"เสรี" ไม่เชื่อ "พท."คุย "ก้าวไกล" แค่ขอเสียงโหวตนายกฯ

"เสรี" ไม่เชื่อ "พท."คุย "ก้าวไกล" แค่ขอเสียงโหวตนายกฯ

"เสรี" ไม่เชื่อ "พท." คุย "ก้าวไกล" แค่ขอเสียง ประเมินต้องมีเป้าหมายอื่น-หวังสร้างภาพปิดสวิตซ์ "สว." โหวตนายกฯ ปัดตอบจะออกเสียงโหวตให้ แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยหรือไม่

นายเสรี สุวรรณภานนท์  สว. กล่าวโดยเชื่อว่าการเจรจาระหว่างพรรคเพื่อไทย ซึ่งนำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล นำโดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นั้นมีประเด็นที่มากกว่าการขอเสียงสนับสนุนให้ร่วมโหวตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย เพราะการแสดงออกดังกล่าวย่อมมีเป้าหมายและเป้าหมายที่ทำต้องไม่ใช่ประโยชน์กับพรรคของตนเอง

 

“ผมว่าไม่ต้องถึงขั้นลงทุนเดินไปขอโทษ แค่ต่อสายโทรศัพท์คุยกันก็ได้ หรือคุยกันแบบลับๆ ก็พอ แต่การเดินทางที่ปรากฎภาพเดินไปพูดคุยกัน ต้องมีเป้าหมาย ผมประเมินว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น หรือต้องการแสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้เสียง สว.แล้ว เพราะมีพรรคก้าวไกลช่วยอยู่" นายเสรี กล่าว

นายเสรี กล่าวด้วยว่าสำหรับการรวมเสียงจากพรรคการเมืองที่มี สส. จำนวนมาก 3 อันดับ คือ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกลและพรรคภูมิใจไทย  หากทำได้จะเป็นหลักประกันของการจัดตั้งรัฐบาล แต่หากยังเสียงแตก ต่างฝัก ต่างฝ่าย ยังต้องอาศัยเสียง สว. ส่วนที่มองว่าจะปิดสวิตซ์ สว. ได้นั้น ตนมองว่าหาก สส.จัดการและตกลงกันได้ ถือเป็นเรื่องดี  นอกจากนั้นตนมองว่าการพิจารณามวลชนที่สนับสนุนแต่ละพรรคการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะพรรคก้าวไกลให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามว่า สว.จะติดใจหรือไม่หากพรรคก้าวไกลจะรวมเสียงโหวตให้แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย นายเสรี กล่าวว่า  ตนไม่ขัดข้อง เพราะเป็นเรื่องที่แต่ละพรรคตกลงกันได้ และขึ้นอยู่กับการแสดงออก และบอกเหตุผลอะไรกับประชาชน ส่วนตัวมองว่าต้องทำให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่วันก่อนบอกร่วม ต่อมาไม่ร่วม แต่ล่าสุดบอกว่าจะร่วมกัน

 

 

ถามย้ำว่าส่วนตัวจะโหวตให้แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทย หรือไม่  นายเสรี กล่าวว่า "ยังมีเวลา ในอนาคตอาจเปลี่ยนอีกคนหนึ่ง ซึ่งเคยเกิดขึ้นบ่อย และต้องพิจารณาข้อมูลที่ปรากฎต่อสาธารณะว่าเป็นคนที่มีคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม หรือนโยบายแนวทางอะไรที่ทำให้สังคมยอมรับได้ หรือไม่ได้ ซึ่งการโหวตต้องขึ้นอยู่กับคนที่ถูกเสนอชื่อด้วย"