้ก่อนการลงมติเลือกโดยเป็นการลงคะแนนลับ พบว่ามีข้อโต้เถียงกัน โดยนายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน พรรคภูมิใจไทย แสดงความเห็นว่า ประธาน กมธ.ควรเป็นคนของฝ่ายรัฐบาล เพราะเวลาประสานงานหรือทำหน้าที่ ถ้าเป็นรัฐบาล ส่วนราชการจะเกรงใจและประสานงานได้ดีกว่า
ขณะที่ นพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ไม่ควรมาเถียงกันว่าประธานควรเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะ กมธ.ชุดนี้ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาล
ทั้งนี้ สส.พรรคประชาชน เสนอให้ผู้ที่ถูกเสนอชื่อได้แสดงวิสัยทัศน์ เนื่องจากคณะกรรมาธิการชุดนี้มีเวลาทำงานเพียงไม่กี่เดือน ก่อนจะต้องสรุปข้อคิดเห็นเสนอต่อสภา ก่อนวันที่ 11 ก.ค. เพื่อให้ทันการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570
โดย น.ส.พิมพ์ภัทรา แสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า กมธ. ไม่ควรแบ่งแยกตั้งแต่ต้นว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะกมธ.ทำงานให้ประชาชน ตนเข้าใจดีว่าการทำงานในกมธ.จะเป็นการติดตามการทำงานของรัฐบาล การแก้ไขปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 และการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง และนำผลของ กมธ.ทุกชุดที่เคยพิจารณาไว้แล้ว มาพิจารณาในกมธ.ชุดนี้ เพื่อให้ดำเนินการได้เลย เนื่องจากมีเวลาจำกัด และ สส.ในพื้นที่จะต้องทำงานร่วมกันเป็นมิติสุดท้าย ที่สำคัญจะประชุมแต่ในห้องไม่ได้ ต้องลงพื้นที่ไปติดตามผลการปฏิบัติงานด้วย
ขณะที่ นายภัทรพงษ์ แสดงวิสัยทัศน์ว่า ตนเห็นด้วยว่าไม่ควรมีฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล แต่ต้องเป็น กมธ.ที่ทำงานร่วมกัน และต้องทำการบ้านจากรายงานของกมธ.ไฟป่าชุดก่อน รวมถึงรายงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ กมธ.ชุดนี้เคลื่อนตัวได้เลย โดยจุดเริ่มต้นเห็นว่า ควรต้องตรวจสอบสิ่งที่เคยทำพลาดจากการทำรายจ่ายในงบประมาณปี 2569 ว่ามีอะไรที่ยังขาดแคลน หรือมีจุดไหนที่ไม่เหมาะสม จนถูกตัดงบประมาณเหล่านั้นทิ้ง เช่น การทำแผนพื้นที่ควบคุมมลพิษในพื้นที่ภาคเหนือ แต่สุดท้ายกลับไม่มีการทำตามแผนเหล่านั้น อีกทั้งมีการของบประมาณไป แต่กลับไม่มีการจัดสรรและไม่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งต้องไปดูว่าติดขัดที่ตรงไหน ที่จังหวัดหรือว่าที่กระทรวง และการติดขัดเรื่องการใช้เงินสำรองราชการที่จังหวัดกังวลมากว่า จะถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ
“ผมเชื่อว่าถ้า กมธ.ทำงานร่วมกันจะช่วยเติมเต็มการจัดทำงบประมาณได้ รวมถึงการจัดทำแผนรับมือกับฝุ่นพิษ สามารถจัดการปัญหาไฟป่า ซึ่งต้องมีการวางแผนการทำงานให้ละเอียด เพื่อให้ทันต่อการเสนอเข้าสภาก่อน 11 ก.ค. ซึ่งจะคาบเกี่ยวกับช่วงที่พิจารณางบประมาณด้วย” นายภัทรพงษ์ กล่าว
จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การลงมติเลือกประธานกรรมาธิการและตำแหน่งสำคัญต่างๆ โดยเป็นการลงมติแบบลับ ซึ่งผลการโหวต พบว่าน.ส.พิมพ์ภัทรา ได้รับเลือกเป็นประธานกมธ. ขณะที่รองประธานกรรมาธิการประกอบด้วย นายสมบัติ เป็นรองประธานกรรมาธิการคนที่หนึ่ง นายภัทรพงษ์ เป็นรองประธานกรรมาธิการคนที่สอง ส่วนเลขานุการ คณะกรรมาธิการคือนางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย





