"สาธิต" เผย สูตรส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์
หาร 500 "กกต." ให้ความเห็น หมิ่นเหม่ ผิดรัฐธรรมนูญ ชี้ หาร 100 ไม่เสี่ยง สอดคล้อง กมธ.ข้างมาก รับ กลับไปกลับมา ปชช. ไม่เชื่อมั่น ต้องตำหนิ คนที่พยามเคลื่อน
ที่รัฐสภา นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวถึงกรณี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ส่งสัญญาณอาจกลับไปใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร 100 ว่า ตอนนี้กฎหมายอยู่ขั้นตอนการพิจารณารายมาตรา วาระ 2 โดยหลังจากผ่านวาระ 3 ต้องส่งไปที่ กกต. หากสมมติว่ามีความเห็นสูตร 500 อาจขัดรัฐธรรมนูญและหาก กกต.คิดว่าเป็นปัญหาก็จะกลับไปสู่การพิจารณาของสภาอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นก็จะไม่เสียเวลานำไปสู่การพิจารณาของสภาร่วม เพื่อมาแก้ไขในมาตรา 23 เกี่ยวกับสูตรการคำนวณ ส.ส. รวมทั้งมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า ท่าทีของ ปชป.เห็นด้วยหรือไม่ที่จะกลับมาสูตร 100 นายสาธิต กล่าวว่า ไม่มีความเสี่ยงและสอดคล้องกับ กมธ.เสียงข้างมาก และที่ผ่านมา กกต.ก็มาให้ความเห็นทุกขั้นตอนว่าการใช้สูตร 500 จะมีความหมิ่นเหม่ผิดรัฐธรรมนูญ ฉะนั้น หากทำกฎหมายที่รอบคอบปลอดภัยจะเป็นประโยชย์กับทุกฝ่ายและสอดคล้องกับหลักการ
เมื่อถามว่า มีการมองสาเหตุที่กลับมาสูตร 100 เพราะฝ่ายรัฐบาลอาจจะไม่ได้เปรียบจากสูตร500 นายสาธิต กล่าวว่า ตนไม่ได้ใครเสียเปรียบหรือได้เปรียบ แต่ตนร่างกฎหมายและกติการเลือกตั้งเพื่อความเป็นธรรม ส่วนใครจะได้เปรียบเสียเปรียบอยู่ที่การตัดสินใจของประชาชนและกติกาเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า การที่ทำให้วุ่นวายเพื่อไปสู่การคว่ำกฎหมายลูกในวาระ 3 เพื่อออก พ.ร.ก.เกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นประโยชน์กับฝ่ายบริหาร นายสาธิต กล่าวว่า การออก พ.ร.ก.อาจจำเป็น แต่การออก พ.ร.ก.โดยไม่มีทุกฝ่ายมาร่วมร่างกติกาในขั้น กมธ.ร่วมมันก็จะเป็นความขัดแย้งในขั้นตอนต่อไป ดังนั้นการจะทำให้บ้านเมืองราบรื่นก็ควรเป็นไปตามหลักการและกลไก ใครจะไปจะมา รัฐบาลจะอยู่หรือจะไป รัฐบาลใหม่จะมา แต่หลักการของประเทศต้องยังอยู่ เพื่อช่วยกันให้เกิดสิ่งนี้ให้ได้
เมื่อถามว่า การกลับไปกลับมาจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบรัฐสภาอีกหรือไม่ นายสาธิตกล่าวว่า ตนยอมรับหากกลับไปกลับมาจริงประชาชนก็จะไม่เชื่อมั่นในเสียงการประชุมร่วมรัฐสภา ต้องตำหนิคนที่พยายามเปลี่ยนและกลับไปกลับมาว่ามีผลอะไรที่คิดแบบนั้น ซึ่งตนก็ทราบว่าประชนชนรู้คือใครคิดยังไงและอยากให้เป็นอะไร มันปิดกันไม่ผิด





