"ผบ.ตร." บินด่วนควงคู่ "บิ๊กโจ๊ก" แถลงปิดคดี "ทุจริตสหกรณ์ตำรวจพัทลุง" เสียหาย 1,500 ล้านบาท สั่งถอดบทเรียนเป็นกรณีศึกษาระบบสหกรณ์ทั่วประเทศ ขณะที่ปปง. เตรียมส่งสำนวนฟ้อง 18 ต.ค.นี้
ความคืบหน้ากรณีการ "ทุจริตสหกรณ์ตำรวจพัทลุง" ทำให้เกิดความเสียหายประมาณ 1,500 ล้านบาท จนนำไปสู่การจับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 27 ราย และยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาไปแล้วประมาณ 700 ล้านบาท ด้าน ปปง.กำลังขับเคลื่อนการยึดทรัพย์อีกหลายร้อยล้านบาท ตามข่าวที่เสนอมาแล้วนั้น
ล่าสุดวันนี้ (13 ก.ย. 65 ) เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ,พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ,พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 และนางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.กองคดี 3 ปปง. และคณะ ได้ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดีการทุจริตเงินสหกรณ์ โดยมีกลุ่มผู้ต้องหา จำนวน 27 ราย มีการตรวจพบหลักฐานการทุจริตจากการจ่ายเช็ค จำนวน 1,504 ฉบับ
ซึ่งพบว่ามีการนำเงินออกจากสหกรณ์ จำนวน 979,717,879 บาท ต่อมาในวันที่ 22 สิงหาคม 2565 ได้มีการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 74 เป้าหมาย จำนวน 9 จังหวัด โดยสามารถยึดทรัพย์สินได้ จำนวน 694 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
โดยได้มีการเข้าตรวจค้นเพิ่มเติมอีก 25 จุด ในพื้นที่ จ.จันทบุรี นครศรีธรรมราช ตรัง และ จ.พัทลุง โดยสามารถตรวจยึดทรัพย์สินที่เป็นบ้าน 7 หลัง มูลค่า 105 ล้านบาท ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 5 จุด มูลค่า 25 ล้านบาท ที่ดินตามโฉนด 18 จุด มูลค่า 127 ล้านบาท และอายัดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ 53 บัญชี มูลค่า 52 ล้านบาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ในวันนี้ทั้งสิ้น 309,311,640 บาท
จากเข้าตรวจค้นในพื้นที่ 99 จุด ในพื้นที่ 9 จังหวัดนั้น มีทรัพย์สินที่ยึดได้รวมกันทั้งสิ้น 1,003,753,140 บาท
ในส่วนของสำนวนการสอบสวนในคดีนี้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐาน สอบปากคำพยานมากกว่า 959 ราย เอกสารในสำนวนมีมากกว่า 50,000 แผ่น
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการยึดทรัพย์ของผู้กระทำความผิดจากการโอน เปลี่ยนแปลง ใครที่รับไปจะต้องถูกดำเนินคดีฟอกเงิน ส่วนค่าเสียหายประมาณมากว่า 1,400 ล้านบาทนั้น โดยได้ยึดทรัพย์มาได้แล้วกว่า 1,000 ล้านบาท จากนี้ไปก็จะส่งสำนวนการสอบสวนส่งฟ้องคดีอาญาต่อพนักงานอัยการ ส่งฟ้องศาล ตามขั้นตอนต่อไป และจะต้องใช้คดีดังกล่าวเป็นกรณีศึกษาเพื่อขับเคลื่อนการทำงานไปยังสหกรณ์ต่างๆ ทั่วประเทศ และจะต้องถอดบทเรียนเพื่อหามาตรการในการป้องปรามมิให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นอีก
พร้อมกันนั้นก็จะต้องนำเรื่องดังกล่าวเป็นข้อพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบต่างๆ ในขณะเดียวกันทาง สตช. และหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายจะต้องร่วมกันมิให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกครั้ง ในส่วนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมที่ดิน ธนาคาร ฯลฯ จะต้องเข้ามาถอดบทเรียนในเรื่องดังกล่าวด้วย รวมทั้งจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกันในการป้องปรามการเกิดการทุจริตดังกล่าวนี้
ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เมื่อทราบความเสียหายก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชุดสืบสวนสอบสวน และทาง ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับให้ดำเนินการคดีกับผู้กระทำความผิดโดยเร็วที่สุดก่อนที่สหกรณ์ฯ จะล่มสลายไป และเห็นว่าสหกรณ์ฯ ยังมีสภาพคล่องจึงได้เร่งรัดให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีทุกบัญชี ความเชื่อมโยงบัญชี การสืบทรัพย์ทั้งหมด และในวันนี้ได้มีการยึดทรัพย์สินทั้งหมดของผู้ต้องหาโดยใช้อำนาจของ ปปง. ก็ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมด้วยช่วยกันคลี่คลายคดีนี้จนประสบความสำเร็จ
ด้าน นางชลธิชา ดาวเรือง ผอ.กองคดี 3 ปปง. กล่าวว่า จากนี้ไปทาง ปปง.จะส่งสำนวนส่งฟ้องต่ออัยการจังหวัดในวันที่ 18 ตุลาคม 2565 เพื่อส่งฟ้องศาลแพ่งตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งในการดำเนินงานของ ปปง.นั้นได้รับความร่วมมือจากพนักงานสอบสวนด้วยดี ทำให้มีการยึดทรัพย์จากกลุ่มผู้ต้องหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับ คดี "ทุจริตสหกรณ์ตำรวจพัทลุง" มีผู้เกี่ยวข้อง 84 ราย คาดว่าจะนำทรัพย์สินของกลุ่มผู้ต้องหาส่งฟ้องตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อนำทรัพย์สินดังกล่าวมาคืนให้กับสหกรณ์ฯภายใน 2 ปี ในขณะที่นายสวัสดิ์ อ่อนประชู สหกรณ์จังหวัดพัทลุง กล่าวว่า การดำเนินงานของสหกรณ์ฯ นั้นจะต้องมีการเยียวยาสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อน และมีผลกระทบจากการทุจริตในครั้งนี้ด้วย
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์





