background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

เตือน! ปชช.ระวังเฝ้าระวัง "ไข้เลือดออก" ระบาดหลายพื้นที่ แนะสังเกตอาการ

เตือน! ปชช.ระวังเฝ้าระวัง "ไข้เลือดออก" ระบาดหลายพื้นที่ แนะสังเกตอาการ

เตือน! ประชาชนเฝ้าระวัง "ไข้เลือดออก" หลังหลายพื้นที่พบจำนวนผู้ป่วยมากขึ้น แนะกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั้งในบ้านและชุมชน สังเกตอาการใกล้ชิดกรณีมีไข้สูงปวดศีรษะกล้ามเนื้อ และมีจุดเลือดออกตามลำตัวต้องรีบพบแพทย์

เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2565 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝนซึ่งสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย ทำให้หลายพื้นที่ทั่วประเทศพบผู้ป่วยโรค "ไข้เลือดออก" ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะจำนวนมากขึ้น จึงขอเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังและร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในบริเวณบ้านโรงเรียนและชุมชน

ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมควบคุมโรคระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-20 มิ.ย. 2565 มีรายงานผู้ป่วย "โรคไข้เลือดออก" ทั่วประเทศ 5,196 คน เสียชีวิต 6 ราย กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุด คือ 15-24 ปี รองลงมา 10-14 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ โดยผู้ป่วยกระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า การร่วมกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายนอกจากป้องกัน "ไข้เลือดออก" แล้ว ยังสามารถป้องกันโรคไข้ปวดข้อยุงลาย และโรคติดเชื้อไวรัสซิกาได้ด้วย โดยประชาชนสามารถร่วมกันดูแลป้องกันได้ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงระดับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดเก็บกวาดเก็บบ้าน โรงเรียน แหล่งชุมชน ให้สะอาดไม่ให้ยุงลายเข้ามาเกาะพัก เก็บภาชนะกักเก็บน้ำให้มิดชิดเพื่อป้องกันยุงลายลงไปวางไข่  เก็บขยะให้เรียบร้อยไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย รวมถึงการจัดกิจกรรมเสริมในการจัดการสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงในชุมชน

นอกจากนี้ หากมีบุตรหลานหรือคนในครอบครัวมีอาการไข้สูงให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีมีอาการ ทานยาแล้วไข้ไม่ลดหรือลดแล้วไข้กลับมาสูงอีก ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา หรือมีจุดเลือดออกที่ลำตัว และแขน ขา ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มแอสไพริน และไอบูโพรเฟน แต่ควรรีบพบแพทย์

นอกจากนี้ หากมีอาการ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ หายใจเหนื่อยหอบ เบื่ออาหาร ปวดท้องร่วมด้วย ซึ่งอาจเป็นการเจ็บป่วยร่วมกันระหว่าง "ไข้เลือดออก" กับโรคโควิด19 จะทำให้มีอาการทรุดหนักและรวดเร็วได้ เมื่อมีอาการดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคที่เหมาะสม ลดความรุนแรงและการเสียชีวิต

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ "อาการไข้เลือดออก" หรือโรคต่างๆ สามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422