"ยุทธพงศ์"ยื่นประวิตร-คลังเบรกธนารักษ์เซ็น”วงษ์สยาม”พัฒนาท่อน้ำอีอีซี

"ยุทธพงศ์"ยื่นประวิตร-คลังเบรกธนารักษ์เซ็น”วงษ์สยาม”พัฒนาท่อน้ำอีอีซี

"ยุทธพงศ์"ยื่นประวิตร-คลังเบรกกรมธนารักษ์เซ็น”วงษ์สยาม”พัฒนาท่อน้ำอีอีซี ปูดไอ้โม่งสั่งการเร่งรัดลงนามสัญญา หวั่นทิ้งทวนก่อนเกษียณ ชี้ปมศาลสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว ไม่ใช่บังคับให้ลงนาม

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร  ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาฉบับลงวันที่ 15 ส.ค.2565  ในคดีหมายเลขดำที่ 1746/2564  ระหว่าง บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสวอเตอร์ ผู้ฟ้องคดี  คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาตตะวันออก ที่ 1  กับพวกรวม 3 คน ผู้ถูกฟ้องคดี บริษัท วงศ์สยามก่อสร้าง จำกัด ผู้ร้องสอด 

ซึ่งศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งในวันนี้ เวลา 9.30 น. และมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ที่มีคำสั่งรับคำขอเกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน)  และมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับการดำเนินการตามประกาศเชิญชวนเอกชนเพื่อบริหารและดำเนินการระบบท่อส่งน้ำสายหลักภาคตะวันออกไว้เป็นการชั่วคราว ก่อนการพิพากษา หรือมีคำสั่งชี้ขาดคดีหรือจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น โดยศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำขอของผู้ฟ้องคดีนั้น 
 

นายยุทธพงศ์ กล่าวต่อว่า ตนขอตั้งข้อสังเกตดังนี้ 1.คดีนี้ตนได้ยื่นเรื่องกล่าวโทษต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ในเรื่องนี้ มีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมกับเอกชนหลายราย กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในลักษณะแบ่งแยกหน้าที่กันกระทำผิด และมีลักษณะผูกขาดตัดตอน หรือฮั้ว โดยไม่เปิดให้มีการแข่งขันอย่างเสรีตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหาย ขณะนี้อยู่ในระหว่างการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. 

2.คดีนี้ ศาลยังมิได้มีคำพิพากษาถึงที่สุด ว่าการดำเนินการของคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนในการจัดให้เช่า บริหารระบบท่อส่งน้ำสายหลักในภาตตะวันออก ได้กระทำไปโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
 
3.ขณะนี้มีไอ้โม่งเร่งรัดจัดให้มีการลงนามในสัญญา ดังนั้นในวันนี้ ตนจึงได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี  นายอาคม  เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คลัง  นายสันติ  พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง รวมถึงปลัดกระทรวงการคลัง เพื่อให้ตรวจสอบ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ รอบคอบ และระมัดระวัง มิให้กระทำการใดผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทำให้ประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเสียหาย
 

นายยุทธพงศ์ ระบุด้วยว่า ตนขอเรียกร้องให้นายประภาส คงเอียด  อธิบดีกรมธนารักษ์ ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย. 2565 นี้ อย่าลงนามในสัญญาให้กับบริษัทใดในลักษณะทิ้งทวน หรืออย่าจำยอมต่ออำนาจของใครก็ตาม ที่สั่งให้ลงนามสัญญาในทันที เพราะในวันอังคารที่ 29 ก.ย.2565 คณะรัฐมนตรีจะมีมติตั้งอธิบดีกรมธนารักษ์คนใหม่แล้ว 

ดังนั้นจึงขอให้บุคคลทั้งหมด ชะลอการลงนามในสัญญาบริหารจัดการท่อส่งน้ำในภาคตะวันออกไว้ก่อน เนื่องจากมีประเด็นความเสียหายมากมาย อาทิ ประเด็นเรื่องการแบ่งแยกค่าแรกเข้า ในการทำสัญญาไม่ชอบด้วยกฎหมาย เรื่องการชำระเงิน ผลประโยชน์ตอบแทนรายปี ส่วนแบ่งรายได้รายปี รวมถึงหน้าที่และความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนคู่สัญญา

“ผมเห็นว่าการที่ศาลสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราว ไม่ได้เป็นบทบังคับให้ต้องลงนามในสัญญา อีกทั้งการที่รักษาการแทนนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง จะสั่งให้กรมธนารักษ์ชะลอการลงนามไว้ก่อน เพื่อรอคำพิพากษาของศาลปกครอง ย่อมสามารถกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะหากมีการลงนามในสัญญา ยังมีข้อโต้แย้งว่า การแบ่งแยกค่าแรกเข้า ออกเป็น 2 งวดดังกล่าว ยังมีความเสี่ยงว่า เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งผมได้ยื่นหนังสือถึงผู้เกี่ยวข้องแล้ว”

ทั้งนี้นายประภาศ คงเอียด อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์เตรียมที่จะเดินหน้าเซ็นสัญญาการดำเนินโครงการท่อส่งน้ำหลักในภาคตะวันออกหรืออีอีซี กับ บริษัท วงษ์สยาม ก่อสร้าง จำกัด ในฐานะผู้ชนะการประมูลในเร็วๆนี้ หลังจากที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งไม่คุ้มครองชั่วคราวในการเดินหน้าโครงการดังกล่าว

“ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งในวันนี้แล้วว่า ไม่คุ้มครองชั่วคราวในการดำเนินโครงการ หลังจากศาลปกครองกลางได้รับคำร้องจากอีสท์วอเตอร์ให้คุ้มครองการดำเนินโครงการดังกล่าว ทำให้กรมธนารักษ์ไม่สามารถเดินหน้าโครงการดังกล่าวได้”