ฝ่ายความมั่นคง แจงกมธ.กฎหมายฯ สภา ยอมรับ "2ผู้ต้องหา" คดีตากใบเผ่นนอก เร่งล่าตัวก่อนคดีหมดอายุความ25ต.ค. โยน"พิศาล"คิดเอง สำนึกความเป็นสส.
ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กมธ.ที่มีการติดตามความคืบหน้าการติดตามตัวจำเลย และผู้ต้องหาในคดีตากใบ โดยมีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองทัพบก (ทบ.) , กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) , อัยการ , สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นต้น มาชี้แจงให้ข้อมูลว่า ประเด็นสำคัญที่สังคมอยากรับทราบ คือมีการติดตามสืบหาตัวจำเลย และผู้ต้องหารวม 14 ราย ตามหมายจับของศาลนราธิวาส และศาลจังหวัดปัตตานี ไปถึงไหนแล้ว เพราะคดีจะขาดอายุความในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ซึ่งในช่วงเริ่มต้นการประชุม กมธ.ฯ กระบวนการต่างๆ เราเปิดโอกาสให้มีการซักถาม จนมีข้อสรุปคือเจ้าหน้าที่ตำรวจไปติดตามตัวจำเลย และผู้ต้องหาทั้ง 14 ราย ตามภูมิลำเนาทะเบียนบ้านแล้ว แต่ไม่พบตัว
นอกจากนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่าจากการประสานข้อมูลกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบผู้ต้องหาเดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว 2 ราย แต่ขอสงวนไม่บอกชื่อ จึงได้ประสานกองการต่างประเทศ เพื่อขอออกหมายแดง ประสานงานกับผู้ที่มีข้อมูลผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ที่ออกนอกประเทศไป
ทั้งนี้ทาง กมธ.การกฎหมายฯ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการชี้แจงกระบวนการติดตามตัวผู้ต้องหาที่เดินทางออกไปต่างประเทศให้เร็วที่สุด เพราะคดีใกล้จะหมดอายุความ 25 ต.ค.นี้
ส่วนผู้ต้องหา และจำเลยอีก 12 คน ที่อยู่ในประเทศ มีอีก 2 คน ที่พบว่ายังรับราชการอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามประสานงานกับผู้บังคับบัญชาของทั้ง 2 ราย ที่ยังรับราชการอยู่มามอบตัว เพราะขณะนี้ไม่ยอมมาทำงาน สรุปก็คือจำเลย และผู้ต้องหาทั้งหมดยังติดตามตัวไม่ได้ กมธ.ฯ ฝากความหวังกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการติดตามตัว ขณะที่อัยการภาค 9
ยืนยันว่า หากจับตัวผู้ต้องหาได้ในวันที่ 25 ต.ค.นี้ ได้เตรียมสำนวนฟ้องไว้เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของ กอ.รมน.และสภาความมั่นคงแห่งชาติ กมธ.ฯ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ในพื้นที่ เกรงว่าหากคดีหมดอายุความแล้วไม่สามารถจับใครได้เลย อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งอยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่นก่อนหน้านี้เกิดเหตุการณ์คาร์บอมบ์บริเวณบ้านพักนายอำเภอตากใบ เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันแล้วว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีตากใบ กมธ.ฯ จึงฝากไว้ว่าไม่อยากให้เกิดความรุนแรงในพื้นที่ ไม่อยากให้คดีนี้เป็นเงื่อนไขเพิ่มขึ้นอีกต่อไป
เมื่อถามว่า หากคดีหมดอายุความและไม่สามารถติดตามตัวจำเลยและผู้ต้องหาทั้งหมดได้ จำเลยและผู้ต้องหาจะต้องมีความรับผิดชอบอย่างไร อย่างเช่น กรณีของ พล.อ.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้ต้องหาในคดีตากใบ จะต้องลาออกจาก สส.หรือไม่ ประธาน กมธ.การกฎหมายฯ กล่าวว่า อยู่ที่ความสำนึกของแต่ละคนว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีข้อกฎหมายใดที่จะตอบแทนในเรื่องนี้ได้ หากเขาทราบอยู่แล้วว่ามีหมาย แทนที่จะมามอบตัวสู้ดคีตามกระบวนการยุติธรรม แต่กลับหันหลังให้กับกระบวนการฯ เพื่อให้ขาดอายุความ





