"นายกฯ" ถก "อุปทูตสหรัฐ" เพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ยึดสันติวิธี ปมร้อนจีน

"นายกฯ" ถก "อุปทูตสหรัฐ" เพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ยึดสันติวิธี ปมร้อนจีน

"นายกฯ" หารือ "ไมเคิล ฮีธ" เผย "ไทย" พร้อม สนับสนุนการทำงานของเอกอัครราชทูตสหรัฐ คนใหม่ ด้าน "อุปทูต" ชื่นชม ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ พร้อมเพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ย้ำยึด สันติวิธี ทางออกความขัดแย้ง ระหว่างประเทศ หวัง "ไบเดน" ร่วมเอเปค

ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายไมเคิล ฮีธ (Mr. Michael Heath) อุปทูตรักษาราชการชั่วคราว สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในโอกาสพ้นจากหน้าที่ 

"นายกฯ" ถก "อุปทูตสหรัฐ" เพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ยึดสันติวิธี ปมร้อนจีน

โดยนายกรัฐมนตรี ยินดีที่ได้พบหารือกับอุปทูตสหรัฐ อีกครั้ง พร้อมทั้งชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ที่มีพลวัตเพิ่มมากขึ้นในทุกมิติ และมีความใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนานโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของอุปทูตสหรัฐ ในการส่งเสริมความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในหลายมิติ โดยอุปทูตสหรัฐ มีความรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศไทยเป็นอย่างดี ทำให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย คนใหม่จะสานต่อภารกิจที่อุปทูตสหรัฐ ริเริ่มไว้ และเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน โดยรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุน และทำงานร่วมกับเอกอัครราชทูตสหรัฐ คนใหม่อย่างเต็มที่

"นายกฯ" ถก "อุปทูตสหรัฐ" เพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ยึดสันติวิธี ปมร้อนจีน

ขณะที่อุปทูตสหรัฐ ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สละเวลาให้เข้าพบ แม้จะมีภารกิจมาก ชื่นชมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสหรัฐ ที่เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดในทุกมิติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจสาธารณสุข การศึกษา และการแลกเปลี่ยนในระดับประชาชน พร้อมชื่นชมนโยบาย และบทบาทผู้นำของนายกรัฐมนตรีในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งทำให้ภาคธุรกิจในไทยยังคงสามารถดำเนินการได้ 

"นายกฯ" ถก "อุปทูตสหรัฐ" เพิ่มความร่วมมือเศรษฐกิจ ยึดสันติวิธี ปมร้อนจีน

นอกจากนี้ อุปทูตสหรัฐ กล่าวว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐ คนใหม่ เป็นผู้มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในภูมิภาคนี้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่าจะมีบทบาทในการสานต่อ และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันมากขึ้น 

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับประเด็นความร่วมมือที่สำคัญร่วมกัน ได้แก่ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยกับสหรัฐ มีความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะการค้า และการลงทุน ซึ่งสหรัฐเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของไทย 

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายเห็นว่า ยังมีศักยภาพที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกันได้อีกมาก นายกรัฐมนตรีเชื่อว่า โดยเฉพาะการจัดทำแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตร และหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐ จะช่วยกำหนดเป้าหมาย และแนวทางความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอุปทูตสหรัฐ เชื่อมั่นว่า ทั้งสองฝ่ายจะได้หารือเพื่อเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจระหว่างกันมากขึ้น 

ความร่วมมือด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ นายกรัฐมนตรียินดีที่ประเทศได้รับการยกระดับขึ้นเป็น Tier 2 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี 2565 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของไทย ด้านอุปทูตสหรัฐ ชื่นชมบทบาทที่แข็งขันของนายกรัฐมนตรีในการขับเคลื่อนการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจังจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อประเด็นปัญหาการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง และได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ และมุ่งมั่นดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจังต่อเนื่อง

สำหรับประเด็นความร่วมมือในกรอบพหุภาคี นายกรัฐมนตรียินดีที่สหรัฐ เพิ่มพูนบทบาท และปฏิสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ในภูมิภาค และอนุภูมิภาค ผ่านกลไกความร่วมมือที่มีอยู่ และกลไกใหม่ที่สหรัฐ ริเริ่มขึ้น อาทิ Mekong-US Partnership กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) 

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อประเด็นสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันโดยสันติวิธีตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน ด้านอุปทูตสหรัฐ ชื่นชมไทยได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และพร้อมมีบทบาทที่สร้างสรรค์ร่วมกับไทย 

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีฝากความปรารถนาดีถึงประธานาธิบดีไบเดน สำหรับการต้อนรับที่อบอุ่นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนสหรัฐ เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมหวังว่าจะมีโอกาสให้การต้อนรับประธานาธิบดีไบเดนในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ที่กรุงเทพฯ ช่วงปลายปีนี้ ซึ่งสหรัฐจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในปี 2566 ต่อจากไทย

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์