เปิดปม "นอมินี-บัญชีม้า-แต่งงานหลอก" ที่คนไทยจำนวนมากพลาดพลั้งเพียงเพราะหวังเงินไม่กี่พันบาท โดยไม่รู้ว่าปลายทางอาจเป็นคุก และข้อหาสะเทือนใจอย่าง "ทรยศต่อประเทศชาติ" บทความนี้ชวนตั้งคำถามว่า สังคมไทยสอนเรื่อง "หน้าที่พลเมือง" มากพอแล้วหรือยัง ก่อนที่ความไม่รู้จะกลายเป็นกับดักที่พรากอนาคตของใครอีกหลายคน
KEY POINTS
- บทความชี้ว่าการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อประเทศหลายอย่าง เช่น การเป็นนอมินี เปิดบัญชีม้า หรือการแต่งงานกับชาวต่างชาติเพื่อผลประโยชน์ ไม่ได้เกิดจากความโลภเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก "ความไม่รู้" ถึงผลกระทบและโทษทางกฎหมายที่จะตามมา
- คนจำนวนมากไม่ทราบว่าการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของตนเองเพื่อแลกกับเงินเพียงไม่กี่พันบาทนั้น ส่งผลเสียต่อเนื่องอย่างร้ายแรงต่อทั้งตนเองและประเทศชาติ และอาจมีโทษอาญาถึงขั้นจำคุก
- ผู้เขียนตั้งคำถามถึงการสอนเรื่องหน้าที่พลเมืองในสังคมไทย และเห็นว่าประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในผลกระทบของการกระทำของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกกล่าวหาว่า "ทรยศต่อประเทศชาติ"
- ทางแก้ปัญหาคือต้องรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนอย่างจริงจังเกี่ยวกับหน้าที่พลเมือง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และกฎหมายที่ควรรู้ เพื่อไม่ให้คนรุ่นหลังต้องกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเพราะความไม่รู้
ปรากฏการณ์ของการที่หญิงสาวชาวไทย แห่แหนกันไปพัทยา เพื่อต้อนรับทหารอเมริกันที่มาพักหลังเสร็จภารกิจในตะวันออกกลาง เพื่อหวังว่าจะได้เป็นภรรยาของชายชาวอเมริกัน และจะได้ไปอยู่สหรัฐอเมริกา การที่หญิงสาวไทยจำนวนมากยอมจดทะเบียนสมรสกับต่างชาติเพื่อแลกกับเงินค่าป่วยการเพียงไม่กี่พันบาท และทำให้ชาวต่างชาติสามารถซื้อและถือครองที่ดินในประเทศไทย หรือ การที่ชายไทยจำนวนหนึ่งยอมไปจดทะเบียนรับเด็กที่เกิดจากแม่ชาวต่างชาติเป็นบุตร เพื่อให้เด็กได้สิทธิในการเป็นคนสัญชาติไทย การที่ผู้มีรายได้น้อยส่วนหนึ่งรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร (เพื่อใช้รับโอนเงินที่หลอกลวงมาจากเหยื่อ ที่เรียกว่า “บัญชีม้า”) การที่คนไทยไม่ว่าชายหรือหญิง ยินยอมให้ผู้อื่นนำชื่อและเอกสารประจำตัวไปจดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท หรือกิจการต่างๆ ฯลฯ
แม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ยอมให้คนต่างชาติมาสวมสิทธิ์คนตาย หรือ หาชื่อคนมาเพื่อจดทะเบียนเป็นประชาชนเพิ่ม ทำให้คนคนหนึ่ง กลายเป็น 5 หรือ 6 คน
แม้ส่วนใหญ่แรงจูงใจที่ทำให้เกิดการกระทำต่างๆเหล่านี้ เกิดจากความอยากได้เงินตอบแทน เกิดจากความโลภและการใช้เงินเกินตัว เพราะยึดติดในวัตถุนิยม มีกิเลส “อยากได้ อยากมี อยากเป็น” และเห็นว่าการกระทำต่างๆเหล่านี้ เป็นวิธีการที่ได้เงินมาง่ายๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยยากทำงาน
ค่าตอบแทนในการกระทำที่ยกตัวอย่างมาดังกล่าว อาจจะไม่กี่พัน ไม่กี่หมื่นบาท หรือแลกกับการเลี้ยงดู ระยะหนึ่ง
จะมองว่าเกิดจากความจงใจ ตั้งใจทำเช่นนั้นอย่างเดียวไม่ได้ และอยากชี้ให้เห็นว่า หลายกรณี อาจเกิดจากความ “ไม่รู้”
ดิฉันเห็นข่าวแล้วรู้สึกขอบคุณหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกันผิวสี ที่ออกมาเตือนสาวๆที่แห่แหนไปพัทยากันว่า ระวังจะชีช้ำ แบบที่แม่ของเขาถูกทิ้งมาแล้ว โดยมีลูกสามคน และพ่อเคยส่งเงินให้เพียงครั้งเดียว การใช้ชีวิตของลูกๆจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
จากการติดตามข่าว ทราบว่า เป็นโชคดีที่ทหารรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ซึ่งมีทหารหญิงอยู่ในกลุ่มพอสมควร เป็นกลุ่มที่อยากมาพักผ่อน มาสัมผัสธรรมชาติ และท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จึงหวังว่าผลพวงประวัติศาสตร์ซ้ำรอยการเกิดของเด็กลูกครึ่งที่ต้องมีชีวิตรันทดจะมีน้อย หรือไม่มีเลย
เราสอนเรื่องหน้าที่พลเมืองให้กับเยาวชนมากน้อยเพียงใด ประชาชนไทย เขาทราบหรือไม่ว่าผลต่อเนื่องหรือความเสียหายต่อเนื่องจากการกระทำของเขาเป็นอย่างไร และเขาจะสามารถรับผิดชอบได้เพียงใด เขารู้หรือไม่ว่าการกระทำอะไร นำไปสู่การถูกกล่าวหาว่า “ทรยศต่อประเทศชาติ” และมีบทลงโทษ
การที่ทางการออกมาพยายามกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” หรือขบวนการรับจ้างเป็นผู้ถือหุ้นในธุรกิจ ถือครองที่ดิน เพื่อให้นายทุนต่างชาติ ได้รับสิทธิต่างๆในการทำธุรกรรมเฉกเช่นคนไทยนั้น เป็นเรื่องที่ดีมาก ดิฉันขอปรบมือดังๆให้กระทรวงพาณิชย์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ และกระทรวงมหาดไทย ก็เริ่มต้นดำเนินการกวาดล้าง หวังว่าจะเป็นจุดกระตุ้นให้หน่วยงานอื่นๆของรัฐ หันมาจัดการกับเรื่องนี้เสียที หลังจากที่เราปล่อยปะละเลยมานานหลายสิบปี และมันกัดกร่อนความมั่นคงของประเทศ กัดกร่อนความรู้สึกของประชาชนผู้รู้ว่ามีขบวนการนี้อยู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงได้แต่ปลง
ขอกลับมายังกลุ่มคนที่ “ไม่รู้” มีคนจำนวนมาก ไม่ทราบจริงๆว่าการกระทำเล็กๆของตัวเอง มีผลเสียหายต่อเนื่อง อย่างไรบ้าง ต่อตัวเองและประเทศชาติ สำหรับผู้เป็นตัวแทน และทำให้คนอื่นมีสิทธิ์ที่ไม่ควรมี มีโทษอาญาถึงจำคุกและปรับ ประเทศชาติก็เสียหาย เพราะคนอื่นที่ไม่มีสิทธิ์มาหาผลประโยชน์ที่ไม่ควรได้ และอาจจะมาเอาเปรียบคนในชาติที่ทำธุรกิจอย่างตั้งใจและสุจริต
เยาวชนไทยต้องใฝ่รู้ ต้องรู้ค่าของเงิน แต่ต้องไม่เป็นทาสของเงินและความฟุ้งเฟ้อ ตัวอย่างที่ดีที่สุดในตอนนี้ คือน้องเนเน่ รอยัล
ประวัติชีวิตของน้องเนเน่ รัตติกานต์ อำลอย ควรถูกนำไปทำเป็นภาพยนตร์ และนำไปฉายในโรงเรียน เน้นย้ำถึงความพยายามของน้อง ทั้งเรื่องดนตรี การฝึกภาษา การฝึกซ้อม สัมมาคารวะ การทำงานหนัก ทั้งเรียน ทั้งเล่นดนตรีหารายได้พิเศษ และการมีทัศนคติที่ดี มองโลกในแง่ดี และสนุกกับสิ่งที่ทำ
รวมถึงควรยกย่องครอบครัวของน้องเนเน่ด้วย คุณพ่อสมควรได้รับรางวัล “พ่อดีเด่นแห่งชาติ” พ่อที่ช่วยสนับสนุน ผลักดัน ปลอบใจ ชื่นชม ให้กำลังใจ ฯลฯ จนทำให้น้องเป็นเด็กที่มีทัศนคติที่ดี มีความกตัญญูรู้คุณ เป็นเด็กที่ไม่ฟุ่มเฟือย รู้คุณค่าของเงิน และอยากให้น้องยึดวิถีในการดำเนินชีวิตอย่างนี้ต่อไป ไม่ว่าในอนาคตอันใกล้ น้องจะเป็นคนดัง มีชื่อเสียง มีรายได้มากเพียงใดก็ตาม
อยากให้น้องเป็นแบบอย่างของเยาวชนไทย ที่ต้องการยืนอยู่บนลำแข้งของตนเอง โดยเฉพาะเยาวชนหญิง ไม่ควรมองตัวเองว่าเป็นสินค้าที่จะต้องพยายามทำให้ดูดี เพื่อไปนำเสนอให้กับผู้ชาย โดยไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของตัวเอง ไม่ได้คิดว่าตัวเองก็มีสมอง มีความสามารถ ที่จะทำงานหารายได้มาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว โดยไม่ต้องพึ่งพาใคร
เราต้องรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับ หน้าที่ของพลเมืองและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ รวมถึงกฎหมายที่ควรรู้ และแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาย้ำเตือน สอน และสอดแทรกทั้งในโรงเรียน และการศึกษาของประชาชนทั่วไป อย่าทำให้ประชาชนรุ่นแล้วรุ่นเล่า ต้องกลายเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย เพราะความ “ไม่รู้” ที่ไม่มีใครบอก ไม่มีใครสอน และมีชีวิตที่เป็นเหยื่อของการ “อยากได้ อยากมี อยากเป็น” ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว





