‘ภท.-ปชป.’ ศึกนโยบาย ‘ผู้แทนปักษ์ใต้’ หยัดได้?

‘ภท.-ปชป.’ ศึกนโยบาย  ‘ผู้แทนปักษ์ใต้’ หยัดได้?

อีกโจทย์สำคัญของภูมิใจไทยซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “พรรคกระสุน” ในเกมการเมืองรอบนี้  คือ การขี่ “กระสุน” ฝ่า “กระแส”  คะแนนนิยมในพื้นที่ภาคใต้ 

KEY

POINTS

  • พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นำโดย พิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ ตั้งเป้าชิง 30 ที่นั่งในภาคใต้ โดยใช้แคมเปญ "พิพัฒน์ หยัดได้" และนโยบายหลักคือโครงการ "แลนด์บริดจ์"
  • พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดยชัยชนะ เดชเดโช เป็นคู่แข่งสำคัญ โดยอาศัยฐานคะแนนนิยมเดิมในพื้นที่ ("พรรคกระแส") เพื่อต่อสู้กับภูมิใจไทย ("พรรคกระสุน")
  • เกิดการต่อสู้ทางนโยบายที่ชัดเจน โดยภูมิใจไทยชูโครงการแลนด์บริดจ์เป็นนโยบายเรือธงเพื่อพัฒนาภาคใต้ และหาเสียงสนับสนุน
  • พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์อย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า สส. ของพรรคจะไม่ยกมือสนับสนุนโครงการนี้ในสภา
  • บทความตั้งคำถามว่าระหว่างนโยบายที่แตกต่างกันของสองพรรคใหญ่ ผู้สมัคร สส. ภาคใต้ของพรรคใดจะได้รับความไว้วางใจ ("หยัดได้") จากประชาชนในที่สุด

แคมเปญ “พิพัฒน์ หยัดได้” ภายใต้แนวคิด “ขอโอกาสทวงคืน 30 ปีที่เสียไป” ประกาศบทบาทผู้นำการเลือกตั้งภาคใต้ ของ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ “ค่ายภูมิใจไทย”  

ไม่เพียงจะฉายภาพนโยบายภาคใต้ของพรรคสีน้ำเงินอย่างเป็นระบบ และครบวงจร ภายใต้นโยบาย 3 เสาหลัก ครอบคลุม 7 ด้านเพียงเท่านั้น ทว่าสัญญาณที่เกิดขึ้นเวลานี้ ตอกย้ำชัดว่า “59 ตั๋วผู้แทน” สนามปักษ์ใต้รอบนี้ ยังถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของ “พรรคสีน้ำเงิน” ตามเป้าหมายภูมิใจไทยพลัส 120+ เพื่อชิงเกมในการจัดตั้งรัฐบาล สานฝัน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ อีกหนึ่งสมัย 

อย่างที่รู้กันว่า เป้าหมาย “พรรคสีน้ำเงิน” ในสนามปักษ์ใต้รอบนี้อยู่ที่ 30 ที่นั่งเป็นอย่างน้อย ภายใต้โจทย์ใหญ่ ทั้งรักษาที่นั่งเดิมเติมที่นั่งใหม่ เห็นชัดถึงการโชว์ภาพภูมิใจดูด กวาดต้อนสารพัดบ้านใหญ่พร้อมเปิดตัวในช่วงที่ผ่านมา 

สแกนที่นั่ง สส.สีน้ำเงิน รอบที่ผ่านมา ภูมิใจไทยมี สส.ปักษ์ใต้ ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช 2 คน (แพ้เลือกตั้งซ่อม 1 คนเหลือ 1 คน) บวก สส.ย้ายพรรค 2 คน พัทลุง ปัจจุบันย้ายมาพรรคภูมิใจไทย 1 คน สุราษฎร์ธานี สส.ภูมิใจไทยเดิม 1 คน ย้ายมาจากพรรครวมไทยสร้างชาติ 4 คน

สงขลา ภูมิใจไทยมี สส.เดิม 1 คน ย้ายมาจากประชาธิปัตย์ 2 คน มาจากรวมไทยสร้างชาติ 1 คน กระบี่ ภูมิใจไทยชนะยกจังหวัด ตรัง สส. 4 คน จาก 3 พรรค ปัจจุบันย้ายไปสังกัดภูมิใจไทย 3 คน

 พังงา ภูมิใจไทยมี สส.เดิม 1 คน และย้ายมาจากพลังประชารัฐ 1 คน ระนอง มี สส.1 คน ภูมิใจไทยครองที่นั่ง  สตูล มี สส.2 คน ภูมิใจไทยชนะยกจังหวัด นราธิวาส ภูมิใจไทยมี สส.1 คน

อีกโจทย์สำคัญของภูมิใจไทยซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “พรรคกระสุน” ในเกมการเมืองรอบนี้  คือ การ ขี่ “กระสุน” ฝ่า“กระแส”  คะแนนนิยมในพื้นที่ภาคใต้ 

สะท้อนชัดจากผลสำรวจหลากหลายสำนักในรอบที่ผ่านมา พบว่าคะแนนนิยมของทั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และพรรคประชาธิปัตย์ พรรคคู่แข่งยังคงได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ

จึงได้เห็นภาพของการเกทับบลัฟแหลก ผ่าน “ศึกนโยบาย” ที่ต่างฝ่ายต่างชูแคมเปญเพื่อซื้อใจคนปักษ์ใต้ในสนามการเมืองรอบนี้ ยกตัวอย่าง นโยบายแลนด์บริดจ์ในห้วงที่ภูมิใจไทยคุมกระทรวงคมนาคม จึงเป็นธรรมดาที่ฝั่งพรรคสีน้ำเงินใช้นโยบายดังกล่าวชูโรงเพื่อต่อยอดไปสู่การเป็นรัฐบาลต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นท่าทีของ “พิพัฒน์” ในฐานะเจ้ากระทรวงพ่วงแม่ทัพภาคใต้สีน้ำเงิน ที่พูดย้ำหลายครั้งหลายครา ในการดันโครงการดังกล่าวแน่นอน หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล 

หรือแม้แต่ท่าทีของ “อนุทิน” หัวหน้าพรรค  พูดชัดในวันลงพื้นที่ช่วย “สส.เอ” คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ หาเสียงที่ จ.ระนอง เมื่อวันที่ 3 ม.ค.69 ที่ผ่านมา ยกระนองโมเดลซึ่งเป็นฐานเสียงพรรค ว่าระนองมีศักยภาพ และความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศโครงการแลนด์บริดจ์ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น...ซึ่งพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัครของพรรคมีความพร้อมในทุกมิติ

ทว่าคล้อยหลัง 2 วัน กลับเห็นภาพของการ “บลัฟกลับ” นโยบายปักษ์ใต้ของ “พรรคสีฟ้า” จากท่าทีของ “สส.แทน” ชัยชนะ เดชเดโช ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะแม่ทัพภาคใต้พรรคฟ้า พูดระหว่างลงพื้นที่ช่วย “มีศักดิ์ ภักดีคง” ผู้สมัคร สส. ชุมพร เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ พบปะประชาชน ที่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ถึงจุดยืนพรรคประชาธิปัตย์ “ไม่เห็นด้วย” กับโครงการแลนด์บริดจ์

"ถ้ามีเรื่องนี้มีการเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร หากตน และมีศักดิ์ ได้รับเลือกให้เป็น สส. จะร่วมกับ สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนจะอภิปรายคัดค้าน และไม่ยกมือสนับสนุนให้อย่างแน่นอน" ท่าทีของแม้ทัพภาคใต้พรรคฟ้ายืนยันอย่างชัดเจน 

เหล่านี้สะท้อนชัดถึงเกมชิงไหวชิงพริบผ่าน “ศึกนโยบาย” ระหว่าง “2 พรรค” ฝั่งหนึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “พรรคกระสุน” อีกฝั่งขึ้นชื่อว่าเป็น “พรรคกระแส” ไหนจะมีพรรคคู่แข่งทั้งพรรคกล้าธรรม ที่มีจุดยุทธศาสตร์ในพื้นที่ภาคใต้เช่นเดียวกัน หรือแม้แต่พรรคประชาชาติซึ่งถูกจัดวางเป็นสาขาพรรคเพื่อไทยในสนามปักษ์ใต้รอบนี้

ส่วนจะ “หยัดได้ม๊าย!” หรือ ฝั่งไหนจะ “หยัดได้” (ภาษาใต้แปลว่า เชื่อถือได้ ไว้วางใจได้) หลังวันที่ 8 ก.พ.นี้ จะได้รู้กัน! 

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์