‘อนุทิน’ ให้โอวาทเยาวชน มุ่งพัฒนาความเป็นเลิศ มีจริยธรรม รับผิดชอบสังคม

‘อนุทิน’ ให้โอวาทเยาวชน มุ่งพัฒนาความเป็นเลิศ มีจริยธรรม รับผิดชอบสังคม

นายกรัฐมนตรีให้โอวาทเด็กและเยาวชนดีเด่น 1,462 คน เน้นกล้าทำสิ่งที่ถูกต้องและไม่หยุดเรียนรู้ เชื่อมั่นเยาวชนทุกคนสามารถสร้างอนาคตให้ประเทศไทยยืนอยู่ในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและมีบทบาทสำคัญ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำเด็กและเยาวชนดีเด่น พร้อมด้วยเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ  เด็กและเยาวชน ครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญว่า นายกรัฐมนตรีได้รับพวงมาลัยข้อมือจากผู้แทนเด็กและเยาวชน ก่อนรับฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรายงานการนำเด็กและเยาวชนจากทุกสังกัดทั่วประเทศเข้าเยี่ยมคารวะ แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น 652 คน และเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ 810 คน รวมทั้งสิ้น 1,462 คน โดยเด็กและเยาวชนดีเด่นผ่านการคัดเลือกจาก 17 หน่วยงาน พิจารณาจากความประพฤติดี มีผลการเรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ส่วนเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ มีผลงานโดดเด่น 5 ด้าน ได้แก่ วิชาการ ศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ทักษะวิชาชีพ กีฬาและนันทนาการ และศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนทำความดี ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในอนาคต

นายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาท โดยกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของเด็กและเยาวชนทุกคนที่ได้รับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจ และกล่าวต้อนรับเด็กและเยาวชนทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้ซึมซับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการกำหนดเส้นทางชีวิตในอนาคต

นายกรัฐมนตรี แสดงความเชื่อมั่นว่า ในบรรดาเด็กและเยาวชนที่มาร่วมงานในวันนี้ จะมีผู้ที่เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศในสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง โดยขอให้การมาเยือนทำเนียบรัฐบาลในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความมุ่งมั่นในการทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองอย่างเต็มความสามารถ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้เล่าประสบการณ์ชีวิตในวัยเด็กและเยาวชนว่า เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขและเต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้ สามารถลองผิดลองถูกและนำบทเรียนมาพัฒนาตนเองได้ แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในบทบาทการทำงานเพื่อประเทศชาติ ที่ต้องมีความถูกต้องและรอบคอบ เพราะความผิดพลาดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายเหมือนในวัยเยาว์

นายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากข้อคิดให้เด็กและเยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ 

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกิจกรรมใน วันเด็กแห่งชาติ ที่เด็กและเยาวชนจะได้มีโอกาสเยี่ยมชมสถานที่ราชการและหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย รวมถึงขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนมีความภาคภูมิใจในประเทศชาติ และเติบโตขึ้นเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันพัฒนาประเทศไทยให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป ในโอกาสนี้นายกรัฐมนตรียังฝากข้อคิดสำคัญว่า “เชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือความกล้าหาญ ทั้งกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกล้าลองทำสิ่งใหม่ๆ เน้นการพัฒนาความสามารถอย่างรอบด้าน ทั้งวิชาการ กีฬา ศิลปะ และภาษาต่างประเทศ การพัฒนาตนเองไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องทำเป็นทีม “ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย” พร้อมขอให้ทุกคนขยันตั้งใจรับช่วงต่อในการสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งและเจริญก้าวหน้า นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงความสำคัญของกีฬาและการเคารพกติกา การเล่นกีฬาไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศหรือแชมป์ แต่เพื่อสร้างร่างกายที่แข็งแรง ฝึกความอดทน และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม รวมถึงการมีน้ำใจนักกีฬาและเคารพคู่แข่งขัน เพื่อให้สังคมมีความสุขและเกิดความสามัคคี 

นายกรัฐมนตรี ยังได้เชิญชวนเด็กและเยาวชนมาเยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาลในวันเด็กปีนี้ เพื่อเรียนรู้การทำงานของนายกรัฐมนตรี สถานที่ประวัติศาสตร์ และรับแรงบันดาลใจให้มีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันในการรับใช้ประเทศชาติในอนาคต โดยคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” โดยฝากข้อคิดให้เด็กและเยาวชนทุกคนรักชาติไทยเช่นที่ทุกคนมีอยู่แล้ว พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่ ลดฝุ่น มลพิษ และใช้พลังงานจากธรรมชาติแทนคาร์บอนไดออกไซด์

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมนานาประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าเยาวชนทุกคนสามารถสร้างอนาคตให้ประเทศยืนอยู่ในเวทีโลกด้วยความเกรงขามและมีบทบาทสำคัญ

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมจัดงานวันเด็กในปีนี้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กและเยาวชนของไทย พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ใหญ่ทุกคนว่า วันเด็กเป็นโอกาสเตือนใจให้ตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลเด็ก ไม่ใช่เพียงเด็กในความปกครองเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมถึงเด็กทุกคนในสังคมไทย เพื่อให้เยาวชนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า มั่นคง และยั่งยืนต่อไปในอนาคต