กมธ.สวัสดิการสังคม เสนอรายงานแนวทางออกกฎหมายบำนาญ แนะแก้ กม.ผู้สูงอายุ ปรับกองทุนให้ยืดหยุ่น แบ่งภาษีบาป อุดหนุนกองทุน ด้าน "ส.ส." สนับสนุนจ่ายบำนาญถ้วนหน้าผู้สูงอายุคนละ 3,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมสภาฯ ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้เห็นชอบรายงานศึกษาของคณะกรรมาธิการ (กมธ.)การสวัสดิการสังคม เรื่อง แนวทางการเสนอกฎหมายบำนาญแห่งชาติ ที่มีน.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานกมธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายงานฉบับดังกล่าวสนับสนุนการตั้งกองทุนเพื่อเป็นระบบบริหาร ที่มีความยืดหยุ่น และลดปัญหาด้านงบประมาณที่จะกลายเป็นภาระของรัฐ โดยปัจจุบันพบว่ามีผู้สูงอายุกว่า 12 ล้านคน ต้องใช้งบปะมาณ ปีละ 7.7หมื่นล้านบาท ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวปัจจุบันมีกองทุนผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ให้เป็น รร่างพ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ดังนั้นในแนวทางที่เป็นไปได้ ควรแก้ไขกฎหมายดังกล่าว และปรับปรุงที่มารายได้และการบริหารงาน
“รายได้ที่ควรกำหนด คือ ทุนประเดิมจากรัฐบาลที่จัดสรรให้ เงินงบประมาณประจำปี เงินบำรุงจากผู้เสียภาษีสรรพสามิต เงิน หรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้ รวมถึงเงินอุดหนุนจากต่างประเทศองค์กรต่างประเทศ นอกจากนั้นควรพิจารณาจากค่าบำรุง ที่มาจากการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล เงินบำรุงจากค่าแบ่งสัมปทาน ในกิจการสื่อสาร วิทยุ โทรทัศน์ และกสทช.” รายงานระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รายงานดังกล่าวยังมีข้อเสนอแนะว่า สิทธิของบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ต้องเป็นสิทธิที่ทุกคนพึงได้รับแม้ประชาชนบางส่วนจะได้รับสวัสดิการบำนาญจากกองทุนการออมภาคบังคับอื่นแล้ว ทั้งนี้ไม่รวมถึงสิทธิบำนาญจากกองทุนประกันสังคม กองทุนการออมแห่งชาติ และสิทธิในการรับเบี้ยความพิการ สำหรับสิทธิประโยชน์อื่นที่ประชาชนได้รับ ควรให้สิทธิประชาชนเลือกสิทธิที่ดีกว่า
สำหรับการอภิปรายของส.ส. จำนวน 24 คนนั้น มีความเห็นสนับสนุนและต้องการให้รัฐบาลเร่งผลักดันการตรากฎหมายบำนาญประชาชน ด้วยการจ่ายเงินให้ผู้สูงอายุ ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,000 บาท แบบถ้วนหน้า ทั้งนี้คาดว่าจะใช้งบประมาณกว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี นอกจากนั้นยังแสดงความเห็นด้วยว่าต้องการให้รรัฐบาลกำหนดที่แหล่งรายได้ ซึ่งเป็นที่มาของงบประมาณในส่วนดังกล่าวให้ชัดเจน





