วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

พท. ข้องใจ รัฐบาล 3 เดือน ย้ายข้าราชการทะลุ 300 ตำแหน่ง ปูทางเลือกตั้งหรือไม่

“เพื่อไทย” ข้องใจ “รัฐบาล” ย้ายข้าราชการ 3 เดือนทะลุ 300 ตำแหน่ง ปูทางเลือกตั้งหรือไม่ ซัด โยก อธิบดีกรมที่ดินเพียง 6 วัน โยงคดีสำคัญ ลั่น อย่าหนีการตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.เวลา​ 10.00 น.​ ที่พรรคเพื่อไทย นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ​ โฆษก​พรรค​เพื่อ​ไทย​ กล่าวถึง การติดตามการทำงานของรัฐบาล​ ในการโยกย้ายข้าราชการระดับสูง หลังจากการเข้ามาทำงานใน 1 เดือนของรัฐบาล​ มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงไปแล้ว 98 ตำแหน่ง​ ถึงขณะนี้​ ระยะเวลา​ 2 เดือนเศษ​มีการโยกย้ายไปแล้ว 122 ตำแหน่ง และคิดว่าสิ้นเดือนธ.ค. น่าจะทะลุ​ 300 ตำแหน่ง  โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย​ มีการโยกย้ายไปแล้ว 49 ตำแหน่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 13 ตำแหน่ง​ สำนักนายกรัฐมนตรี 12 ตำแหน่ง

ตนขอตั้งข้อสังเกตว่าหลายตำแหน่งเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญ​ เช่น เขากระโดง​ ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ในสังคม​ และตำแหน่งสำคัญอย่าง​เลขาธิการ​สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ​ (สทนช.) มีการปรับเปลี่ยน​ ทั้งที่ประเทศไทยจมน้ำอยู่เป็นล้านไร่​ หรืออธิบดีกรมที่ดินที่มีการแต่งตั้งเมื่อ 12 พ.ย.​ แต่หลังจากนั้น 6 วัน​ มีการโยกย้ายข้าราชการที่ดิน​ ในจังหวัดบุรีรัมย์​ทันที​ จึงอาจตั้งข้อสังเกตไม่ได้ว่า​ มีข้อเกี่ยวข้องกับคดีสำคัญหรือไม่ 

นายศึกษิษฏ์​ กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยจึงอยากเรียกร้องให้ประชาชนช่วยกันจับตามองถึงการแต่งตั้งโยกย้ายเหล่านี้​ แต่งตั้งตามกฎหมายและระเบียบหรือไม่หรือเป็นเพียงปลายภูเขาน้ำแข็ง​ เพราะเป็นข้าราชการระดับสูง​ ที่ต้องมีการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) และตั้งคำถามว่าข้าราชการที่ต่ำลงไปจะมีอีกจำนวนเท่าไหร่​ หรือการแต่งตั้งโยกย้ายในระดับนี้เป็นการแต่งตั้งเพื่อหาผลประโยชน์ หรืออำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งครั้งต่อไปหรือไม่​

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อว่า ทั้งเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายและการจัดการงบประมาณภาครัฐ มีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างชัดเจน โดยทางพรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้ประชาชน ช่วยกันจับตามองว่าการแต่งตั้งโยกย้าย และการเพิ่มขั้นตอนการของบประมาณ เป็นการปูทางอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้งหรือไม่ ที่มีการพูดว่าพร้อมแล้วที่จะยุบสภา เพราะเตรียม 2 เรื่องดังกล่าวไว้แล้วใช่หรือไม่ และหากนายกรัฐมนตรียืนยันว่าที่ผ่านมา บริหารราชการแผ่นดินได้อย่างถูกต้อง ก็อย่าหนีการตรวจสอบ 
           "ที่บอกว่าเพิ่งเข้ามาได้เดี๋ยวเดียว จะทำอะไรผิดได้ ทางพรรคเพื่อไทยเราเห็นต่าง เพราะความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว เป็นความเสียหายจำนวนมากด้วย ซึ่งการตรวจสอบรัฐบาลเป็นหน้าที่ของฝ่ายค้าน และพรรคเพื่อไทยไม่เคยเรียกร้องหรือบังคับให้ใครมาร่วมอภิปรายด้วย ทุกพรรคมีสิทธิ์จะโหวตอย่างไรก็ได้ ถ้านายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ ท่านก็น่าจะได้รับการไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อ ท่านอย่าหนีความรับผิดชอบ" นายศึกษิษฏ์  กล่าวและว่า

สำหรับพรรคเพื่อไทย เรามีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งหลายๆด้าน ทั้งสส.และผู้สมัครของเรา ได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหา และช่วยเหลือประชาชนอย่างอย่างเหนียวแน่นและใกล้ชิด รวมถึงเราได้ตั้ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง สส.บัญชีรายชื่อ เป็นประธานกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังได้มีการเปิดตัวผู้สมัครไปแล้ว กว่า 250 เขต และจะมีการทยอยเปิดตัวเรื่อยๆ เป็นการแสดงได้ชัดว่าพรรคเพื่อไทย ยังเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีความเข้มแข็ง และมีบุคลากรจำนวนมาก ต้องการเข้ามาร่วมงานด้วย อย่างไรก็ตามในเร็วๆนี้ จะมีงานเปิดตัวครอบครัวเพื่อไทย ซึ่งรอบนี้จะจัดอย่างเต็มองคาพยพ