วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

'สว.อิสระ' บี้ สว.สีน้ำเงิน หยุดกินรวบ ห่วงตั้งกกต.ไม่เป็นกลาง

"สว.อิสระ" บี้ "สว.สีน้ำเงิน" หยุดตั้งกมธ.ตรวจสอบประวัติ ห่วงตั้งองค์กรอิสระทั้งที่มีคดี อาจโยงประโยชน์ทับซ้อน ห่วงตั้ง กกต. ไม่เป็นกลาง มีผลต่อการเลือกตั้ง

ที่รัฐสภา สว.กลุ่มอิสระ นำโดย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ นายเศรณี อนิลบล ร่วมแถลงจุดยืนต่อการคัดค้านตั้ง กรรมาธิการ (กมธ.) ตรวจสอบคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่ง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แทนตำแหน่งที่ว่าง  2 ตำแหน่ง 

โดย น.ส.นันทนา กล่าวว่า จากสถิติการเป็น กมธ.ตรวจคุณสมบัติ ตลอดเวลา 1 ปี 2  เดือนที่ผ่านมา มีชื่อดังนี้ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร 11 ครั้ง นายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ 8 ครั้ง นายเอนก วีระพจนา 7 ครั้ง พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา 6 ครั้ง พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร 6 ครั้ง พ.ต.อ.กอบ อัจนากิตติ 6 ครั้ง นายอภิชาติ งามกมล 6 ครั้ง พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย 5 ครั้ง นายกมล รอดคล้าย 5 ครั้ง คือตัวอย่างการตั้งกมธ.แบบวนเวียน ไม่มีการกระจายแบบเป็นธรรมไม่ยอมให้สว.อิสระเข้าไปทำหน้าที่นี้เลยเพราะเหตุใด เหตุผลง่ายๆก็คือ กระบวนการตรวจสอบและคัดเลือก เป็นความลับ ทั้งหมดการจะกล่าวหาใคร ยกย่องใคร ก็แล้วแต่กมธ. จะหยิบยกข้อมูล หรือขุดข้อมูลมา

"เมื่อไม่มีคนนอกที่เป็นสว.อิสระ สามารถตัดสินกันได้ง่ายๆไม่ต้องมีเหตุผลอธิบาย ให้เหนื่อยยากปฏิบัติการเช่นนี้เรียกว่าปิดประตูตีแมว หากกระบวนการคัดเลือกองค์กรอิสระ ใช้วิธีการแบบเวียนเทียนวนอยู่กับคนกลุ่มเดิมๆ ที่รู้กันไม่สนใจความรู้ความสามารถก็จะได้แต่คนที่เป็น เครือข่าย พวกเดียวกันย่อมเป็นการดำเนินการที่ขาดประสิทธิภาพ ไม่โปร่งใส และอาจขัดเจตนารมณ์ของการจัดตั้งองค์กรอิสระ เพื่อให้มีองค์กร ที่เป็นอิสระจากรัฐบาล จากพรรคการเมือง เพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบถ่วงดุล แต่หากองค์กรอิสระ ต้องกลายเป็นองค์กรในกำกับของพรรคการเมือง จะส่งผลให้การตรวจสอบ การวินิจฉัยบิดเบี้ยว" น.ส.นันทนา กล่าว

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีบุคคลกลุ่มหนึ่งวางแผนเอาสว.เป็นสารตั้งต้นของการกินรวบองค์กรอิสระ โดยเฉพาะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. และ กกต.ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปทางการเมือง โดยเฉพาะ กกต.ที่วุฒิสภากำลังจะมีการเลือกอีก 2 ตำแหน่ง จะเป็น กกต.สีน้ำเงินหรือไม่ ทั้งนี้ กรรมการที่คุมการเลือกตั้งจะมาจากการสรรหาของวุฒิสภาชุดนี้  ในช่วง 3 เดือนนี้  เป็นช่วงวิกฤตมาก เพราะจะเป็นช่วงที่มีการสรรหาอย่างเร่งรีบเพื่อจะให้ทันการเลือกตั้ง เพราะ กกต. 2 ที่จะเลือกต่อไปนี้ และจะมี กกต.หมดวาระในปลายปีนี้อีก 2 คน ซึ่ง กกต.ทั้งหมดมี 7 คน ลองคิดดูก่อนหน้านี้มีสรรหามาแล้ว 1 คน และกำลังสรรหาอีก 2 คน รวมทั้งใกล้หมดวาระอีก 2 คน ก็จะเป็น 5 ใน 7 ดีไม่ดีอาจหมดวาระทั้งชุดเลยก็ได้

"เป็นจุดที่พรรคการเมืองต่างๆ ที่จะลงเลือกตั้งมีความหวั่นไหวว่าแม้จะชนะเลือกตั้ง แต่จะได้เป็น สส. หรือไม่ เพราะต้องเผชิญกับการต่อสู้รอบที่สองคือสู้กับ กกต. สู้กับพรรคการเมืองยังไม่เท่าไร ถ้า กกต. ไม่เป็นกลาง แม้จะได้เสียงเป็น 100 ที่นั่ง อาจจะลดลงเหลือไม่ถึง 50 ก็ได้ ดังนั้นเป็นจุดที่ต้องระวัง อย่ามองแต่ว่า 4 เดือนจะยุบสภาหรือไม่"นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

ด้าน นายเศรณี กล่าวว่า ปัจจุบันวุฒิสภากลายเป็นสภาที่วิบัติ สภากินรวบพับสนามเล่นและเห็นแก่ตัว ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ที่มีความเห็นตรงกันข้ามกับ สว.กลุ่มสีน้ำเงิน โดยเฉพาะ 21 คนที่เคยลงชื่อเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า สว. จำนวน 138 ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. สมควรดำรงตำแหน่งอยู่หรือไม่

"ชะตากรรมที่พวกตนได้รับคือสมุดปกดำ ซึ่งมีรายชื่อ สว.ทั้ง 21 คน ถูกแจกจ่ายไปให้กับ สว.สีน้ำเงินว่าห้ามพูดห้ามปฏิสัมพันธ์ ห้ามแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในกรรมาธิการทั้งสิ้น ซึ่งตำแหน่งในกรรมาธิการจะวนเวียนอยู่กับคน 30-40 คนเท่านั้น  แม้ 21 สว. จะร่วมเป็นกรรมาธิการคณะต่างๆ แต่เมื่อรายชื่อถูกส่งไปที่วิปวุฒิสภา ชื่อเหล่านั้นถูกตัดออกไป ทั้งนี้วิปวุฒิสภามีอำนาจมากในการก้าวก่ายการบริหารแผ่นดินของวุฒิสภา โดยเฉพาะคนชื่อวุฒิชาติ กัลยาณมิตร เลขาธิการวิปวุฒิฯ จนหลายคน เรียกวุฒิสภานี้ว่าคือสภาวุฒิชาติ ไม่ใช่วุฒิสภาแล้ว”นายเศรณีกล่าว