"พรเพชร" บอกส.ว. พร้อมเข้าประชุมรัฐสภา ปัดกำชับให้ต้องมาประชุม พร้อมปัดประเมินทิศทางร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง บอก ฐานะรองประธานรัฐสภา งดออกเสียง
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ฐานะรองประธานรัฐสภา ปฏิเสธต่อกระแสข่าวการชักชวน ส.ว. ไม่เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาวันที่ 10 สิงหาคม ระบุว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เข้าใจว่าส.ว.จะมาร่วมประชุม ทั้งนี้ไม่มีประเด็นใดที่ต้องกำชับให้เข้าร่วมประชุม อย่างไรก็ดีหากพิจารณาจากการประชุมวุฒิสภในวันนี้ (9 สิงหาคม) ตนไม่ได้กำชับให้ส.ว.ร่วมประชุม แต่ขอร้อง และขอความร่วมมือให้ ส.ว.ช่วยพิจารณาร่างกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. … ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญและผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีการขยายเวลาการประชุมจนจะหมดแล้ว และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของกรอบเวลาในร่างกฎหมายดังกล่าว
เมื่อถามว่า หากการรัฐสภา วันที่ 10 สิงหาคม ไม่สามารถดำเนินการประชุมได้ จะเกิดข้อครหา ต่อการทำหน้าที่ของสมาชิกส.ว.หรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า "เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชน เป็นหน้าที่ของประชาชนที่เขาจะเข้าใจ และเป็นหน้าที่ของผู้ที่ไม่มาร่วมประชุมจะต้องชี้แจงว่าเขา มีเหตุผลอะไร ไม่ใช่หน้าที่ที่ผมจะต้องไปไต่สวนลงโทษ อะไรใคร"
เมื่อถามย้ำว่าหากร่างพ.ร.ป.เลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่..) พ.ศ.. ทำไม่เสร็จจนเกินกรอบ 180 วัน ทางการเมืองถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายพรเพชร กล่าวว่า ตนคงพูดอะไรไม่ได้ ทั้งในเรื่องทางการเมืองและในเรื่องความผิด เพราะตนไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ แต่การประเมินการทำงานของ ส.ว. เป็นเรื่องของประชาชน ส่วนกรณีที่ ส.ว. ขาดประชุมโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่แจ้งล่วงหน้าไม่ถือเป็นความผิด แต่สมาชิกที่ขาดการประชุม หากขาดการประชุมเกิน 1 ใน 3 ของจำนวนการประชุม ก็จะพ้นสภาพการเป็นสมาชิก หากไม่มีขออนุญาต
"การพิจารณาร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง จะเสร็จหรือไม่ผมไม่สามารถยืนยันได้ และตอบไม่ได้ว่าร่างกฎหมายจะออกมาในรูปแบบใด เพราะขึ้นอยู่กับส.ว.และส.ส. ที่จะเป็นเสียงชี้ขาด เพราะประธานและรองประธานจะงดออกเสียงทุกครั้ง" นายพรเพชร กล่าว
ขณะที่นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. กล่าวโดยเชื่อมั่นว่า ส.ว.ส่วนใหญ่พร้อมให้ความร่วมมือการประชุม เพราะการประชุมร่วมรัฐสภาที่ผ่านมาส.ว.ความร่วมมือค่อนข้างมาก ส่วนการเดินหน้าร่างพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. จะทำได้หรือไม่ ตนมองว่าต้องเข้าใจในสถานการณ์ด้วยว่าเป็นกลยุทธ์ในการต่อสู้ทางการเมือง ที่จะไม่ร่วมพิจารณาร่างกฎหมายที่เห็นว่าไม่ถูกต้อง
"ส่วนตัวเคารพผู้ที่แสดงความคิดเห็นในรูปแบบนี้ แต่ก็เห็นว่าหากไม่เห็นด้วยกับกฎหมาย และแม้ผ่านวาระ3 ไปแล้วก็ยังไม่ได้สิ้นสุดเพราะมีขั้นตอนที่ต้องให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้ความเห็นกลับมาอีกครั้งและสมาชิกรัฐสภาก็มีโอกาสที่จะตัดสินใจได้อีกครั้งหนึ่ง หรืออีกช่องทางหนึ่งคือก่อนที่จะนำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย ก็ยังมีช่องทางที่จะยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้" นายคำนูณ กล่าว
นายคำนูณ กล่าวด้วยว่าหากการประชุมรัฐสภาวันที่ 10 สิงหาคม ไม่สามารถเดินหน้าได้ เพราะองค์ประชุมไม่ครบเชื่อว่าประชาชนจะไม่เข้าใจและไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าว และเป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องชี้แจงเหตุผล และเร่งกู้ภาพลักษณ์ของรัฐสภาเพื่อความวัฒนาถาวรของระบบรัฐสภา นอกจากนี้หากเกิดกรณีที่สมาชิกบางคนขาดโดยไม่มีเหตุผลหรือไม่ได้แจ้งล่วงหน้าอาจมีการยื่นร้อง เรื่องผิดจริยธรรมได้ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีคดีตัวอย่างเกิดขึ้น.





