เบื้องหลังนมยูเอชที (UHT) หรือน้ำผลไม้หนึ่งกล่องที่เก็บรักษาได้นานหลายเดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น ไม่ได้มีเพียงเรื่องของคุณภาพอาหาร สิ่งสำคัญนั้นคือ “เทคโนโลยี และกล่องบรรจุภัณฑ์”
ที่ช่วยรักษาคุณภาพและยืดอายุสินค้าให้เดินทางจากโรงงานถึงมือผู้บริโภคได้อย่างปลอดภัย
คุณวิลาศ จิระสินวณิช และ คุณสมเกียรติ เปล่งสุริยการ ผู้บริหารบริษัท TH PACK เล่าย้อนกลับไปเมื่อช่วงก่อตั้งบริษัทกับแนวคิด“ครัวไทยสู่ครัวโลก” เป็นแรงผลักดันสำคัญ ประกอบกับศักยภาพของประเทศไทยในฐานะประเทศเกษตรกรรมที่มีวัตถุดิบอาหารจำนวนมาก
นอกจากนี้ คุณวิลาศเคยอยู่ในวงการอุตสาหกรรมกระดาษทั้งในและต่างประเทศมากว่า 30 ปี ทั้งคู่จึงมองเห็นโอกาสในอุตสาหกรรม Food & Beverage โดยเฉพาะเทคโนโลยียูเอชที (UHT) ที่ช่วยยืดอายุสินค้า ลดข้อจำกัดด้านการขนส่ง และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและขยายตลาดได้ไกลขึ้น
ทว่าในเวลานั้น เทคโนโลยีดังกล่าวยังเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนสูง เครื่องจักรคุณภาพจากยุโรปมีราคาที่ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงได้ยาก ช่องว่างระหว่าง “เทคโนโลยีที่มีศักยภาพ” กับ “โอกาสที่ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงได้” จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ TH PACK
เมื่อสิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่ “เครื่องจักร” แต่คือความมั่นใจ
สำหรับธุรกิจที่มีการลงทุนในเครื่องจักรสูง การตัดสินใจของลูกค้าไม่ได้จบลงที่คำถามว่า “เครื่องราคาเท่าไร” แต่คือ “ถ้าซื้อไปแล้ว จะมีใครดูแลเราหรือไม่”
TH PACK จึงเลือกสร้างความแตกต่างด้วยการไม่วางตัวเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายเครื่องจักร แต่เป็นผู้ให้ Solution ตั้งแต่การคัดเลือกเทคโนโลยีและซัพพลายเออร์ที่มีมาตรฐาน การออกแบบระบบให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าแต่ละบริษัท การติดตั้ง การฝึกอบรมบุคลากร การดูแลรักษา ไปจนถึงการเตรียมอะไหล่จำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้สายการผลิตต้องหยุดชะงัก
เพราะสำหรับโรงงานอาหาร “เครื่องหยุด” ไม่ได้หมายถึงเพียงเครื่องจักรหยุดทำงาน แต่หมายถึงต้นทุนที่เสียหายอีกด้วย แนวคิดของบริษัทจึงเป็นการทำงานร่วมกับลูกค้าเหมือนเป็นบริษัทเดียวกัน และกลายเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความไว้วางใจในระยะยาว
ESG แนวคิดที่เชื่อมโยงตั้งแต่เริ่มจุดเริ่มต้น
แนวคิดเรื่องความยั่งยืนของ TH PACK เชื่อมโยงอยู่กับการดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยในมิติ Environment บริษัทให้ความสำคัญกับการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ตั้งแต่การเลือกใช้กระดาษจากป่าปลูก (Plantation) การออกแบบกระบวนการผลิตให้เหมาะกับพื้นที่และความต้องการของลูกค้า เพื่อลดการใช้ทรัพยากรและการลงทุนที่เกินความจำเป็น
ขณะที่เครื่องจักรเองก็มีประสิทธิภาพ ช่วยลดการสูญเสียของวัตถุดิบและสินค้าในขั้นตอนการผลิตได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงการจัดการขยะให้เป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ในมิติ Social คุณค่าของธุรกิจไม่ได้หยุดอยู่ที่โรงงานของลูกค้า แต่เชื่อมโยงไปถึงคนในห่วงโซ่ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมและสวนผลไม้ ให้มีโอกาสสร้างรายได้จากผลผลิตมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยียูเอชที (UHT) และเพิ่มศักยภาพในการผลิต รวมถึงโอกาสต่อยอดสินค้าไปสู่ตลาดส่งออก ตลอดจนการสร้างงานในชุมชน
นอกจากนี้ TH PACK ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยจัดฝึกอบรมการใช้งานและดูแลเครื่องจักรให้กับพนักงานของลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงสวัสดิการครอบคลุมการดูแลสุขภาพและที่อยู่อาศัยใกล้กับโรงงาน ลดภาระค่าใช้จ่ายและความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของพนักงานบริษัทอีกด้วย
ส่วนในด้าน Governance สะท้อนผ่านวิธีคิดในการรับผิดชอบต่อลูกค้า บริษัทดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ปฏิบัติตามกฎหมาย และให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย การมีทีมวิศวกรและช่างเทคนิค การเตรียมอะไหล่จำเป็นและการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จึงไม่ใช่เพียงระบบการบริการ (Service) แต่เป็นกลไกสร้างความไว้วางใจ
เพราะ TH PACK เชื่อว่า ความรับผิดชอบไม่ได้จบลงในวันที่ส่งมอบเครื่องจักร แต่สิ้นสุดก็ต่อเมื่อลูกค้าสามารถนำเทคโนโลยีไปสร้างผลลัพธ์ให้กับธุรกิจได้จริง
สูตรความสำเร็จ “เลือกธุรกิจที่ใช่ แล้วเติบโตไปพร้อมกับลูกค้า”
จากประสบการณ์ของ TH PACK เคล็ดลับความสำเร็จเริ่มจากการ เลือกอุตสาหกรรมที่เป็นจุดแข็งของประเทศและมีความต้องการในระยะยาว จากนั้นสร้างความแตกต่างด้วยการขาย Solution มากกว่าสินค้า เพราะเมื่อลูกค้าต้องลงทุนสูง
สิ่งที่ต้องการมากกว่าตัวเครื่องจักรคือ “ความเชื่อมั่น” การทำงานจึงต้องอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจ ความรับผิดชอบ และพร้อมเดินไปกับลูกค้าในระยะยาว
อีกทั้ง “บริษัทเราเป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน การมีพันธมิตรทางการเงินอย่าง SCB ที่เข้ามาสนับสนุนทั้งด้านสินเชื่อและให้ข้อมูลเรื่องการบริหารความเสี่ยง การบริหารเงินตราต่างประเทศ ทำให้ธุรกิจดำเนินการได้อย่างราบรื่น เป็นที่ไว้วางใจแก่คู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ”
TH PACK จึงเป็นเรื่องของผู้ประกอบการที่มองเห็น “โอกาสของธุรกิจ” แล้วเลือกเข้าไปแก้ Pain Point ที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของธุรกิจไทย ด้วยการนำเทคโนโลยีเครื่องจักรยูเอชที (UHT) เข้ามา พร้อมสร้างระบบความรู้ และบริการอย่างเต็มระบบ
สิ่งที่บริษัทขายจึงไม่ใช่เพียงเครื่องจักร แต่คือ ความมั่นใจที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยกล้าลงทุน กล้าขยายธุรกิจ และพาสินค้าไทยไปได้ไกลกว่าเดิม เพราะในวันที่ธุรกิจหนึ่งเติบโตขึ้น ความสำเร็จนั้นได้ส่งต่อไปยังลูกค้า คนในห่วงโซ่และเศรษฐกิจไทย





