วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

ทำอย่างไรให้ไทยได้ประโยชน์สูงสุดจากดาต้าเซนเตอร์ บทเรียนจากกุ้ยโจว

เมื่อสิบกว่าปีก่อน กุ้ยโจวเป็นมณฑลที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของจีน ข้อมูลของทางการจีนระบุว่าในปี 2555 มณฑลนี้มีผู้ยากจนที่ขึ้นทะเบียนไว้ถึง 9.23 ล้านคน วันนี้กุ้ยโจวกลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกำลังประมวลผลของชาติ

ฟังดูเป็นเรื่องเล่าการพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ และเป็นเรื่องเล่าที่ไทยเองก็อยากเห็นหากมีการกระจายดาต้าเซนเตอร์ออกไปยังภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม ภาพข้างต้นนี้ก็มีข้อที่ต้องระวัง ผลการวิจัยจากสถาบันวิจัยด้านประชาธิปไตย สังคมและเทคโนโลยีอุบัติใหม่ (DSET) ในไต้หวันชี้ว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมากุ้ยโจวมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละร้อยละ 7.4 ซึ่งอยู่ในระดับสูงของประเทศ 

ทว่าอัตราการเติบโตของค่าจ้างในช่วงเดียวกันกลับอยู่ในอันดับรองสุดท้ายของจีน สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนมหาศาลในที่ดินและเครื่องจักรไม่ได้นำไปสู่การเพิ่มรายได้ต่อหัวของคนในพื้นที่มากเท่าควร

ประโยชน์ของดาต้าเซนเตอร์เกิดขึ้นในระดับประเทศและระดับอุตสาหกรรมเป็นหลัก การมีกำลังประมวลผลตั้งอยู่ในเขตแดนตัวเองหมายถึงการมีอธิปไตยทางข้อมูล มีที่เก็บข้อมูลที่กฎหมายบังคับให้เก็บในประเทศ และมีอำนาจต่อรองมากขึ้นในห่วงโซ่เทคโนโลยีโลก 

ในระดับอุตสาหกรรม ธุรกิจที่ซื้อกำลังประมวลผลไปใช้จะมีต้นทุนต่ำลงและพัฒนาบริการใหม่ได้เร็วขึ้น ไม่ว่าธุรกิจนั้นจะตั้งอยู่จังหวัดใดก็ตาม ขณะที่ต้นทุนกลับเกิดขึ้นเฉพาะที่ นั่นคือที่ดินที่ถูกใช้ไป ไฟฟ้าและน้ำที่ถูกดึงไปจากระบบเดียวกับที่ครัวเรือนและโรงงานอื่นใช้ ภาระการขยายสายส่งในพื้นที่ และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่คนในจังหวัดนั้นต้องรับไว้เอง

ที่เป็นแบบนี้เพราะผลผลิตของดาต้าเซนเตอร์คือกำลังประมวลผล ซึ่งส่งออกจากพื้นที่ได้ทันทีผ่านสายใยแก้วนำแสงโดยไม่ต้องผ่านมือใครในท้องถิ่นเลย สิ่งที่พื้นที่นั้นขายให้กับโครงการคือที่ดิน ไฟฟ้า และอากาศเย็น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่มีค่าเช่าทางเศรษฐกิจต่ำ ส่วนมูลค่าเพิ่มก้อนใหญ่ตกอยู่กับผู้ผลิตอุปกรณ์และกับบริษัทในเมืองใหญ่ที่เป็นผู้ซื้อกำลังประมวลผลไปใช้ 

นี่คือความต่างพื้นฐานระหว่างดาต้าเซนเตอร์กับโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โรงงานยานยนต์บังคับให้เกิดผู้รับช่วงการผลิตในรัศมีไม่กี่สิบกิโลเมตร เพราะการขนส่งชิ้นส่วนมีต้นทุน แต่กำลังประมวลผลไม่มีต้นทุนขนส่งในความหมายเดียวกัน จึงไม่มีแรงบังคับใดให้ธุรกิจในพื้นที่ต้องเกิดขึ้นตามมา

อย่างไรก็ดี ในกรณีของกุ้ยโจว ประโยชน์โดยตรงต่อคนในพื้นที่ก็พอมีอยู่เหมือนกัน เพราะพื้นที่ได้ประโยชน์จากการขยายโครงข่ายถนนและระบบสาธารณูปโภคของเขต มีการเปิดสถาบันอุดมศึกษาแห่งใหม่ในพื้นที่ ธุรกิจบริการที่ขยายตัวตามจำนวนผู้ทำงานในเขต และการที่แรงงานท้องถิ่นมีทางเลือกทำงานใกล้บ้านมากขึ้นแทนการย้ายถิ่นเข้าไปหางานในเมืองใหญ่ 

ในบรรดาผลเหล่านี้ สถาบันอุดมศึกษาคือประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมที่สุดในระยะยาว เพราะเป็นกลไกสำคัญที่เปลี่ยนการมีเครื่องประมวลผลตั้งอยู่ในพื้นที่ให้กลายเป็นความสามารถของคนในพื้นที่ และเป็นสิ่งที่ยังอยู่ต่อไปแม้เจ้าของโครงการจะเปลี่ยนมือหรือย้ายออกไป

สิ่งที่ควรตระหนักคือกุ้ยโจว ผลลัพธ์เท่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะมีการลงทุนน้อยเกินไป มณฑลนี้มีศูนย์ข้อมูลสำคัญที่เปิดดำเนินการและอยู่ระหว่างก่อสร้างรวม 48 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นศูนย์ขนาดใหญ่ 28 แห่ง กำลังประมวลผลรวมอยู่ที่ 85 EFLOPS โดยกว่าร้อยละ 98 เป็นกำลังประมวลผลสำหรับปัญญาประดิษฐ์ และราวร้อยละ 90 ของอุปกรณ์ผลิตในประเทศ 

ด้านพลังงาน เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2568 การใช้ไฟฟ้าในเขตใหม่กุ้ยอานเพิ่มขึ้นร้อยละ 54.25 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยส่วนที่มาจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 517 ทางการต้องเร่งสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่งเฉพาะจำนวนมาก

และเริ่มก่อสร้างสถานีไฟฟ้าขนาด 500 กิโลโวลต์ที่จะเพิ่มกำลังอีก 4 กิกะวัตต์ นี่คือระดับการทุ่มทรัพยากรที่ไทยไม่มีทางทำได้ในเวลาเท่ากัน และผลด้านค่าจ้างในพื้นที่ก็ยังเป็นอย่างที่กล่าวไปข้างต้น

เมื่อโจทย์คือความไม่สอดคล้องระหว่างผู้ได้ประโยชน์กับผู้แบกต้นทุน ทางออกจึงต้องเป็นการออกแบบให้ประโยชน์ระดับประเทศไหลกลับลงไปสู่พื้นที่ได้ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเอง 

บทเรียนจากกุ้ยโจวไม่ได้บอกว่าอย่าสร้างดาต้าเซนเตอร์ในต่างจังหวัด ตรงกันข้าม ประเทศจำเป็นต้องมีดาต้าเซนเตอร์และอุตสาหกรรมไทยจะได้ประโยชน์จากมันจริง แต่บอกว่าการสร้างเป็นส่วนที่ง่ายและเร็วที่สุดของงานทั้งหมด อาคารและเครื่องจักรใช้เวลาสองปี ส่วนความสามารถของคนและธุรกิจในพื้นที่ที่จะใช้ประโยชน์จากมันใช้เวลาเป็นสิบปี และไม่เกิดขึ้นเองถ้าไม่มีใครลงทุน 

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ว่าให้ดาต้าเซนเตอร์ไปลงจังหวัดไหน แต่เป็นประเด็นว่า เมื่อประเทศและอุตสาหกรรมได้ประโยชน์จากมันไปแล้ว จังหวัดที่ออกที่ดิน ไฟฟ้าและน้ำให้ จะได้อะไรกลับมามากกว่าค่าเช่าที่ดินและเสียงหึ่ง ๆ ของเครื่องปรับอากาศ