วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ปานปรีย์ ยันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก กลยุทธ์พาไทยคว้าโอกาสในยุคโลกปั่นป่วน

ปานปรีย์ ยันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุก กลยุทธ์พาไทยคว้าโอกาสในยุคโลกปั่นป่วน

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกพาประเทศไทย คว้าโอกาสทางเศรษฐกิจท่ามกลางยุคโลกปั่นป่วนได้

ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Geopolitics 2024 ถึงบทบาทกระทรวงการต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนนโยบายท่ามกลางความท้าทายทั่วโลกว่า กต.พร้อมรับฟัง และทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อรับมือความผันผวนต่างๆ และนำพาความรุ่งเรืองมาสู่ประเทศไทย

ความท้าทายโลกที่ส่งผลต่อไทย

ปานปรีย์ กล่าวว่า ความแตกแยกของโลกยังคงเป็นไปในทิศทางที่น่าเป็นห่วง และประเทศไทยเผชิญความท้าทายหลายด้านจากภูมิรัฐศาสตร์

ขณะนี้โลกประสบปัญหาความไว้เนื้อเชื่อใจกัน สถานการณ์โลกเปราะบาง และคาดเดายาก ความผันผวนในทุกมิติยังคงอยู่ อาจรุนแรงขึ้น และไม่อาจคลี่คลายในเร็ววัน เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งอิสราเอล-ฮามาสที่ขยายวงกว้างสู่การโจมตีเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง จนกระทบการค้าระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ประเทศมหาอำนาจระหว่างสหรัฐ และจีนเป็นไปในทิศทางบวกมากขึ้นหลังประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน พบกันในการประชุมเอเปค ณ เมืองซานฟรานซิสโก และนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน และนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐ ได้พบกันที่ประเทศไทย เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นความพยายามพูดคุยเพื่อบริหารความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพ และเตือนว่า หากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐอีกครั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-จีน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ และความก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดของเอไอรู้สร้าง (Generative AI) ล้วนเป็นปัจจัยท้าทายต่อเศรษฐกิจโลก และประเทศไทยเช่นกัน

แม้เอไอช่วยเพิ่มช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบต่อการจ้างงาน และการเมือง เช่น การใช้เอไอแทรกแซงการเลือกตั้งและเผยแพร่ข่าวปลอม ดังนั้น ไทยต้องมีความพร้อมกับกำกับดูแลการใช้เอไอ

การปรับตัว และโอกาสของประเทศไทย

รมว.กต. กล่าวว่า ประเทศไทยติดกับดักรายได้ปานกลางมานาน และปีก่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ตกต่ำ ไม่สามารถพึ่งพาเศรษฐกิจเดิมๆ เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปฏิรูปการต่างประเทศ และเศรษฐกิจไทยเพื่อคว้าโอกาสจากบริบทภูมิรัฐศาสตร์

เนื่องด้วยโลกมองว่าอาเซียนมีศักยภาพในแง่ปัจจัยทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ดึงดูดการย้ายฐานผลิต และซัพพลายเชนมายังไทยและภูมิภาคอาเซียน จึงจะสามารถต่อยอดให้ประเทศหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง และพร้อมรับความท้าทายในอนาคต

ดังนั้น นโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะนโยบาย "การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก" มีความสำคัญช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลได้พยายามเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ และส่งเสริมความเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ หนุนเศรษฐกิจสีเขียว รวมถึงความตกลงการค้าเสรี ฯลฯ ทั้งยังอำนวยความสะดวกในการตรวจลงตรา ให้วีซ่าฟรีแก่ประเทศที่มีศักยภาพสูงอย่างจีน และประเทศอื่นๆ รวมทั้งกลุ่มอาชีพที่สำคัญต่างๆ อาทิ นักธุรกิจ ซึ่งนอกจากช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจแล้ว ยังช่วยเพิ่มอำนาจหนังสือเดินทางให้กับคนไทยด้วย

ทิศทางการทูตไทย

รมว.ปานปรีย์ กล่าวว่า การคว้าโอกาสท่ามกลางโลกปั่นป่วนต้องดำเนินการผ่าน “การทูตเชิงรุก” เพื่อเสริมสร้างไทยให้มีเกียรติภูมิ กลับสู่เรดาร์ของโลก และเป็นรากฐานต่อยอดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

ประการแรก ไทยต้องรักษาความเป็นมิตร และมีความสัมพันธ์อันดีต่อทุกขั้ว และหลีกเลี่ยงการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง ซึ่งการที่จีน และสหรัฐเลือกไทยเป็นสถานที่พบปะในระดับสูงล่าสุด ถือเป็นหนึ่งในตัวบ่งชี้ความสำเร็จในการแสดงจุดยืนความเป็นกลางของไทย

นอกจากนี้ ไทยยังต้องร่วมมือกับประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อให้ภูมิภาคนี้สงบ และปลอดภัยจากความขัดแย้งจากมหาอำนาจ เนื่องจากความปลอดภัยของภูมิภาคเป็นพื้นฐานในการต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจ

ในประเด็นเมียนมา ไทยพร้อมสนับสนุนเมียนมาในการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองอย่างสันติวิธี และผลักดันการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมกับประชาชนอย่างไม่เลือกปฏิบัติ

นอกจากนี้ ไทยยังพยายามขับเคลื่อนการพัฒนาความเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อในภูมิภาคทั้งด้านกายภาพ กฎระเบียบ และดิจิทัล ผ่านกรอบอาเซียน และกรอบความร่วมมือภูมิภาคต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจไทย

รองนายกฯ ย้ำ ปีนี้โลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวนมากมาย แต่ยังมีโอกาสที่ไทยสามารถคว้าได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับทิศทางการดำเนินนโยบาย

ดังนั้น การต่างประเทศไทยจึงต้องมีน้ำหนัก และความชัดเจนจากภายใน ขณะเดียวกันต้องมีความคล่องตัวเชิงรุก และมองไปข้างหน้า และที่สำคัญคือ ต้องสามารถคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจจากบริบทโลกที่ผันผวนได้อย่างเต็มที่ เพื่อความกินดีอยู่ดีและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน

“กระทรวงการต่างประเทศพร้อมรับฟัง และทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อช่วยกันเดินหน้าละรับมือกับความท้าทาย และความผันผวนต่างๆ รวมทั้งปกป้อง และรักษาผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชนคนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย เราจะจับมือกันพลิกฟื้นความเจริญรุ่งเรืองกลับมาสู่ประเทศไทย และนำประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของประชาคมโลกอย่างเต็มภาคภูมิอีกครั้งหนึ่ง" ปานปรีย์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์