วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม 2569

Login
Login

พิพากษายืน ‘ประหยัด’ ยื่นทรัพย์สินเท็จ 225 ล้าน ซุกคอนโดหรูลอนดอน

พิพากษายืน ‘ประหยัด’ ยื่นทรัพย์สินเท็จ 225 ล้าน ซุกคอนโดหรูลอนดอน

ปิดฉาก! องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ฯ พิพากษายืนตามศาลฎีกาฯ ชี้ ‘ประหยัด พวงจำปา’ อดีตรองเลขาฯ ป.ป.ช.จงใจยื่นทรัพย์สินเท็จ เป็นคอนโดหรูใจกลางลอนดอน ประเทศอังกฤษ ของ ‘ภริยา’ พร้อมเงินฝาก 3 บัญชี มูลค่ารวมกว่า 225 ล้าน

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2566 เวลา 10.30 น. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ซึ่งได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อม.อธ.5/2566 คดีหมายเลขแดงที่ อม.อธ.14/2566 ระหว่างอัยการสูงสุด (อสส.) โจทก์ นายประหยัด พวงจำปา อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จำเลย

โดยคดีนี้ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน กรณีเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สิน 6 รายการ ของนาง ธ. คู่สมรสของจำเลย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 43, 81, 158, 167, 188, 194 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 40, 41, 42, 119 ขอให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งและสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนดเวลาไม่เกินสิบปี และขอให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันหยุดปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินนั้น กรณีเข้ารับตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542มาตรา 40 , 41 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 43, 114 วรรคหนึ่ง (ที่ถูกไม่ต้องปรับบทมาตรา 114 วรรคหนึ่ง), 158 มีผลให้จำเลยพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย และห้ามมิให้จำเลยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 41, 119 องค์คณะผู้พิพากษาเสียงข้างมาก เห็นควรลงโทษจำคุก 4 เดือนและปรับ 10,000 บาท เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยยื่นอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา สำหรับรายการบัญชีเงินฝากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า เลขที่ 758-1-01003-- ประเภทกระแสรายวัน และเงินลงทุนในบริษัท ป. นั้น ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยว่าไม่เป็นความผิดตามฟ้อง โจทก็ไม่อุทธรณ์ คดีในส่วนทรัพย์สินทั้งสองรายการจึงเป็นอันยุติไป

ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อแรกมีว่า โจทก็มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 43 และมาตรา 158 บัญญัติแยกการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่กับคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไว้ต่างหากจากกัน เฉพาะคณะกรรมการ ป.ป.ช. เท่านั้นที่กฎหมายบัญญัติชัดแจ้งให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดดำเนินการฟ้องคดี ส่วนกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ กฎหมายให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบไต่สวนและวินิจฉัยได้เองทำนองเดียวกับกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่ร่ำรวยผิดปกติ กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ตามราชการตามมาตรา 159 หรือจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแทนตนก็ได้ ที่มาตรา 158 บัญญัติให้นำความในมาตรา 43 มาใช้โดยอนุโลม จึงหมายถึงขั้นตอนการดำเนินคดีที่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเท่านั้น แม้ในชั้นร่างกฎหมายให้หน่วยงานที่ไม่ใช่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใช้อำนาจตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของพนักงานเจ้าหน้าที่แต่หลักการนี้ก็ไม่ได้นำมาบัญญัติไว้ในกฎหมาย 

ส่วนข้ออภิปรายส่วนตัวของคณะกรรมการร่างกฎหมายหาใช่ถ้อยคำหรือเจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ ไม่อาจใช้อ้างในการตีความกฎหมายได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีอำนาจส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดฟ้องคดีได้ ไม่จำต้องส่งให้ประธานวุฒิสภาพิจารณาก่อน และการออกระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีอำนาจฟ้อง อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า การไต่สวน การแจ้งข้อกล่าวหา และการชี้มูลความผิดจำเลยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบความถูกต้อง และความมีอยู่จริงรวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน พ.ศ. 2555 ข้อ 23 ข้อ 24 และข้อ 25 หรือระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าพนักงานของรัฐและการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการยื่นบัญชี พ.ศ. 2561 ข้อ 28 และข้อ 29 ที่กำหนดให้การขอข้อมูลต้องเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาก่อนนั้น หมายถึงกรณีผู้ตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินจำเป็นต้องขอความร่วมมือหรือใช้อำนาจเรียกข้อมูลมาเท่านั้น ส่วนกรณีที่หน่วยงานหรือบุคคลภายนอกส่งข้อมูลมาให้เองนั้นไม่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อใดห้ามกระทำการเช่นนั้น ทั้งมีการส่งข้อมูลในขณะที่นางสาว ส.ยังไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบทรัพย์สินของจำเลย การตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินจะใช้เวลารวดเร็วหรือล่าช้าย่อมขึ้นอยู่กับความยากง่ายหรือความสลับซับซ้อนของข้อเท็จจริงแต่ละกรณี 

จำเลยขอขยายระยะเวลาการส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมประกอบคำชี้แจงเพิ่มเติมหลายครั้งรวมทั้งมีหนังสือขอความเป็นธรรม ขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาอีกสองครั้ง แสดงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้โอกาสจำเลยชี้แจงแสดงเหตุผลและโต้แย้งพยานเอกสารตามสมควรแล้ว การไต่สวน การแจ้งข้อกล่าวหา การชี้มูลความผิดจำเลยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อต่อไปมีว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินของนาง ธ. รายการห้องชุดเลขที่ 68 ในอาคารชุด Wolfe House 389 Kensington High Street ลอนดอน สหราชอาณาจักร และบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาลอนดอน สหราชอาณาจักร ประเภทกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 1807-179574-000 ประเภทออมทรัพย์เลขที่บัญชี 1807-179574-400 ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 1807-179574-401 หรือไม่

องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เสียงข้างมากเห็นว่า เหตุที่นาง ธ. มีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดและมีชื่อเป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากสืบเนื่องจากนาย ธ. ในนามบริษัท F. จองและวางมัดจำห้องชุดไว้แต่ไม่มีเงินชำระค่าห้องชุดที่เหลือ นาง ธ. จึงกู้เงินโดยรับโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดมาเป็นของตนเองเพื่อจดทะเบียนจำนองไว้ต่อธนาคารกรุงเทพฯ สาขาลอนดอน พร้อมกับขอเปิดบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีสำหรับรับเงินกู้ยืมและชำระหนี้

แม้นาง ธ. มิได้เดินทางไปทำนิติกรรมด้วยตนเองโดยนาย ร. เป็นผู้ประสานงาน กรอกและรวบรวมเอกสารส่วนตัวของนาง ธ. ให้ แต่นาย พ. ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพฯ สาขาลอนดอน เบิกความรับรองความถูกต้องของนิติกรรมดังกล่าว นาง ธ. ย่อมต้องรับผิดในฐานะผู้กู้ยืมโดยตรง การที่นาย ร. ทำสัญญาแบ่งผลประโยชน์แก่นาง ธ. ร้อยละ 10 ของกำไรที่ได้จากการขายห้องชุดตามสัญญาแบ่งผลประโยชน์นั้น ไม่น่าเชื่อว่านาง ธ.จะยอมเป็นตัวแทนถือกรรมสิทธิ์แทนผู้อื่นและผูกพันตนรับผิดตามสัญญากู้มากถึง 3,15o,000 ปอนด์สเตอร์ลิง โดยหวังจะได้รับผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราร้อยละ 10 ของผลกำไรจากการขายห้องชุดซึ่งเป็นเรื่องในอนาคต ไม่แน่นอนว่าจะขายได้หรือมีกำไรหรือไม่ 

ส่วนที่นาย ร. ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท M. อ้างว่าเป็นเจ้าของห้องชุดแท้จริง โดยขอกู้เงินจากธนาคารกรุงเทพฯ สาขาลอนดอน แต่ถูกปฏิเสธนั้น นาย พ.เบิกความว่านาย ร. ไม่เคยขอกู้ยืมเงินจากธนาคาร จึงไม่มีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าห้องชุดตกเป็นของ บริษัท M. ได้อย่างไร เมื่อธนาคารให้กู้ยืมเงินแก่นาง ธ. เงินที่กู้มาชำระค่าห้องชุดจึงถือว่าเป็นเงินของนาง ธ. นาง ธ. เป็นผู้ชำระค่าซื้อห้องชุดและเป็นเจ้าของห้องชุด แม้หากจะฟังว่ามีบุคคลอื่นชำระหนี้บางส่วนแทนนาง ธ. ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากล่าวกันต่างหาก การที่นาย ร. ขวนขวายยื่นเอกสารขอกู้ยืมเงินแทนนาง ธ.และจัดการให้บริษัท M. ค้ำประกัน รวมทั้งจัดการโอนเงินชำระหนี้ธนาคารนั้นไม่เป็นเหตุให้บริษัท M. และนาย ร. เป็นเจ้าของห้องชุดได้ จึงไม่อยู่ในฐานะตัวการมอบให้นาง ธ. เป็นตัวแทนถือกรรมสิทธิ์แทนได้

พยานหลักฐานจากการไต่สวนรับฟังได้ว่า นาง ธ. เป็นเจ้าของที่จริงในห้องชุดและบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีมาตั้งแต่แรกจนถึงวันที่จำเลยมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามฟ้อง

ปัญหาต้องวินิจฉัยข้อต่อไปว่า จำเลยมีเจตนาปกปิดไม่แจ้งข้อความจริงเกี่ยวกับห้องชุดและบัญชีเงินฝากทั้งสามบัญชีตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินย่อมมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินป็นอย่างดี จำเลยรับว่าเดือนกันยายน 2559 นาง ธ. แจ้งให้ทราบว่านาง ธ. มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแทนผู้อื่น อยู่ระหว่างไถ่ถอนจำนองและโอนขายให้บุคคลภายนอก 

ดังนี้ จำเลยจึงต้องตรวจสอบข้อมูลจากนาง ธ. และธนาคารเพื่อนำหลักฐานที่เป็นอยู่ในขณะที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีมาแสดงประกอบการยื่นบัญชี หากจำเลยจะยกข้ออ้างที่ทำให้ตนเข้าใจว่าไม่ใช่ทรัพย์สินของคู่สมรสก็ชอบที่จะต้องแจ้งข้อเท็จจริงนั้นไว้ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้จงใจที่จะปกปิดข้อความจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ

การที่จำเลยกล่าวอ้างลอยๆ ว่าเมื่อเดือนเมษายน 2561 จำเลยเพิ่งทราบเรื่องที่นาง ธ. ไม่สามารถโอนห้องชุดให้ บริษัท G. ได้ เป็นการง่ายต่อการกล่าวอ้าง ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง 

กลับปรากฎข้อเท็จจริงว่านาง ธ.มอบหมายให้นาย ร. มีหนังสือแจ้งการโอนขายห้องชุดให้บริษัท G. ก่อนที่จำเลยมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเพียง 1 วัน ทั้งบริษัทดังกล่าวก็มิได้ชำระค่าซื้อห้องชุดหรือไถ่ถอนจำนองพฤติการณ์เช่นนี้เป็นข้อพิรุธว่าเป็นการกระทำโดยมีมูลเหตุจูงใจเพื่อจะหลีกเลี่ยงการแสดงรายการทรัพย์สินห้องชุดของนาง ธ. นอกจากนี้ จำเลยแสดงรายการทรัพย์สินรถยนต์ที่นาง ธ. ขายไปแล้วแต่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงทางทะเบียน โดยจำเลยระบุว่า "ขายแล้ว เมื่อพฤศจิกายน 2559 อยู่ระหว่างการโอนสลับป้ายทะเบียน" เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีของห้องชุด จำเลยกลับมิได้แจ้งข้อเท็จจริงใดเกี่ยวกับห้องชุด และบัญชีเงินฝากทั้งที่มีราคาสูงมากต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. จนกระทั่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับข้อมูลการทำธุรกรรมของนาง ธ. จากสำนักงาน ป.ป.ง. จำเลยจึงยอมรับความมีอยู่ของห้องชุดและบัญชีเงินฝากทั้ง 3 บัญชีเป็นครั้งแรกพร้อมกับยกข้อต่อสู้เรื่องการถือกรรมสิทธิ์แทนตามสัญญาแบ่งผลประโยชน์

พยานหลักฐานจากการไต่สวนฟังได้ว่า จำเลยมีเจตนาปกปิดไม่แจ้งความจริงเกี่ยวกับห้องชุดและบัญชีเงินฝากทั้ง 3 บัญชี ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ และมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนาไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินหรือหนี้สินของนาง ธ. รายการห้องชุดเลขที่ 68 ในอาคารชุด Wolfe House 389 Kensington High Street ลอนดอน สหราชอาณาจักร และบัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)สาขาลอนดอน สหราชอาณาจักร ประเภทกระแสรายวัน เลขที่บัญชี 0807-179574-000 ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 0807-179574-400 ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 0807-179574-401ตามฟ้อง 

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษามานั้น องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น สำหรับข้ออ้างอื่นตามอุทธรณ์ของจำเลยไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาลอนดอน สหราชอาณาจักร จำนวน 3 บัญชี ยอดเงินฝากคงเหลือ ณ วันที่มีหน้าที่ยื่นบัญชี จำนวน 237,959.46 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 10,312,353 บาท) ส่วนห้องชุดที่ตั้งอยู่ ณ ถนน Kensington High Street ลอนดอน สหราชอาณาจักร โดย ณ วันที่ซื้อห้องชุดดังกล่าวมีมูลค่า 4,500,000 ปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 215,070,750 บาท)