'ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร' กลับไทย 'เพื่อไทย' 8 ปี?

เมื่อ "ทักษิณ" ได้รับการพักโทษ จะมีบทบาททางการเมืองแค่ไหน อย่างไร และการปรับ ครม.ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน จะปรับออกมาในโฉมหน้าแบบไหน คุณทักษิณแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลต่อโฉมหน้า ครม.ใหม่ในระดับใด และอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จะเดินตามรอยพี่ชาย กลับไทยมาอีกคนหรือไม่
Key Points
-
หาก "ทักษิณ ชินวัตร" ขอพักโทษในเดือน ก.พ. โดยไม่ได้กลับไปนอนเรือนจำเลยแม้แต่วันเดียว โดยอ้างว่ารับโทษครบ 6 เดือนตามกฎหมายราชทัณฑ์แล้ว ได้สิทธิพักโทษ แบบนี้ต้องรอลุ้นกระแสสังคมจะว่าอย่างไร
-
เมื่อ "ทักษิณ" ได้รับการพักโทษ จะมีบทบาททางการเมืองแค่ไหน อย่างไร และการปรับ ครม.ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน จะปรับออกมาในโฉมหน้าแบบไหน "ทักษิณ" แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลต่อโฉมหน้า ครม.ใหม่ในระดับใด
- เมื่อ "ทักษิณ" คุมเกมทั้งหมด ต้องจับตาว่า "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" จะเดินตามรอยพี่ชาย กลับไทยมาอีกคนหรือไม่
ผ่านศึกสภาครั้งที่ 1 ไปแล้ว คือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 หลายคนประเมินใหม่ว่า เกมสภาอาจไม่ใหญ่อย่างที่คิด
นอกจาก ฝ่ายค้าน จะอภิปรายแบบกั๊กๆ ยั้งๆ แบบยังมีหวังร่วมรัฐบาล หรือจับมือกันทำงานใหญ่ในอนาคตแล้ว ยังมี “งูเห่าตั้งตั้งแต่ไก่โห่” คือกรณี 3 สส.ไทยสร้างไทย เติมฐานเสียงรัฐบาลให้แน่นขึ้นอีก
ดูจากศึกอภิปรายงบประมาณ 3 วัน ปฏิบัติการของฝ่ายค้านแทบไม่ระคายผิวรัฐบาล แม้ขุนพลหลายคนจะอภิปรายได้ดีมาก แต่ส่งผลทางการเมืองน้อย และสร้างแรงสั่นสะเทือนได้น้อยกว่ายุค “ลุงตู่”
เหมือนกับที่ “กูรู” หลายคนเคยประเมินว่า ศึกเลือกตั้งหนหน้า ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับก้าวไกลเหมือนกัน เพราะไม่มี “ลุง” ให้ “ไล่” อีกแล้ว สถานการณ์การเมืองที่อาจนำไปสู่วิกฤต หากมอง ณ วันนี้ จึงมีเรื่องเดียว นั่นก็คือจังหวะก้าวของตระกูลชินวัตร
เราไปย้อนดูไทม์ไลน์การเมืองที่เคยคาดการณ์ว่าจะเดือดปุดๆ โดยเฉพาะ “ศึกสภา” 3-5 ม.ค.67 - อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ สรุปผ่านไปได้แบบชิลล์ๆ แถมรัฐบาลได้เสียงเพิ่ม
ม.ค.-เม.ย.67 - อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ, อภิปรายไม่ไว้วางใจ (ศึกซักฟอก) เบื้องต้นยังไม่หาประเด็นโดนไม่ได้, กระทู้ถามสดทุกสัปดาห์ ดูจากที่ผ่านมาเป็นการชงถามเพื่อให้รัฐบาลตอบมากกว่า เหลือกลไก กมธ.ที่ฝ่ายค้านเป็นประธาน แม้จะทำงานกันแข็งขัน แต่ผลที่ได้เป็นการสร้างภาพ ทว่าหวังผลทางการเมืองที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงยาก
เราจึงเห็นปรากฏการณ์อย่างท่าทีขึงขังบุกตรวจชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ แต่บอกข้อสอบล่วงหน้าเป็นเดือน เหมือนให้ไปเตรียมตัว และระหว่างรอจัดฉากชั้น 14 กมธ.ก็ให้ข่าวหาคะแนนรายวัน...อะไรทำนองนี้
พ.ค.67 - งบผ่าน เร่งใช้เงิน, ดิจิทัลวอลเล็ต เดินหน้าหรือพับไป, ค่าแรงขั้นต่ำ ขึ้นอีกได้เท่าไร, ปรับ ครม.ใหญ่หรือเล็ก, สว.หมดวาระ ทั้งหมดดูเหมือนรัฐบาลจะ “เอาอยู่” ประกอบกับฝ่ายค้านก็ออกแนว “ค้านไม่สุด”
พรรคหนึ่ง - อะไหล่รอเสียบ อีกพรรคหนึ่ง - ทอดไมตรี
งานนี้ทำให้จุดเปราะบางทางการเมืองย้ายไปอยู่ที่ความเคลื่อนไหวของ “ตระกูลชินวัตร” กล่าวคือ
1.หากอดีตนายกฯทักษิณ ขอพักโทษในเดือน ก.พ. โดยไม่ได้กลับไปนอนเรือนจำเลยแม้แต่วันเดียว คือรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจตลอด จากนั้นก็กลับไปนอนบ้าน โดยอ้างว่ารับโทษครบ 6 เดือนตามกฎหมายราชทัณฑ์แล้ว ได้สิทธิพักโทษ แบบนี้ต้องรอลุ้นกระแสสังคมจะว่าอย่างไร
2.เมื่ออดีตนายกฯทักษิณได้รับการพักโทษ จะมีบทบาททางการเมืองแค่ไหน อย่างไร และการปรับ ครม.ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน จะปรับออกมาในโฉมหน้าแบบไหน คุณทักษิณแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลต่อโฉมหน้า ครม.ใหม่ในระดับใด
3.อดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ จะเดินตามรอยพี่ชาย กลับไทยมาอีกคนหรือไม่
งานนี้ต้องรอลุ้นให้ดีว่า ทั้งกฎกระทรวงยุติธรรม และระเบียบกรมราชทัณฑ์ “ฉบับนอนนอกคุก” แท้จริงแล้วอาจเป็นตัวหลอกว่าจะนำมาใช้กับ “ชินวัตรคนพี่” แต่จริงๆ อาจเตรียมไว้ใช้กับ “ชินวัตรคนน้อง” ก็เป็นได้
ถ้าสถานการณ์เดินไปสู่จุดนั้นจริง กระแสสังคมจะว่าอย่างไร?
ว่ากันว่านี่คือจุดเปราะบางที่สุดในทางการเมืองของปี 2567 และผู้คร่ำหวอดซึ่งผ่านมาแล้วทั้งสมรภูมิรบทางการทหาร และสมรภูมิรบทางการเมือง อย่าง “บิ๊กป้อม” พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ย่อมทราบดี จึงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้ผ่านเลยไปเฉยๆ
เพราะหาก พรรคเพื่อไทย หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ “ตระกูลชินวัตร” เดินเกมพลาดในเรื่องนี้ จะส่งผลสะเทือนอย่างรุนแรงต่อสถานะของรัฐบาล ไม่ต่างจากเมื่อครั้งการผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรมสุดซอยเมื่อปี 2556
ขณะที่การเคลื่อนไหวของบรรดา “ตัวตึงทางการเมือง” ในพรรคร่วมรัฐบาลก็คึกคักเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่ล่าสุดเหมือนเริ่มตั้งหลักได้ ออกมาปรากฏตัวผ่านสื่อตั้งแต่ช่วงปลายปี 2566 เป็นต้นมา และคาดว่าจะเปิดตัวแรงขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้
ยังไม่นับพวก “ตัวพลิกเกม” อย่าง “สหายผู้กอง” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์, คุณสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่บรรดาพรรคเล็กในสภาและนอกสภา ที่กลายเป็น “หมากตัวสำคัญ” บนกระดานการเมืองให้พรรคใหญ่นำไปใช้เดินเกมแบบเต็มรูปแบบ เช่น ข่าวตระเตรียมพรรคเล็กรอรับ “สส.สีส้มแตกทัพ” หลังพรรคถูกยุบ
ต้องไม่ลืมว่าโอกาสในการสร้างอำนาจต่อรองยังมีอยู่หลายช็อต ไม่ว่าจะเป็นคดีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่จะตัดสิน 17 ม.ค.นี้ ตามด้วยคดีของพรรคก้าวไกล 2 คดี รวมไปถึงการทำประชามติ, การเลือกตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของกติกาประเทศใหม่, และการเข้ายึดกุมพื้นที่ในวุฒิสภา ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของกรรมการองค์กรอิสระทั้งหมด หรือแม้แต่นายก อบจ. ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในปี 2570
ทั้งหมดนี้เป็นเกมที่พรรคการเมืองทุกพรรคต้องช่วงชิงความได้เปรียบกันต่อไป จึงไม่ได้การันตีว่าพรรคเพื่อไทยจะเป็นผู้ชนะในทุกหน้าไพ่ และอยู่ในอำนาจได้นาน 8 ปีตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้
โดยเฉพาะหากเดินเกมพลาดเรื่อง “พาคนกลับบ้าน” อาจล้มทั้งกระดานได้ง่ายๆ หรือสูญเสียอำนาจต่อรองแบบหมดรูปยิ่งกว่าตอนตั้งรัฐบาลข้ามขั้ว!







