วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม 2569

Login
Login

เปิดใจ ธนกร วังบุญคงชนะ โหวตหรือไม่โหวตนายกฯ พิธา เคลียร์ปมล็อก ส.ว. 250 เสียง

เปิดใจ ธนกร วังบุญคงชนะ โหวตหรือไม่โหวตนายกฯ พิธา เคลียร์ปมล็อก ส.ว. 250 เสียง

นายธนกร วังบุญคงชนะ ตอบประเด็น 'โหวตนายก' ในรายการโหนกระแส หลังผลเลือกตั้ง 2566 ซึ่งพรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมาเป็นอันดับที่ 1 จะยอมยกมือให้หรือไม่ และเคลียร์ประเด็น ล็อก ส.ว.

(17 พ.ค.2566) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตอบประเด็น 'โหวตนายก' หลังผลเลือกตั้ง 2566 ซึ่งพรรคก้าวไกล ได้คะแนนเสียงจากประชาชนมาเป็นอันดับที่ 1 ย้ำยอมรับผลการแข่งขัน พร้อมเป็นฝ่ายค้าน เปิดทางให้ก้าวไกลได้จัดตั้งรัฐบาลตามมติประชาธิปไตย แต่ตนไม่ขอยกมือสนับสนุนให้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี เพราะความเห็นเรื่องนโยบายไม่ตรงกัน

รายการโหนกระแส ทางช่อง 3 HD โทรศัพท์ติดต่อพูดคุยกับ ธนกร วังบุญคงชนะ ประเด็นโหวตนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับนโยบายพรรคก้าวไกลในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ฉะนั้นจึงไม่สามารถยกมือโหวจสนับสนุนให้คุณพิธาเป็นนายกฯได้ แต่ตนยอมรับเสียงของประชาชน ซึ่งความเห็นส่วนตัวตอนนี้ ตนก็คิดว่า พรรคก้าวไกลจะจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะมี 300 กว่าเสียงแล้ว 

ส่วนตัวตนของฝากถึงพรรคก้าวไกลนิดเดียวว่า ตนไม่อยากเห็นบรรยากาศของว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกลแต่ละท่านไปกดดัน ส.ว. ไปใช้วาจาลักษณะเหมือนการข่มขู่ต่างๆนาๆ ควรพูดคุยกับ ส.ว.ด้วยวาจาดอกไม้มากกว่า อยากให้ทำความเข้าใจกันด้วยเหตุด้วยผลจะดีกว่า และไม่ควรใช้ถ้อยคำที่รุนแรงหรือดูแคลน ส.ว. ซึ่งตอนนี้อยู่ในบรรยากาศของการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ซึ่งตนก็ให้กำลังใจพรรคก้าวไกลให้จัดตั้งรัฐบาลให้ได้ 

เมื่อถามว่าในมุมของการโหวตให้ พิธา ได้เป็นนายกฯรัฐมนตรีคนที่ 30 หากฝั่งก้าวไกลมีเสียงของ ส.ส.มากกว่า 250 เสียง ด้วยสปิริตพรรคอื่นๆที่อาจจะต้องเป็นฝ่ายค้านควรโหวตให้ พิธา เป็นนายกฯหรือไม่?

นายธนกร ตอบว่า ตนได้เสียงน้อย ตนได้เป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว แต่ตนก็ไม่มีความจำเป็นไปโหวตให้คุณพิธา เพราะตนไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคก้าวไกล ตนก็เป็นฝ่ายค้าน ทำหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล ซึ่งมันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเหมือนที่ผ่านมา เพราะรอบที่แล้ว (ปี 2562) พรรคก้าวไกล ก็ไม่ได้ยกมือให้กับทางพลังประชารัฐ หรือพรรคฝ่ายค้านที่ผ่านมาก็ไม่ได้ยกมือให้นายกฯฝั่งพรรคพลังประชารัฐ มันเป็นกลไกตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว เรานำเสนอนโยบายต่างๆมา ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขมาตรา 112 ตนก็คงไม่ไปยกมือโหวนให้แคนดิเดตนายกฯของ พรรคก้าวไกล แค่นั้นเอง

สมมุติว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ได้ 36 ที่สัก 6 ที่บังเอิญมีคนยกมือสนับสนุน พิธา เป็นนายกฯ จะทำยังไง?

ทุกพรรคการเมืองต้องยืนยันตามมติพรรค ซึ่งเป็นกลไกตามระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว ตนคิดแทนคนอื่นไม่ได้ แต่ว่าระบบพรรคการเมืองมันจะเป็นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคเพื่อไทยเอง ส่วนใหญ่ก็จะทำตามมติพรรค ตนคิดว่าก็ต้องให้พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดจัดตั้งรัฐบาลไป

ประเด็น ส.ว. 250 เสียง เหมือนเป็นกับดักทิ้งเอาไว้ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์? 

ตนมองว่าไม่ใช่ ทุกอย่างเป็นกลไกตามรัฐธรรมนูญ เราย้อนไปก็ไม่มีประโยชน์ พูดกันวันนึงก็ไม่จบ ซึ่งวันนี้ในหลักการคือต้องให้พรรคอันดับ 1 (ก้าวไกล) จัดตั้งรัฐบาลไปก่อน ถ้าเขาจัดตั้งได้ก็จบ แต่ถ้าพรรคอันดับ 1 จัดตั้งไม่ได้ พรรคอันดับ 2 ก็เป็นคนจัดตั้งต่อไป ใครรวบรวมเสียงข้างมากได้ก็ได้เป็นรัฐบาลเท่านั้นเอง ส่วนตนพร้อมเป็นฝ่ายค้าน ไม่ได้มีปัญหาอะไร 

เขาขาดอยู่อีกประมาณ 60 เสียง? 

จริงๆมันมีพรรคที่เป็น ส.ส.อีกหลายพรรค ตนคิดว่าก้าวไกลก็ลองไปเจรจาดู ส่วนพรรคตนยังไงก็ต้องเป็นฝ่ายค้าน เพราะว่าไม่เห็นด้วยกับนโยบายของก้าวไกล แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือตนอยากให้ประเทศเดินไปข้างหน้าให้ได้

จะมีการล็อก ส.ว. หรือไม่? 

หากคิดแบบนี้จะเป็นการดูแคลน ส.ว.เกินไป ส.ว.ท่านเป็นอิสระของท่านอยู่แล้ว ฉะนั้น หากพรรคก้าวไกลต้องการเสียงของ ส.ว. ท่านก็ต้องไปเจรจาให้เป็นไปได้ด้วยดี ไม่ใช่ไปโจมตี หรือกดดัน 

พลเอกประยุทธ์ จะยุติบทบาทเลยหรือไม่? 

อันนี้ตนตอบแทนไม่ได้ แต่ตนเองก็ยังคงจะเดินหน้าต่อไป