เกมชิงเหลี่ยม "ประธานสภาฯ" ต้องวัดใจ "ก้าวไกล" ที่สุดท้ายก็ยอมถอยด้วยการสนับสนุนคนกลางอย่าง "วันนอร์" ตามที่ "เพื่อไทย" เสนอ ไม่กอดเงื่อนไขพาตัวเองไปสุดทาง
แรงกดดันทางการเมืองที่บีบ“เพื่อไทย”มาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่หลังเลือกตั้งเป็นต้นมา ถึงวันนี้เพื่อไทยก็ยังต้องแบกรับความคาดหวังมากกว่าใคร ต้องแคร์ทั้งคนที่ลงคะแนนเสียงให้ตัวเองและโหวตเตอร์ก้าวไกล ควบคู่กันไปว่า อย่าคิดพลิกข้างสลับขั้ว หรือหักหลังก้าวไกลเด็ดขาด
แต่ถึงรู้ทั้งรู้อย่างไร เพื่อไทยเองก็ไม่ยอมให้ก้าวไกล ขี่คอไปเรื่อยๆ เห็นได้จากจุดยืนเรื่องโควตา “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ที่ยังไงก็ไม่ยอมก้าวไกลเด็ดขาด ไม่ต่างกับก้าวไกล ที่ยังไงก็ไม่ยอมให้ใครได้ครอบครองนอกจากตัวเอง
ทางเพื่อไทย ถึงต้องเสนอชื่อ วันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นทางออก ศึกชิงเก้าอี้ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นการโยนแรงกดดันกลับไปที่ก้าวไกลอย่างชัดเจนว่า จะตอบรับเงื่อนไขคนที่เพื่อไทยเสนอหรือไม่ เพราะเพียบพร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ มีบทบาทและประสบการณ์ที่ทุกฝ่ายยอมรับ
เรียกว่าทางออกนี้เพื่อไทย แก้เกมได้ค่อนข้างเก๋า ได้หลายเด้ง ส.ส.ส่วนใหญ่ในพรรคไม่ขัดข้องกับชื่อวันนอร์ จากประชาชาติ ซึ่งใครก็รู้ดีว่า เสมือนเป็นพรรคสาขาของเพื่อไทย ในการรุกพื้นที่ปลายด้ามขวาน หรือ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นจุดอ่อนของเพื่อไทยมานาน เพราะนโยบายแก้ไฟใต้ยุคทักษิณ ชินวัตร ที่คนในพื้นที่ต่อต้าน ก็เป็นภาพลบติดตัวมาตลอด
จะว่าไปวันนอร์ กับทักษิณ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนใกล้ เคยร่วมงานกันในสมัยไทยรักไทยมาแล้ว แถมชื่อแคนดิเดตประธานสภาฯ จอมเก๋าคนนี้ ยังได้รับการขานรับจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิมอีกด้วย
คงไม่ต้องบอกว่า ถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ระหว่างวันนอร์ และหมออ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก ก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตประธานสภาฯ สีส้มเพียงหนึ่งเดียว ทางขั้วอนุรักษ์นิยมสบายใจจะโหวตเลือกใครมากกว่ากัน
หากเงื่อนไขที่มีวันนอร์เป็นประธานสภาฯ ไม่ได้รับการตอบสนองจากก้าวไกล ก็ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเพื่อไทย ในการโหวตแม้แต่น้อย ถือว่ายอมถอยไม่ดันทุรังเสนอชื่อคนในพรรคตัวเองแล้ว และพยายามเลือกผู้อาวุโสที่ทุกคนยอมรับ
แต่หากก้าวไกลยังดึงดัน ไม่ประนีประนอม การฟรีโหวตในสภาที่หลายคนไม่อยากให้เกิด ก็มีโอกาสจะได้เห็นกัน
ดูแนวโน้มวันนอร์ ภาษีดีกว่า หมออ๋องเป็นไหนๆ เห็นท่าทีของคนในรวมไทยสร้างชาติ อย่างธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวงหน้าพรรค หนึ่งในคนที่ใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มากที่สุด ยังตอบรับชื่อวันนอร์ ว่าเหมาะสมกว่าคนของพรรคก้าวไกล ขนาด ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ คนล่าสุด ก็ยังมองว่าเหมาะสม ตรงนี้ก็พอจะเห็นสัญญาณบางอย่าง
จึงอาจพอบอกได้ว่า ถ้าหากต้องฟรีโหวตขึ้นมาจริง เพื่อไทยอาจได้เสียงจากขั้ว 188 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลเดิมมาโหวตให้วันนอร์ จนได้นั่งประธานสภาฯ สมัย 2 ในชีวิตขึ้นมาก็ได้ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้มีอำนาจและฝ่ายอนุรักษ์ มีเป้าหมายชัดเจนเช่นเดียวกันว่า ต้องสกัดก้าวไกลแบบสุดฤทธิ์ โดยเฉพาะในตำแหน่งสำคัญและเป็นสัญลักษณ์อย่างประธานสภาฯ
หรืองานนี้ อาจจะมีดีลอะไรหรือไม่ ระหว่างเพื่อไทย กับฝ่ายที่ไม่เอาก้าวไกล ที่รู้ทั้งรู้ ถึงอย่างไรก้าวไกลก็ยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ยอมใครหน้าไหน จึงโดนย้อนเกล็ดจากเพื่อไทย บีบก้าวไกลกลับคืน ให้ตัดสินใจว่าจะเอาคนของตัวเองที่ไม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย หรือจะเลือกวันนอร์ ที่คนในขั้วลุงยังโอเค
เกมชิงเหลี่ยมประธานสภาฯ ต้องวัดใจก้าวไกล ที่สุดท้ายก็ยอมถอยด้วยการสนับสนุนคนกลางอย่างวันนอร์ตามที่เพื่อไทย ไม่กอดเงื่อนไขพาตัวเองไปสุดทาง
เพราะลึกๆ แล้ว บางคนในก้าวไกล และ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ยังมีความหวังว่าจะสามารถ ขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่30 ได้สำเร็จ ถึงยอมเสียประธานสภาฯ ไป ภายใต้ดีลใหม่ ในเกมต่อรองที่เพื่อไทยชนะยกแรก





