“เอกนัฏ” เผย แจ้งวิปรัฐบาล สส.รทสช. ติดภารกิจช่วยน้ำท่วม ยัน ยึดตามมติต่อ ร่างพ.ร.บ.ประชามติ ชั้นเดียว แม้การแก้รธน. ไม่ใช่นโยบาย แต่ตกลงตอนร่วม พท. ชี้ ในสภาต้องเคารพความเห็นต่าง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคภูมิใจไทยโหวตสวนมติวิปรัฐบาล ไม่รับร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เกณฑ์ข้างมากชั้นเดียว ว่า รวมไทยสร้างชาติเป็นไปตามมติของวิปรัฐบาล แต่ สส.หลายท่าน และหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ติดภารกิจช่วยน้ำท่วมอยู่ที่ภาคใต้ ช่วงนี้ยังมีหลายพื้นที่ที่ประสบปัญหาอุทกภัยหนักอยู่ เราก็ได้แจ้งวิปรัฐบาลแล้วว่าต้องขออภัยในเรื่องนี้ด้วย อีกทั้งตอนนี้ก็เช็กแล้วว่าจำนวนเสียงของ สส.อยู่ในระดับที่ดีแล้ว เลยขออนุญาตให้อยู่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมในช่วงนี้
เมื่อถามว่า มติที่ออกมาเป็นการยืนยันโดยให้ทำประชามติชั้นเดียว จะส่งผลดีต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นไปได้เร็วขึ้นหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า เรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่นโยบายของเรา แต่เนื่องจากเป็นนโยบายที่ตกลงร่วมกันของรัฐบาล โดยที่เสนอเป็นหลักคือพรรคเพื่อไทย ซึ่งก็อยู่ที่พรรคเพื่อไทย เรามีความชัดเจนตั้งแต่ร่วมรัฐบาลครั้งแรก มีเงื่อนไขต้องไม่แตะ ม.112 โดยเฉพาะเรื่องนิรโทษกรรมเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งจะเป็นเรื่องดีที่พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะนำ ม.112 ออกไปจากนิรโทษกรรม ในส่วนของรัฐธรรมนูญได้ให้เงื่อนไขไปว่า จะแก้อย่างไรก็แล้วแต่ก็ไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2
เมื่อถามว่า งานของสภาในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อเอกภาพของรัฐบาลหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่ คือวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลแต่ละพรรคก็ยอมรับความคิดที่แตกต่าง จนเข้าใจว่าบางเรื่องหรือบางกฎหมายบางฉบับก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน เช่น ก่อนหน้านี้ พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง ที่พรรครวมไทยสร้างชาติมีความคิดเห็นไม่เหมือนกับพรรคอื่น โดยเราได้ค้านเพราะกลัวว่าจะกระทบกับความมั่นคงของประเทศ แต่เราก็เคารพในการให้สิทธิที่เท่าเทียมกัน หากจะแยกชาติพันธุ์ออกไปและกระทบความมั่นคงของประเทศ เราคงไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ตนคิดว่าการทำงานในสภา ก็ต้องเคารพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แตกต่างได้แต่ต้องเคารพความเห็นที่แตกต่างซึ่งกันและกัน มันจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ แล้วจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นจะเป็นปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า พรรครวมไทยสร้างชาติเห็นด้วยหรือไม่ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องจัดทำประชามติก่อน นายเอกนัฏ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่พิเศษกว่าฉบับก่อนก็คือมีการทำประชามติ ส่วนใครจะว่าอย่างไรก็แล้วแต่ แต่มันมีการทำประชามติ เพราะฉะนั้นหากจะแก้ไขยังไงก็ต้องมีการทำประชามติ





