“จิตติมา” สานต่อการทำงาน ประกาศทิศทางขับเคลื่อนกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชูแนวคิด “DIP One” ผสานพลัง ยกระดับบริการ-คุ้มครองสิทธิ-สร้างมูลค่า IP ปักธง Quick Big Win 6 เดือน - 1 ปีแรก ยกระดับบริการ-คุ้มครองสิทธิ-สร้างมูลค่า IP
KEY POINTS
- กรมทรัพย์สินทางปัญญาดำเนินงานภายใต้แนวคิด “DIP One” โดยมุ่งเน้น 3 ภารกิจหลักในการขับเคลื่อนทรัพย์สินทางปัญญา
- ภารกิจแรกคือการยกระดับบริการ (Faster Service) ให้รวดเร็วและเข้าถึงง่ายขึ้น ผ่านการลดขั้นตอนและนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้
- ภารกิจที่สองคือการเสริมสร้างความคุ้มครองสิทธิ (Stronger Protection) ให้เข้มแข็ง โดยผลักดันการแก้ไขกฎหมายและป้องกันการละเมิด
- ภารกิจสุดท้ายคือการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ (IP Commercialization) เพื่อให้ผู้ประกอบการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปต่อยอดทางธุรกิจ
นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยภายหลังการประชุม Town Hall เพื่อมอบนโยบายการดำเนินงานแก่ผู้บริหารและบุคลากรกรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่า ได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานเชิงรุกภายใต้แนวคิด “DIP One: One Vision, One Team, Real Impact” โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรทุกระดับทำงานเป็นทีม เชื่อมโยงภารกิจของแต่ละส่วนและตั้งเป้าหมายร่วมกัน พร้อมเปิดรับไอเดียใหม่ๆ พัฒนาทักษะและปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการยึดมั่นในหลัก Zero Corruption ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ ตลอดจนดูแลสุขภาวะในการทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนางานและส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชนได้อย่างแท้จริง
การขับเคลื่อนงานของกรมฯ จะมุ่งเน้นภารกิจสำคัญใน 3 มิติ ได้แก่ มิติที่ 1 Faster Service ยกระดับการให้บริการ IP ให้สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย โดยทบทวนและปรับปรุงกระบวนงาน ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ทั้งการเร่งรัด การจดทะเบียนผ่านช่องทาง Fast Track เพื่อให้ผู้ขอได้รับความคุ้มครองทันต่อการดำเนินธุรกิจ
การบูรณาการองค์ความรู้และแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างหน่วยงาน (Work Sharing) ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล การพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานเครือข่ายพันธมิตรให้มีความรู้ความเข้าใจด้าน IP เชิงลึก (Train the Trainer) ให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้และสนับสนุนงานด้าน IP ในระดับหน่วยย่อย การพัฒนาระบบสืบค้นข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญา (IP Search) ให้ค้นหาข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว และแม่นยำ รวมถึงยกระดับศูนย์บริการ DIP One เพื่อให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ประชาชนได้อย่างตรงจุดและครบวงจรทั้งออนไลน์-ออฟไลน์
มิติที่ 2 Protection คุ้มครองสิทธิอย่างเข้มแข็ง โดยเพิ่มประสิทธิภาพการจดทะเบียน IP และยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิทธิให้สอดคล้องกับแนวทางสากล การผลักดันการแก้ไขกฎหมายสำคัญ 4 ฉบับ ได้แก่ กฎหมายสิทธิบัตร กฎหมายลิขสิทธิ์ กฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ให้มีความก้าวหน้าตามขั้นตอน พร้อมยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิด IP ให้เท่าทันการค้ายุคใหม่
รวมทั้งผลักดันให้แพลตฟอร์มออนไลน์นำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการปราบปรามการละเมิดฯ ออนไลน์ นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมการคุ้มครองสินค้า GI ไทย ตั้งแต่การขึ้นทะเบียน การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการสร้างแบรนด์ของชุมชน เพื่อให้การคุ้มครองและปกป้องสิทธิใน IP มีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นแก่เจ้าของสิทธิ ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค พร้อมส่งเสริมระบบการค้าที่เป็นธรรม
มิติที่ 3 IP Commercialization มุ่งสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ โดยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ตระหนักถึงความสำคัญของ IP ในฐานะสินทรัพย์ทางธุรกิจที่สามารถต่อยอดสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างให้กับสินค้าและบริการ
การขยายตลาดสินค้า GI และส่งเสริมสินค้าแบรนด์ไทยสู่ตลาดต่างประเทศอย่างมีกลยุทธ์ และการพัฒนากลไกสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้ IP เป็นหลักประกันทางการเงิน ผ่านการศึกษาและทดลองระบบ IP Finance ของประเทศในรูปแบบ IP Sandbox เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนและต่อยอด IP สู่การสร้างมูลค่าทางธุรกิจอันจะช่วยเพิ่มรายได้และเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว
นางสาวจิตติมา กล่าวว่า กรมฯ มุ่งกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนและขับเคลื่อนงานอย่างเป็นระบบ โดยในระยะ 6 เดือน – 1 ปีต่อจากนี้ จะเร่งสร้าง Quick Big Win ในภารกิจที่จำเป็นเร่งด่วน ทั้งการลดขั้นตอนและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ การผลักดันการปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบด้าน IP ให้คืบหน้าตามเป้าหมาย การเพิ่มมูลค่าสินค้า GI ในมิติใหม่ เพื่อขยายตลาดและสร้างรายได้แก่ผู้ผลิตในชุมชน และการขับเคลื่อนระบบ IP Finance
โดยเตรียมจัดตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน ทั้งเจ้าของ IP สถาบันการเงิน และผู้ประเมินมูลค่า เพื่อร่วมกำหนดแนวทางและพัฒนากลไกการประเมินมูลค่า IP ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับร่วมกัน ทั้งนี้ กรมฯ ยังมุ่งต่อยอดสู่ Big Win ในระยะ 1–2 ปี โดยพัฒนาองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานที่ให้บริการเป็นเลิศ (Service Excellence) ลดภาระและข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ เสริมความเชื่อมั่นด้วยระบบคุ้มครองสิทธิที่มีประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ (Trusted Protection) และผลักดันให้ IP สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้จริง (Real Business Value) เพื่อสร้างรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ไทยในตลาดโลก





