ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นสู่บททดสอบครั้งสำคัญเมื่อยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีต่างพร้อมใจกันลงทุนเพื่อสร้าง “ดาต้าเซนเตอร์” (Data Center) และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ตัวเลขอนุมัติการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)ระหว่างปี 2567-2569 จำนวน 42 โครงการ เม็ดเงิน 7.5 แสนล้านบาท กลายเป็นความหวังที่จะนำพาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งภูมิภาค
ทว่ามีคำถามเชิงยุทธศาสตร์ท่ามกลางความต้องการเทคโนโลยีพุ่งสูง แต่โครงสร้างการศึกษาไทยกลับเผชิญภาวะขาดแคลนกำลังคนทักษะสูงอย่างรุนแรง การเติบโตนี้จะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร ขณะที่ Data Center และ AI Factory ต้องการวิศวกรโครงสร้างพื้นฐาน ผู้เชี่ยวชาญระบบทำความเย็น ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีเปลี่ยนเกมอย่าง “ชิปแสง” (Photonics) ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญกว่าครึ่งหนึ่งของตู้ Data Center ยุคใหม่ สถาบันการศึกษาไทยผลิตบุคลากรทักษะเฉพาะ (High-Skilled Talent) ได้ไม่ทันต่อการขยายตัวนี้หรือไม่
ปัจจุบันประเทศไทยมีสัดส่วน Contribution ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของอาเซียน 1.37% ไทยจำเป็นต้องแก้โจทย์คอขวดด้านกำลังคน (Workforce Bottleneck) เพื่อมาผลักดันเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจริง (New Growth Engine) การพึ่งพาเพียงการดึงดูดทุนภายนอกคงไม่พอ รายละเอียดในยุทธศาสตร์ Siam Silica Framework กระทรวง อว. เปลี่ยนผ่านโครงสร้างกำลังคนทั้งระบบ ขยับสัดส่วน Contribution ของไทยในอาเซียนขึ้นสู่ 8% ผ่านการสร้างกำลังคนเฉพาะทางภายในปี 2030 ไม่ว่าจะเป็นช่างเทคนิค ปวส. 1,330 คน, วิศวกร ป.ตรี 553 คน, นักวิจัยและวิศวกรอาวุโส 950 คน และการ Upskill/Reskill คณาจารย์มหาวิทยาลัยอีก 152 คน เพื่อสร้างรากฐานกำลังคนให้พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีขั้นสูง
หัวใจสำคัญของการทำให้ยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นได้จริงคือ “หลักสูตรกลาง” (Centralized Curriculum) ด้านเซมิคอนดักเตอร์, IC Design, Advanced Packaging และ Photonics ที่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศต้องนำไปปรับใช้ทันที จัดตั้ง National Training Center เพื่อฝึกทักษะปฏิบัติจริง รวมถึงสร้างความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำระดับโลกอย่าง imec, ASML, Arizona State University และ Imperial College เพื่อสร้างโจทย์เทคโนโลยีขั้นสูงให้แก่นักวิจัยและนักเรียนทุนไทย
การลงทุน Data Center ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสใหม่ของประเทศไทย ส่วนจะเป็น “ฮับคลาวด์และ AI” ที่ยั่งยืนได้จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับสติปัญญาและทักษะของคนในชาติ ภารกิจของภาครัฐและ BOI นับจากนี้ จึงเป็นการคัดสรรเฉพาะโครงการ "ดาต้าเซนเตอร์” (Data Center) ที่มีคุณภาพที่ผูกติดกับข้อตกลงการพัฒนากำลังคนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเม็ดเงินแสนล้านจะแลกมาด้วยการสร้างเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา (IP Rights Owner) และเกิดประโยชน์สูงสุดต่ออนาคตของคนไทยทุกคนอย่างแท้จริง



