"ภราดร" บอก กมธ.แก้รธน. ทำเสร็จสัปดาห์นี้ ครม. พร้อมรับช่วงเปิดวิสามัญ 8-11 ธ.ค. พร้อมตอบปมยื่นญัตติซักฟอก มีผลต่อการแก้รธน.
ที่รัฐสภา นายภราดร ปริศนานันท์ฐกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม รัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการยื่นขอทูลเกล้าฯ เปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ ว่า ตนได้เห็นความก้าวหน้าของการพิจารณาเนื้อหาในชั้น กมธ. ซึ่งประเมินว่าภายในสัปดาห์หน้าจะแล้วเสร็จ เพราะในวันที่ 21 พ.ย. นี้การพิจารณาจะเสร็จสมบูรณ์ และสัปดาห์หน้าจะเป็นการทบทวน ดังนั้นหากไม่มีอะไรผิดพลาด การทำงานของเจ้าหน้าที่จะแล้วเสร็จ ขณะที่ในส่วนของ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนได้หารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถึงแนวโน้มในการขอเปิดสมัยประชุมวิสามัญซึ่งนายกฯ และ ครม.ไม่ขัดข้องอะไร
"ครม.ยืนยันมาตลอดว่าจะเร่งผลักดันให้รัฐธรรมนูญเดินหน้าเร็วที่สุด หาก กมธ.แก้ไขรัฐธรรมนูญ เสร็จทันกรอบเวลา รัฐบาลพร้อมจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงวันที่ 8-11 ธ.ค. ส่วนจะเป็นวันที่เท่าใดต้องหารือและดูกันอีกที" นายภราดร กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีปัญหาหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เป็นคนละเรื่อง แต่ผูกโยงกันได้บ้าง ทั้งนี้แน่นอนว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องนำไปสู่การลงมติ ดังนั้นต้องดูญัตติว่าเป็นการอภิปรายครม.ทั้งคณะหรือรายบุคคล หากฝ่ายรัฐบาลแพ้โหวต จะไม่มีรัฐบาลต่อ และต้องโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ หรือเป็นอำนาจนายกฯที่จะตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งนายกฯจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภาไม่มีใครตอบได้
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าหากมีการยื่นเปิดอภิปรายนายกฯ จะได้รับได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร นายภราดร กล่าวว่า รัฐบาลไม่กลัวการตรวจสอบ แต่ฐานะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย การชนะเสียงในสภาแทบเป็นไปไม่ได้ จึงต้องประสานงานกับทุกพรรคในการพิจารณากฎหมาย เพื่อใช้เวลาในช่วงช่วง 4 เดือนให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
"เราพยายามหาความเห็นพ้องต้องกัน ซึ่งที่ผ่านมากฎหมายผ่านเยอะมาก เทียบแล้วการผ่านกฎหมายในช่วง 4 เดือนนี้ เกือบจะมากกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เสียงของรัฐบาลจะชนะในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และต้องดูว่าหากเสียงโหวตไม่ไว้วางใจมีมากกว่า 247 เสียงหรือไม่ ถ้าหากมากกว่านั้น นายกฯ ก็อยู่ไม่ได้" นายภราดร กล่าว





