วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ผังประเทศใหม่: EEC และ สี่ระเบียงเศรษฐกิจ จะเปลี่ยนทำเลเป็นรายได้อย่างไร

โอกาสจากผังใหม่อยู่ที่การเชื่อมผู้ผลิต เทคโนโลยีและผู้ซื้อให้ทำงานร่วมกัน พร้อมตรวจว่าประโยชน์ถึงกิจการและคนในพื้นที่เพียงใด เมื่อเห็นชื่อจังหวัดอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจเป้าหมาย

เจ้าของกิจการย่อมมีคำถามใกล้ตัว : จะมีลูกค้าเพิ่มหรือไม่ ต้องลงทุนอะไร และคนในพื้นที่จะมีรายได้ดีขึ้นแค่ไหน

ผังนโยบายระดับประเทศ พ.ศ.2569-2580 ทำให้คำถามเหล่านี้กลับมาอยู่ในความสนใจ เพราะนำทิศทางเมือง โครงสร้างพื้นฐาน พื้นที่เศรษฐกิจและทรัพยากรมาวางในกรอบเดียวกัน แต่ผลต่อธุรกิจขึ้นอยู่กับว่า หน่วยงานรัฐและบริษัทจะเดินตามกรอบนั้นอย่างไร

ผังใหม่ ... เชื่อมนโยบายที่มีอยู่แล้ว

EEC มีพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ.2561 รองรับ ส่วนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษสี่ภาค มีนโยบายกำหนดพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2565 การประกาศผังครั้งนี้จึงควรประเมินจากความสามารถเชื่อมและต่อยอดนโยบายเดิม

ตามมาตรา 11-13 แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2562 ผังนโยบายแต่ละระดับต้องเชื่อมโยงกัน และหน่วยงานรัฐมีหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจให้เป็นไปตามผังที่ประกาศแล้ว จุดที่ธุรกิจควรติดตามคือ แผนพัฒนาจังหวัด ระบบน้ำ ไฟฟ้า คมนาคม และการใช้พื้นที่จะสอดคล้องกันขึ้นเพียงใด ผู้ลงทุนจะเห็นความพร้อมและข้อจำกัดของทำเลชัดขึ้น

ทิศทางนี้ควรทำงานร่วมกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570 ซึ่งมีหมุดหมายด้านอาหารมูลค่าสูง ท่องเที่ยวคุณภาพ ยานยนต์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ดิจิทัลและโลจิสติกส์ รวมถึงเมืองน่าอยู่และความเข้มแข็งของ SME ส่วนผังถึงปี 2580 เป็นกรอบพื้นที่ระยะยาวที่ต้องส่งต่อผ่านแผนและงบแต่ละช่วง

EEC : ให้ฐานผลิตเปิดทางแก่ธุรกิจรอบข้าง

ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เป็นพื้นที่ EEC ตามกฎหมาย โอกาสที่ควรต่อยอดคือเชื่อมงานผลิตกับวิศวกรรม การทดสอบ ซ่อมบำรุง และพัฒนาผู้ส่งมอบในประเทศ

กลไกที่มีอยู่แล้วคือ EECi ในระยอง ซึ่งเผยแพร่บริการด้านเทคโนโลยี วิเคราะห์ ทดสอบ และพัฒนาทักษะบุคลากร การเชื่อมบริการเหล่านี้กับผู้ประกอบการภูมิภาคอาจช่วยให้กิจการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องซื้อเครื่องมือทุกอย่างเอง

ในเครือข่ายทุนจีน สิ่งที่ไทยควรเสนอคือผู้ส่งมอบที่แก้ปัญหาการผลิตได้ พร้อมมาตรฐานและเวลาส่งมอบที่แน่นอน ผลต่อท้องถิ่นควรวัดจากคำสั่งซื้อที่เกิดขึ้นจริงและทักษะที่คนไทยรับผิดชอบได้

NEC : ขายความคิดสร้างสรรค์ให้ตรงกับลูกค้า

เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง มุ่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ดิจิทัล ท่องเที่ยวและสุขภาพ ตลอดจนเกษตรและอาหาร ช่องทางที่ควรทดสอบคือ เชื่อมงานออกแบบกับผู้ผลิตสินค้าและบริการ เช่น เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ หรือประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวท้องถิ่น แล้วใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้าถึงผู้ซื้อจีนและอาเซียน

เงื่อนไขสำคัญคือรู้ว่าลูกค้ากลุ่มใดยอมจ่ายเท่าไร ผลิตซ้ำได้คุณภาพเดิมหรือไม่ และรักษากำไรหลังหักค่าขนส่งกับค่าการตลาดได้แค่ไหน ธุรกิจสุขภาพและท่องเที่ยวต้องตรวจความพร้อมด้านมาตรฐาน บุคลากร และการสื่อสารกับผู้ใช้บริการด้วย

ผังจะมีคุณค่ามากขึ้นเมื่อช่วยเชื่อมคนออกแบบ ผู้ผลิต สถาบันการศึกษา และผู้ซื้อ จนเกิดผลิตภัณฑ์ที่ขายได้ต่อเนื่อง

NeEC : เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบ ต้องเริ่มจากผู้ซื้อ

นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย มุ่งอุตสาหกรรมชีวภาพ เกษตรและอาหาร เชื่อมเทคโนโลยีกับห่วงโซ่การผลิต โอกาสที่ควรสำรวจ ได้แก่ ส่วนผสมอาหาร วัสดุชีวภาพ และผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปสำหรับลูกค้าอุตสาหกรรม 

แต่ก่อนสร้างโรงงานต้องมีข้อกำหนดจากผู้ซื้อและผลทดสอบผลิตภัณฑ์รองรับ ต้นทุนต้องรวมวัตถุดิบตามฤดูกาล พลังงาน บำบัดน้ำเสีย และการรับรองมาตรฐาน การเพิ่มขั้นตอนแปรรูปจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อมูลค่าที่ลูกค้ายอมจ่ายสูงกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเชื่อมตลาดจีนผ่านลาวควรประเมินเวลาขนถ่าย พิธีการและการส่งถึงปลายทาง พร้อมแยกรถไฟสินค้าออกจากรถไฟโดยสาร

CWEC : ใช้เทคโนโลยีช่วยธุรกิจเดิมแข่งขัน

พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี มีกรอบพัฒนาด้านเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไฮเทค โดยเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของมาตรการระเบียงเศรษฐกิจ

โอกาสที่น่าทดลองคือให้ผู้ผลิตอุปกรณ์และระบบควบคุมทำงานกับธุรกิจอาหาร เช่น ระบบคัดคุณภาพ ตรวจย้อนกลับ และควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งอาจลดของเสียและช่วยรักษามาตรฐานส่งออก

ผู้ลงทุนควรเริ่มจากปัญหาที่ลูกค้าต้องการแก้ แล้วคำนวณระยะคืนทุนของเทคโนโลยี ขณะที่โรงงานเดิมต้องประเมินความมั่นคงของน้ำ ไฟฟ้า การเดินทางของแรงงาน และความเสี่ยงน้ำท่วมประกอบการขยายกิจการ  ชื่ออุตสาหกรรมในนโยบายช่วยกำหนดทิศทาง ส่วนคำสั่งซื้อเกิดจากความสามารถส่งงานให้ลูกค้าได้คุ้มค่า

SEC : แยกตลาดวันนี้จากรายได้ของโครงการอนาคต

ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีบทบาทเชื่อมการค้าและโลจิสติกส์ อุตสาหกรรมชีวภาพ เกษตรแปรรูปมูลค่าสูง และท่องเที่ยว ผู้ประกอบการควรประเมินอาหารแปรรูป บริการท่องเที่ยวและสุขภาพ หรือบริการโลจิสติกส์จากผู้ซื้อที่เข้าถึงได้ในปัจจุบัน 

ส่วนรายได้ที่คาดจากโครงการเชื่อมอ่าวไทย-อันดามัน ต้องตรวจสถานะรายโครงการ ควรแยกให้ชัดว่าอยู่ขั้นศึกษา อนุมัติ ได้รับงบ ก่อสร้าง หรือเปิดบริการ รวมทั้งตรวจว่า ถนน คลังสินค้า ด่าน และบริการปลายทางเชื่อมกันครบหรือยัง

การประเมินธุรกิจจึงควรมีทั้งกรณีโครงการเดินตามแผนและกรณีล่าช้า เพื่อให้กิจการดำเนินต่อได้ด้วยลูกค้าและบริการที่มีอยู่

ไทย-จีน-อาเซียน... ต้องเชื่อมด้วยงานที่ซื้อขายกันได้

ในมุมนักวิจัยธุรกิจอาเซียน แนวทางที่ควรทดลองคือให้ผู้ผลิตชีวภาพใน NeEC หรือ SEC ใช้บริการวิจัยและทดสอบที่เหมาะสม ให้ผู้ผลิตระบบควบคุมใน CWEC ช่วยโรงงานอาหาร และให้ผู้ประกอบการ NEC พัฒนางานออกแบบกับตลาด นี่เป็นข้อเสนอการเชื่อมธุรกิจที่ต้องทดสอบด้วยต้นทุนและผู้ซื้อ ไม่ใช่คำสั่งซื้อที่ยืนยันแล้ว คู่ค้าจีนสามารถมีบทบาททั้งผู้ซื้อ ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีและผู้ลงทุน

การใช้ประโยชน์จาก RCEP ต้องตรวจถิ่นกำเนิดและเอกสารตามเงื่อนไข การตั้งโรงงานในไทยหรือใช้ชิ้นส่วนจีนยังต้องพิจารณาว่าสินค้าเข้าเกณฑ์ใด ก่อนนำสิทธิทางการค้ามาคำนวณราคา

บทสรุป หากกิจกรรมเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ความต้องการน้ำ ที่อยู่อาศัย และบริการสาธารณะอาจเพิ่มตาม การวางงบรองรับและเปิดให้ชุมชนติดตามผลจึงเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาความสามารถแข่งขันระยะยาว

คำถามหลังเปิดผังจึงควรไปถึงหน้าประตูธุรกิจ : ใครเป็นผู้ซื้อ กิจการไทยต้องพัฒนางานส่วนใด และเมื่อพื้นที่เติบโตแล้ว คนที่อยู่ในพื้นที่จะเก็บเกี่ยวรายได้จากการเติบโตนั้นได้เพียงใด!