background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

มท.แจ้งความเอาผิดมูลนิธิทิพย์ “เป็นต่อ กรุ๊ป” ชง “ดีอีเอส” สอบเว็บด้วย

มท.แจ้งความเอาผิดมูลนิธิทิพย์ “เป็นต่อ กรุ๊ป” ชง “ดีอีเอส” สอบเว็บด้วย

“ปลัดมหาดไทย” สั่งการ “กรมการปกครอง” แจ้งความเอาผิด “มูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป” เหตุไม่ได้จัดตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย พ่วงผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ชง “ดีอีเอส” ลุยสอบเว็บไซต์ต่อด้วย ล้อมคอกสั่งผู้ว่าฯทุกจังหวัด-นายอำเภอ ปูพรมสอบมูลนิธิทุกแห่ง

เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2566 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า  ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้กรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบกรณีมีการใช้ชื่อระบุว่า "มูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป" ซึ่งพบว่าไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิอย่างถูกต้องตามกฎหมายนั้น วันนี้ ได้มอบหมายให้ พนักงานฝ่ายปกครอง สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ในฐานะหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการรับจดทะเบียนมูลนิธิ ไปแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของมูลนิธิเป็นต่อ หลังพบว่า ไม่ได้มีการจดแจ้งขออนุญาตก่อตั้งมูลนิธิ 

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณชนในชื่อของมูลนิธิเป็นต่อกรุ๊ป เข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ใน 3 ความผิดฐาน คือ

  1. ผิด พระราชบัญญัติกำหนด ความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.2499 ที่ได้ใช้คำว่า “มูลนิธิ” ประกอบกับชื่อในดวงตราและเอกสารอื่นเกี่ยวกับธุรกิจ โดยไม่ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ
  2. ผิดพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 มาตร 8 ประกอบมาตรา 17
  3. ผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 นำข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ได้กำชับให้กรมการปกครองได้บูรณาการประสานงานการทำงานร่วมกับกองบังคับการปราบปรามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำการสอบสวนขยายผลต่อไป

นายสุทธิพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ตนได้ลงนามหนังสือถึงปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DEs) ภายหลังกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการตรวจสอบผ่าน เว็บไซต์ ซึ่งการกระทำของบุคคลที่แอบอ้างใช้คำว่า "มูลนิธิ" ผ่านเว็บไชต์ดังกล่าวข้างต้น อาจเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายและเป็นการกระทำที่อาจทำให้บุคคลอื่นหลงเชื่อว่ากิจการนั้นเป็นมูลนิธิที่ได้จดทะเบียนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อาจเป็นการกระทำโดยทุจริตหรือหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญาตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 เพื่อกระทรวง DEs พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

“กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะนายทะเบียนมูลนิธิจังหวัดกำชับนายอำเภอทุกอำเภอตรวจสอบการดำเนินงานของมูลนิธิต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวพันกับธุรกิจผิดกฎหมายว่ามีการขออนุญาตก่อตั้งมูลนิธิ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินกิจการของมูลนิธิที่ได้มีการก่อตั้งแล้ว หากพบความผิดปกติทางการเงิน หรือไม่ได้มีกิจกรรม หรือมีการดำเนินการที่เข้าข่ายความผิด ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” ปลัด มท. กล่าวในช่วงท้าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิเป็นต่อ กรุ๊ป คือหนึ่งในเครือข่าย "เป็นต่อ กรุ๊ป" ที่มี "เป็นต่อ กรุ๊ป โฮลดิ้ง" เป็นบริษัทแม่ดำเนินธุรกิจหลายอย่าง โดยมี "สารวัตรซัว" หรือ พ.ต.ท.วสวัตติ์ มุครสกุล เป็นเจ้าของ บริหารผ่าน 3 คีย์แมนสำคัญคือ นายธีรพงศ์ ทองสุวรรณ  นายอุกฤษฎ์ สิทธิสังข์ และนายอดิสรณ์ กฤษวงศ์