ท่าที สว.โหวตเลือกนายกฯ ‘สถิตย์’ เปิด 5 เหตุผลเลือกผู้นำประเทศ

ท่าที สว.โหวตเลือกนายกฯ ‘สถิตย์’ เปิด 5 เหตุผลเลือกผู้นำประเทศ

เปิดท่าที สว.โหวตเลือกนายกฯ สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ เปิด 5 เหตุผลเลือกผู้นำประเทศ ชี้ประชาธิปไตยต้องมีความแตกต่างทางความคิด ย้ำพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล ‘ก้าวไกล’ ต้องรวมเสียง ส.ส. ให้ถึงที่สุดก่อนค่อยมาคุยกับ ส.ว.

การลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีจะต้องผ่านความเห็นชอบจากทั้ง ส.ส.และ ส.ว.รวม 750 คน โดยพรรคการเมืองจะเสนอรายชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าที่ประชุมรัฐสภา เพื่อลงคะแนนแบบเปิดเผย ซึ่งที่ผ่านมาจะมีการข่านชื่อสมาชิกรัฐสภาเป็นรายบุคคลว่าให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา โดยผู้ที่ได้รับความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 376 เสียง จึงจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีเพื่อไปจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.)

ความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลล่าสุด พรรคก้าวไกลที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ได้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาชาติ พรรคเสรีรวมไทย และพรรคเป็นธรรม โดยชูนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นนายกรัฐมนตรี

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ สมาชิกวุฒิสภา และอดีตปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ทิศทางการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีขอแสดงความคิดเห็นในเชิงหลักการ 5 ประเด็น ดังนี้ 

1.ความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย คือ ต้องมีความหลากหลายแตกต่างกันได้ โดยการแตกต่างกันนั้นไม่ได้หมายความว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด

2.เรื่องเสียงประชาชนที่ต้องยึดเป็นเสียงสวรรค์ เมื่อมีการเลือกตั้งก็ต้องให้ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งทั้ง 500 คน นำเสียงสวรรค์ที่ได้จากประชาชนมาทำหน้าที่ในการตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรกตามกติกา

3.ถ้าถึงที่สุดไม่สามารถโน้มน้าวเสียงในสภาผู้แทนราษฎรจึงมาถึงช่องทางของวุฒิสภาในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เห็นว่าเบื้องต้นพรรคแกนนำควรมีการโน้มน้าวเสียงทุกพรรคอย่างถึงที่สุดก่อน

4.ปัจจัยที่สำคัญทั้งนโยบาย โดยเฉพาะการลงนามบันทึกข้อตกลงหรือ MOU ซึ่งมีการพูดไปก่อนหน้านี้ต้องขอพิจารณาก่อนว่าจะเป็นอย่างไรสอดคล้องกับที่ทำสัญญาประชาคมและมีการรับปากประชาชนไว้หรือไม่

5.ภาวะผู้นำที่จะขับเคลื่อนนโยบายแต่ละประเด็นว่ามีความเป็นไปได้หรือเป็นไปตาม MOU มากน้อยเพียงใด

 

ยืนยันว่าส่วนตัวไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าตัวผู้นำจะเป็นใคร แต่จะพิจารณาองค์ประกอบในภาพรวมเป็นสำคัญหากเป็นที่น่าพอใจในฐานะส.ว.ก็พร้อมที่จะโหวตให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่

นายสถิตย์ ยังย้้ำว่า ลำดับแรกอยากให้แต่ละพรรครวมรวมเสียงให้ได้เสียก่อน แต่หากถึงที่สุดแล้วไม่สามารถรวมรวมเสียงได้จริง พรรคแกนนำก็จะต้องมีการมาพูดคุยกับทาง ส.ว.อย่างมีวุฒิภาวะเหมือนที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เคยกล่าวไปก่อนหน้านี้ ซึ่งส่วนตัวก็พร้อมที่จะพูดคุยอย่างมีวุฒิภาวะเช่นกัน