เมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงเหตุผลของพรรคประชาชน (ปชน.) โหวตสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ผลักดันนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็น นายกฯคนที่ 32 นั้น
ล่าสุด นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ หรือ "เป๋า ยิ่งชีพ" ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) คอมเมนต์ถาม น.ส.พรรณิการ์ ถึงกรณีการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ปัญหาก็คือ พรรคภูมิใจไทยอาจจะทำประชามติก็ได้ แต่ว่าอาจจะตั้งคำถามที่ล็อกหมวด 1-2 เป็นคำถามที่มีสองประเด็นอยู่ในคำถามเดียว แล้วจะทำให้ผลประชามติถ้าเป็น YES ก็จะเป็น YES แบบถูกหลอกล็อกไว้ ถ้าผลเป็น NO ก็คือไม่ได้ทำรัฐธรรมนูญใหม่เลย หรืออาจจะมีคำถามที่แย่กว่านั้นที่เป็นเชิงชี้นำเพื่อให้เกิดผลร้ายก็ได้
อ่านข่าว: 'ช่อ' ชี้นาทีวัดใจ ปชน. เลือก 'อนุทิน' ทำฝ่ายอนุรักษนิยมเข้มแข็ง
"ตอนนี้อำนาจในการกำหนดคำถามประชามติ ไม่ได้อยู่ในมือของประชาชนแหละสภาผู้แทนราษฎรแต่อยู่ในมือของคณะรัฐมนตรี การชวนประชาชนช่วยกันรณรงค์เป็นเรื่องที่ดี และสำคัญมากแต่อำนาจการตัดสินใจเรื่องสำคัญ ที่อาจส่งผลต่อรัฐธรรมนูญอย่างมาก อาจจะไม่ได้อยู่ที่เราครับ" นายยิ่งชีพ ระบุ
ต่อมา น.ส.พรรณิการ์ คอมเมนต์ตอบกลับว่า คำถามประชามติกำหนดไว้ใน MOA แต่แนนอนว่าถึงเวลาจริงต้องไปเจรจา ต่อสู้กันอีกยก ที่พี่เป๋ากังวลเราเข้าใจดี แต่ต้องเดินไปเพื่อให้ถึงการแก้ให้ได้
อย่างไรก็ดี นายยิ่งชีพ ตอบกลับ พร้อมแนบเอกสาร MOA ของพรรค ปชน. ว่า ขออภัย ไม่เห็นจริงๆว่าตรงไหนที่เขียนว่าจะต้องตั้งคำถามอย่างไร หรือไม่ควรตั้งคำถามอย่างไร ทั้งนี้เข้าใจว่า การเขียนทุกรายละเอียดมันก็อาจจะละเอียดไป แต่ถ้าการคุยกันแล้วก็ควรจะจะแถลงให้ชัดเจน หรือก็อาจจะพอเข้าใจว่าทางพรรคสีน้ำเงินยังไม่ได้ตัดสินใจเรื่องนี้ หรือยังไม่ได้คิดและไม่พร้อมที่จะคุยรายละเอียดขนาดนั้นในวันที่มีการเจรจาก็จึงไม่ได้เขียนไว้ มาฝากไว้ว่า ประเด็นนี้เป็นช่องว่างที่มันจะอันตรายมาก และอาจจะมีผลให้ประชามติชนะ แพ้ หรือทำเสร็จแล้วมีปัญหากว่าเดิม
โดย น.ส.พรรณิการ์ ระบุว่า เงื่อนไขที่รับกันเป็นขั้นต่ำคือที่ระบุไว้ว่าต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญโดย สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ส่วนรายละเอียดที่เหลือต้องไปเจรจากันต่อ
รายละเอียดจาก: Pannika Chor Wanich





