ทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาผลประโยชน์จากการลงทุนในความรู้ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ได้ และเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่กิจการ
แต่การนำมูลค่าดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ ยังมีความท้าทายในทางปฏิบัติอันเกิดจากความยากในการประเมินมูลค่า และความเสี่ยงที่สถาบันการเงินต้องรับภาระ
ประเด็นนี้กำลังได้รับความสำคัญในนโยบายเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะการสร้างนวัตกรรมต้องอาศัยการระดมทุนเพื่อนำความคิดเหล่านั้นไปพัฒนาต่อยอดในเชิงพาณิชย์ด้วย
สำหรับประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์เริ่มผลักดันการพัฒนาระบบประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินดังกล่าวมาใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะการใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ
มูลค่าทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้สะท้อนอยู่ในงบดุลเสมอไป
ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ซึ่งมูลค่าขึ้นอยู่กับศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในอนาคต ไม่ใช่เพียงต้นทุนในการพัฒนาอย่างครบถ้วน
เนื่องจากมาตรฐานบัญชีกำหนดเงื่อนไขในการรับรู้สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ทำให้ข้อมูลไม่ชัดเจนและเกิดความไม่สมมาตรของข้อมูล (Information Asymmetry) ระหว่างผู้ประกอบการกับสถาบันการเงิน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการประเมินมูลค่าเพื่อนำทรัพย์สินทางปัญญามาใช้เป็นหลักประกัน
เช่น เครื่องหมายการค้าที่กิจการสร้างเองอาจมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงจากชื่อเสียงและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ไม่สามารถรับรู้แบรนด์ที่สร้างขึ้นเองเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนในงบดุล ขณะที่สิทธิบัตรอาจมีมูลค่าทางเศรษฐกิจจากศักยภาพ สร้างรายได้ในอนาคตสูงกว่าต้นทุนการวิจัยและพัฒนาที่สามารถรับรู้เป็นสินทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ทางบัญชี
IP Financing คืออะไร
Intellectual Property Financing คือ การนำทรัพย์สินทางปัญญาและสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องมาใช้สนับสนุนการจัดหาเงินทุนของกิจการ ทั้งการใช้เป็นหลักประกันสินเชื่อ การใช้สิทธิในกระแสรายได้จากทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อระดมทุน เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน
รูปแบบหนึ่งคือ การใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา (IP-backed Lending) เช่น สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า และลิขสิทธิ์ เป็นหลักประกันสินเชื่อ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ได้รับอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ สถาบันการเงินยังต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ กระแสเงินสด และความเป็นไปได้ในการบังคับหลักประกันเมื่อผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้
ทรัพย์สินทางปัญญายังสามารถใช้สนับสนุนการระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ได้ เช่น ในปี 2540 David Bowie นักดนตรีชาวอังกฤษ ระดมทุน 55 ล้านดอลลาร์ ด้วยตราสารหนี้ที่มีกระแสรายได้ในอนาคตจากค่าลิขสิทธิ์เพลงเป็นสินทรัพย์รองรับ หรือ Bowie Bonds
จากการเข้าถึงสินเชื่อ สู่การเพิ่มผลิตภาพของเศรษฐกิจ
การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบ อาจช่วยให้สถาบันการเงินเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจของกิจการได้ครบถ้วนมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ลงทุนในงานวิจัย เทคโนโลยี หรือการพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง แต่มีข้อจำกัดด้านหลักประกันประเภทอื่น
นอกจากนี้ ในอดีตผู้ประกอบการบางส่วนอาจมองการจดทะเบียนสิทธิบัตร หรือเครื่องหมายการค้าเป็นเพียงต้นทุนในการคุ้มครองสิทธิ แต่หากนำทรัพย์สินดังกล่าวไปใช้สนับสนุนการระดมทุนได้ ก็อาจทำให้เห็นความสำคัญของการบริหารทรัพย์สินทางปัญญาในฐานะกลยุทธ์ทางธุรกิจ และช่วยสนับสนุนการลงทุนในนวัตกรรม โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องอาศัยการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
ทำไมธนาคารจึงยังลังเลที่จะรับทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน
แม้ IP Financing จะมีศักยภาพ แต่การนำมาใช้จริงยังมีความท้าทาย 1. ความยากในการประเมินมูลค่า การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามีความซับซ้อนกว่าทรัพย์สินที่จับต้องได้ เพราะมูลค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยที่มีความไม่แน่นอน เช่น ความต้องการของตลาด ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อายุการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต
2. ความเสี่ยงทางกฎหมาย สิทธิบัตรที่นำมาใช้เป็นหลักประกันอาจถูกเพิกถอนหรือถูกโต้แย้งความสมบูรณ์ของสิทธิ ขณะที่ลิขสิทธิ์บางประเภทอาจมีข้อจำกัดในการโอนหรืออนุญาตให้ใช้สิทธิตามสัญญา ผู้ให้สินเชื่อจึงจำเป็นต้องตรวจสอบทั้งความเป็นเจ้าของ ภาระผูกพัน และความสามารถในการโอนสิทธิอย่างรอบคอบ
แนวทางสำหรับประเทศไทย
ประเทศไทยมี พ.ร.บ.หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 ซึ่งเปิดช่องให้ใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันได้อยู่แล้ว ความท้าทายสำคัญจึงเป็นการทำให้กลไกดังกล่าวสามารถใช้ได้จริงในระบบการเงิน
การที่กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศแผนปฏิบัติด้าน IP Financing โดยเตรียมนำร่องการใช้เครื่องหมายการค้าเป็นหลักประกันสินเชื่อ ตลอดจนมีแผนพัฒนามาตรฐานการประเมินมูลค่าและส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการเงิน
ถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทรัพย์สินทางปัญญา และเป็นโอกาสสำคัญที่เชื่อมโยงการประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม โครงการนำร่องควรมุ่งพัฒนาแนวทางที่ธนาคารสามารถนำมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามาประกอบการกำหนดวงเงินและเงื่อนไขสินเชื่อได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาระบบข้อมูลและกลไกบริหารจัดการหลักประกัน ที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในการประเมินความเสี่ยง
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงิน และขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการที่มีทรัพย์สินทางปัญญาแต่ขาดหลักประกันประเภทอื่น
จากการคุ้มครองสิทธิ สู่การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
การป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เพียงอย่างเดียว ไม่ได้รับประกันว่าทรัพย์สินทางปัญญาจะสามารถสร้างรายได้หรือถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้จริง เช่น สิทธิบัตรที่ได้รับความคุ้มครองอย่างเข้มแข็งอาจไม่สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หากผู้ประกอบการขาดเงินทุนพัฒนาเทคโนโลยีหรือขยายตลาด
นโยบายจึงควรให้ความสำคัญทั้งการคุ้มครองสิทธิ และการสร้างกลไกที่เอื้อต่อการนำสิทธิไปใช้ประโยชน์ โดย IP Financing เป็นเครื่องมือที่ช่วยเชื่อมโยงทรัพย์สินทางปัญญาเข้ากับระบบการเงินและการลงทุน เพื่อเปลี่ยนศักยภาพของทรัพย์สินเหล่านี้ให้เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่ม
ทั้งนี้ ความสำเร็จของนโยบายไม่ควรวัดเพียงจำนวนสิทธิที่จดทะเบียน หรือทรัพย์สินที่ใช้เป็นหลักประกัน แต่ควรดูการเข้าถึงเงินทุน การลงทุนที่เพิ่มขึ้น และผลต่อผลิตภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว





