วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ร่วมลงชื่อ ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ประเทศไม่ต้องจมกองขยะอีกต่อไป

สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมลงชื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. .... (ฉบับประชาชน) 

เป้าหมายคือ รวบรวมรายชื่อให้ได้ “มากกว่า 10,000 รายชื่อ” เพื่อให้รัฐบาลหันมาสนใจเรื่องนี้โดยเร็ว ก่อนประเทศไทยจะตกขบวน อยู่ท่ามกลางกองขยะ และทรัพยากรที่เสื่อมโทรม

ร่าง พ.ร.บ. CE ดังกล่าวเสนอโดย ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี นักวิจัยเชี่ยวชาญ สถาบันฯ ร่วมกับเครือข่ายนักกฎหมายที่ศึกษาประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างมากว่า 6 ปี และเครือข่าย Thailand Circular Economy 28 ภาคี จากภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเพื่อสังคม และองค์กรสื่อด้านสิ่งแวดล้อม

ร่วมลงชื่อ ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจหมุนเวียน ประเทศไม่ต้องจมกองขยะอีกต่อไป

ข้อมูลจากสถาบันฯ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติขยะอย่างหนักและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก 

ปัญหาที่น่ากังวลคือ จากสถานที่กำจัดขยะทั่วประเทศ 2,057 แห่ง กว่า 94% (1,937 แห่ง) ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเทกอง เผากลางแจ้ง และเตาเผาที่ไร้ระบบบำบัดมลพิษ สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ 

ปัญหาดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร และการรั่วไหลของขยะลงสู่ทะเล จนไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในระดับสากล

ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ ได้ออกข้อบังคับว่าด้วยบรรจุภัณฑ์ (PPWR) และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (ESPR) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกติกาการค้าระดับโลก 

หากประเทศไทยไม่มีกฎหมายแม่บทรองรับ ผู้ประกอบการไทยอาจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว

ร่าง พ.ร.บ. CE ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดการขยะที่ปลายทาง แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรและการจัดการของเสียของไทยตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ 

หัวใจสำคัญคือ

  • EPR หรือ ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต บังคับให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบสินค้าของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ เลิกผลักภาระให้ผู้บริโภค (บรรจุภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, แบต EV ฯลฯ)
  • PAYT: ใครทิ้งมาก จ่ายมาก ตามหลักผู้ก่อมลพิษ
  • คืน 3 สิทธิให้กับประชาชน 1) Right to Repair: สิทธิในการซ่อม ห้ามผลิตของให้พังง่าย 2) Right to Refuse: สิทธิในการลดใช้บรรจุภัณฑ์ มีจุดเติมสินค้า (Refill) แบบไม่คิดเงินเพิ่ม 3) Right to Know: การเข้าถึงข้อมูลเรื่องสารเคมีและวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้า

นอกจากนี้ยังมีมาตรการสำคัญอีกหลายเรื่อง เช่น การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียน การเปิดเผยข้อมูลวัสดุที่ใช้ในสินค้า การส่งเสริมสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) รวมถึงใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์

โดยนำมาตรการต่าง ๆ มาปรับพฤติกรรมตลาด เช่น การเก็บเงินสมทบพลาสติกใช้ครั้งเดียว ภาษีเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบมัดจำคืนเงิน หลักผู้ก่อขยะเป็นผู้จ่าย พร้อมตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและซ่อมแซม

คลิกอ่านรายละเอียด “ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน” และ เพจ Thailand Circular Economy เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน