วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ศึกสุดท้าย “พลังประชารัฐ” หันซ้าย จับขวา

ต้องจับตาว่า ป.ป้อม และ พลังประชารัฐ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นรัฐบาลได้สำเร็จ โดยมีแคนดิเดตฯ ของพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่30 จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ลีลาลุงวันนี้แพรวพราว หันซ้าย จับขวา อย่างไรก็ได้หมด

ถูกจับตามาตลอดว่าพรรคพลังประชารัฐ มีโอกาสจับมือกับพรรคเพื่อไทย หลังการเลือกตั้งหลายฝ่ายพยายามเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของบุคคลสำคัญทั้งที่อยู่เบื้องหน้าและเบื้องหลังของสองพรรค 

ทางเพื่อไทย ดาหน้ายืนยันตลอดว่าไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด นั่นก็เพื่อประคองตัวไม่ให้สูญเสียความนิยมของพรรคที่นำคู่แข่งนั่นเอง แต่ในทางการเมือง อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น การที่บอกวันนี้ว่าไม่ แต่วันหน้าสถานการณ์พลิกผัน อาจจะใช่ขึ้นมาก็ได้ 

ฟากพลังประชารัฐเอง ก่อนหน้านี้ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค ที่ได้รับไฟเขียวจากป.ป้อม ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้ออกมาประกาศจุดยืนไม่ร่วมงานกับเพื่อไทย และก้าวไกล โดยอ้างเหตุผลรับไม่ได้กับนโยบาย แต่ผ่านไปไม่กี่วัน ป.ป้อม กลับเปลี่ยนเกม โพสต์ชี้แจงผ่านเฟชบุ๊คส่วนตัว ถึงแผนการจับมือร่วมรัฐบาล

“พรรคพลังประชารัฐจะจัดตั้งรัฐบาลแบบไหน อย่างไร จะร่วมกับใคร พรรคไหน จึงเป็นเรื่องที่ต้องรอให้ตามขั้นตอนที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขเฉพาะหน้า ซึ่งขึ้นอยู่กับการเจรจาอย่างรอบคอบ และต้องเป็นไปในนามมติพรรค ไม่ใช่เรื่องที่ใครคนใดคนหนึ่งจะมาประกาศตัดสิน จะไม่เป็นเช่นนั้น หากจะมีความเด็ดขาดแน่นอนก็คือ พลังประชารัฐ จะตัดสินใจทุกเรื่อง ทุกอย่างด้วยเหตุผลต้องร่วมกันก้าวข้ามความขัดแย้ง ด้วยความเชื่อว่าเป็นหนทางเดียวที่จะพาประเทศสู่การพัฒนา ที่สร้างโอกาสแห่งความสุขให้ประชาชนอย่างเท่าเทียมได้ ขอให้เชื่อมั่นว่า เราจะตั้งรัฐบาลที่เป็นความหวังของประเทศอย่างดีที่สุดได้” ประวิตร ระบุ 

ความหมายที่ถอดความได้ก็คือ พลังประชารัฐ ไม่ปิดประตูร่วมรัฐบาลกับพรรคใดทั้งสิ้น ไม่เว้นแม้แต่เพื่อไทย ที่อยู่ในสายเสรีนิยม หรือฝ่ายซ้าย แต่กับ ก้าวไกล อาจเป็นข้อยกเว้น เพราะจุดยืนตรงกันข้าม 

จึงต้องจับตาว่า ป.ป้อม และ พลังประชารัฐ จะสร้างประวัติศาสตร์เป็นรัฐบาลได้สำเร็จ โดยมีแคนดิเดตฯ ของพรรคได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่30 จริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ลีลาลุงวันนี้แพรวพราว หันซ้าย จับขวา อย่างไรก็ได้หมด