เทอมสุดท้ายของรัฐบาล ส่งผลให้สถานการณ์การเมืองเข้มข้น ก็คงต้องตามลุ้น "พล.อ.ประยุทธ์" จะฝ่าด่าน "ศึกซักฟอก -ปมนายกฯ 8 ปี " ได้หรือไม่ และการชู "บิ๊กป้อม" นั่งนายกฯ คนนอก จะไปไกลได้เพียงใด หรืออาจเป็นได้แค่ฝันกลางวัน
“บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในวัย 76 ปี ถูกมองเป็น“ทหารการเมือง” นับตั้งแต่ตบเท้าเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้า เมื่อปี 2543 หลังถูก พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ.(ประธานองคมนตรี) จับย้ายเข้ากรุ จาก แม่ทัพน้อยที่ 1 ไปเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เหตุเดินทางไปต่างประเทศไม่ได้ลา
ดับฝันเส้นทางก้าวขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เพราะชีวิตรับราชการ “บิ๊กป้อม”ถือได้ว่าเติบโตตามไลน์ นั่งอยู่ในตำแหน่งหลักมาตลอด ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับหมวด ผู้บังคับกองร้อย ผู้บังคับกองพัน ผู้บังคับการกรม ผู้บัญชาการกองพล รองแม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพน้อยที่ 1
แต่ด้วยต้นทุนทางการเมืองที่สะสมมาในช่วงที่ “บิ๊กป้อม” รับราชการที่ พล.ร.2 รอ. ทำให้รู้จักนักการเมืองหลายคน ทั้ง เจ้าพ่อวังน้ำเย็น เสนาะ เทียนทอง วัฒนา เมืองสุข คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ซึ่งล้วนเป็นแกนนำคนสำคัญ “ไทยรักไทย” พรรคการเมืองที่กุมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลในขณะนั้น ภายใต้การนำ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ
อีกทั้งยังเป็นน้องรัก “บิ๊กเหวียง” พล.อ.พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร รมว.กลาโหม รัฐบาลทักษิณ 1 ต่อยอดให้ “บิ๊กป้อม” หลุดพ้นจากกรุ กลับเข้าสู่ตำแหน่งหลัก แม่ทัพภาคที่ 1 ผู้ช่วย ผบ.ทบ. และทะยานสู่เก้าอี้ ผบ.ทบ. คนที่ 34 ท่ามกลางเสียงเชียร์ฝ่ายการเมือง
“ผมรู้สึกเหมือนฝันไป” บิ๊กป้อม เปรยกับสื่อ หลังได้รับการแต่งตั้งโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. เมื่อ 1 ตุลาคม 2547
1 ปีเต็มในตำแหน่ง ผบ.ทบ “บิ๊กป้อม”ไม่เพียงแต่ทำงานสนับสนุนนโยบายรัฐบาลไทยรักไทย แต่ยังปูทางให้น้องรักทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เติบโตในชีวิตราชการจนก้าวสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.ไล่เลี่ยกันมา
วิกฤติการเมือง 2549 และ 2557 ถือเป็นจุดเริ่มต้นและส่งเสริมให้อำนาจและบารมี “บิ๊กป้อม” เบ่งบานขยายเครือข่ายทางการเมืองไปยัง สุเทพ เทือกสุบรรณ เนวิน ชิดชอบ อีกทั้งยังมี เซนต์คาเบรียล คอนเนกชั่น และ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดฯ ที่มีนักธุรกิจดังหลายคนร่วมเป็นกรรมการ
“บิ๊กป้อม” กลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว ด้วยการตั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จนชนะการเลือกตั้งปี 2562 และสามารถรวบรวมเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในขณะที่ “บิ๊กป้อม” ก็นั่งเป็นหัวหน้า พปชร.
ด้วยบุคลิก ใจถึง พึ่งได้ พร้อมรับฟังปัญหาของคนทุกกลุ่มทุกฝ่ายทำให้ 7 ปีที่ผ่านมา “บิ๊กป้อม” ถูกรายล้อมไปด้วยบุคคลหลากหลายวงการตั้งแต่ ทหาร ตำรวจ นักการเมือง นักธุกิจ คนในวงการกีฬา ในขณะที่การลงพื้นที่ติดตามรับฟังแก้ไขปัญหาให้ประชาชนก็มีไม่ขาดสาย
ประจวบเหมาะกับกระแสขาลง พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะถูกฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในเดือน ก.ค. ต่อด้วยการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความวาระการดำรงตำแหน่งนายกฯครบ 8 ปี ในวันที่ 23 ส.ค.2565 ตามรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มาตรา 158 ห้ามมิให้บุคคลดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเกิน 8 ปี
หลายฝ่ายจึงคาดการณ์กันว่า อาจเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง คนใกล้ชิดอย่าง พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย และ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย จึงพร้อมใจกัน เสนอ “บิ๊กป้อม” เป็นนายกฯคนนอก เผลอๆ อาจเป็นแคนดิเดตนายกฯ สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
เพราะหากพิจารณารายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ตามบัญชี หรือนายกฯสำรอง ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายชัยเกษม นิติสิริ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
ในขณะที่ “บิ๊กป้อม” คุมเสียงข้างมากในสภา ทั้ง ส.ส.และ ส.ว. ก็เป็นไปได้ว่า สุดท้ายแล้วอาจนำไปสู่การใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคสอง เปิดทาง นายกฯคนนอก
แต่ต้องไม่ลืมว่า เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ “บิ๊กป้อม” หลุดเก้าอี้ รมว.กลาโหม เหลือเพียงรองนายกฯ ใน ครม.ประยุทธ์ 2 ปัญหาหลักคือ เรื่องสุขภาพ โดยตามกระแสข่าว “บิ๊กป้อม”มีอาการโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เข้ารักษาตัวเมื่อกลางปี 2560 และไปทำบายพาสหัวใจ ในปี 2561 โดยต้องไปตรวจเช็คร่างกายปีละ 1 ครั้ง
“สุขภาพท่านไม่ได้ดีขึ้น แต่ไม่ทรุด ก็ทรงๆ ไปแบบนี้ แต่ท่านรู้ตัวท่านเองดีว่า ท่านไม่ได้แข็งแรงเหมือนเมื่อก่อน เหนื่อยมากขึ้นด้วยซ้ำ และท่านก็รู้ด้วยว่า กระแสนิยมตัวท่านเอง มีคนชอบเท่าไหร่ คนไม่ชอบเท่าไหร่ ท่านรู้ตัวเองดีกว่าคนอื่น” คนใกล้ชิดบิ๊กป้อม ระบุ
ทั้งหมดนี้ เป็นการคาดการณ์ของฝ่ายการเมือง ก็คงต้องไปลุ้นกันว่า สุดท้ายแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะฝ่าด่านศึกซักฟอก และปมนายกฯ 8 ปีได้หรือไม่ และการชู “บิ๊กป้อม” นั่งนายกฯ คนนอก จะไปไกลได้เพียงใด หรืออาจเป็นได้แค่ฝันกลางวัน





