ประเด็นปูทางแก้รัฐธรรมนูญรอบใหม่ ด้วยแนวทางขอความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่หลายพรรคการเมืองต่างผิดหวัง และถูกหักหลังจากการแก้รอบที่แล้ว อาจจะกลายเป็นเงื่อนไข ส่งผลให้การเมืองถูกแบ่งขั้ว เลือกข้าง สร้างปมขัดแย้งรอบใหม่ อย่างน่าเป็นห่วง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)มีมติเอกฉันท์เห็นชอบ ญัตติด่วนขอให้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีดำเนินการตามที่สภามีมติในการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งเสนอโดย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ส.ส. กทม. พรรคก้าวไกล และ “จุลพันธุ์ อมรวิวัฒน์” ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ด้วยมติ 324 เสียง งดออกเสียง 1 เสียง เมื่อ 3 พ.ย.56 ที่ผ่านมา
ในญัตติดังกล่าวมี ส.ส.จากทุกพรรคให้ความเห็นชอบ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 79 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 62 เสียง พรรคภูมิใจไทย 57 เสียง พรรคก้าวไกล 44 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 32 เสียง พรรคเศรษฐกิจไทย 11 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 7 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 5 เสียง พรรคประชาชาติ 4 เสียง พรรคเพื่อชาติ 5 เสียง พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 เสียง พรรคพลังท้องถิ่นไท 2 เสียง พรรครวมพลัง 5 เสียง พรรคชาติพัฒนา 2 เสียง
โดยขั้นตอนหลังจากนี้จะส่งไปให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ได้ออกมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งเสียงของ ส.ว. คงต้องรอสัญญาณจาก “3 ป.” ว่าจะวางเกมอย่างไร เพราะหากจะตีตกญัตติด่วนดังกล่าว อาจจะต้องยืมมือของ ส.ว. เพื่อไม่ให้ส่งญัตติไปถือมือของคณะรัฐมนตรี
โดยในส่วนของเสียง ส.ส.ที่ทุกพรรคการเมืองมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเข้าสู่โค้งสุดท้ายของรัฐบาล-เทอมสภา จึงไม่มีพรรคการเมืองใดออกตัวขัดขวางการเสนอทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง
ฉะนั้น โฟกัสหลักจึงอยู่ที่ ส.ว.จะตัดสินใจอย่างไร ซึ่งการออกประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะไม่กระทบต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. อย่างแน่นอน เนื่องจากการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเกิดขึ้นก่อนขั้นตอนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
แต่อุปสรรคหลักของการเปิดช่องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เท่ากับเปิดช่องให้มีการตั้ง “คณะบุคคล” เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะกระทบกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ในทุกหมวด โดยเฉพาะหมวด 2 ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แม้ญัตติด่วนจะเริ่มต้นที่การออกเสียงประชามติ แต่ “ขั้วอนุรักษ์นิยม” อ่านเกมทั้งกระดานย่อมมองว่า การรื้อรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมดเป็นความต้องการของพรรคก้าวไกล ที่อาจจะหวังต่อยอด “ทะลุฟ้า”
หาก “ขั้วอนุรักษ์นิยม” มองแล้วว่ามีเกมซ่อนกลอยู่ในญัตติออกเสียงประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่มีทางจะยอมปล่อยผ่าน จนไปเข้าทาง “ม็อบสามนิ้ว” ที่รอรับลูกปั่นกระแสอยู่แล้ว
ที่สำคัญ แนวทางการหาเสียงในช่วงเลือกตั้งจะถูกปั่นไปในทิศทางเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่มีอะไรการันตีได้เลยว่าจะมีพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่ง ฉวยโอกาสใช้เงื่อนไขการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับมาโกยแต้มหรือไม่
แต่ที่ฟันธงได้ล่วงหน้าคือ “ม็อบสามนิ้ว” จะเชิญชวนให้ผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน มาออกเสียงเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งรู้กันดีว่า “ม็อบสามนิ้ว” อยากแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวดใดมากที่สุด
ฉะนั้น “ขั้วอนุรักษ์นิยม” จะไม่ยอมปล่อยผ่านให้มีการทำประชามติ เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ควบคู่ไปกับการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แม้เสียง ส.ส. จะผ่านมติเอกฉันท์ และได้เสียงสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง แต่จะผ่านด่าน ส.ว.ไปคงจะเป็นเรื่องยากพอตัว
ประเด็นปูทางแก้รัฐธรรมนูญรอบใหม่ ด้วยแนวทางขอความเห็นของประชาชนต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่หลายพรรคการเมืองต่างผิดหวัง และถูกหักหลังจากการแก้รอบที่แล้ว อาจจะกลายเป็นเงื่อนไข ที่ส่งผลให้การเมืองถูกแบ่งขั้ว เลือกข้าง สร้างปมขัดแย้งรอบใหม่ อย่างน่าเป็นห่วง




