สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชิญชวนประชาชนชาวไทยร่วมลงชื่อสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน พ.ศ. .... (ฉบับประชาชน)
เป้าหมายคือ รวบรวมรายชื่อให้ได้ “มากกว่า 10,000 รายชื่อ” เพื่อให้รัฐบาลหันมาสนใจเรื่องนี้โดยเร็ว ก่อนประเทศไทยจะตกขบวน อยู่ท่ามกลางกองขยะ และทรัพยากรที่เสื่อมโทรม
ร่าง พ.ร.บ. CE ดังกล่าวเสนอโดย ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี นักวิจัยเชี่ยวชาญ สถาบันฯ ร่วมกับเครือข่ายนักกฎหมายที่ศึกษาประเด็นปัญหาเชิงโครงสร้างมากว่า 6 ปี และเครือข่าย Thailand Circular Economy 28 ภาคี จากภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจเพื่อสังคม และองค์กรสื่อด้านสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลจากสถาบันฯ ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติขยะอย่างหนักและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก
ปัญหาที่น่ากังวลคือ จากสถานที่กำจัดขยะทั่วประเทศ 2,057 แห่ง กว่า 94% (1,937 แห่ง) ไม่ได้มาตรฐาน เช่น การเทกอง เผากลางแจ้ง และเตาเผาที่ไร้ระบบบำบัดมลพิษ สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจ
ปัญหาดังกล่าวยังถูกซ้ำเติมด้วยการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม ไมโครพลาสติกในห่วงโซ่อาหาร และการรั่วไหลของขยะลงสู่ทะเล จนไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลกที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่มหาสมุทรมากที่สุดในระดับสากล
ขณะที่สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ ได้ออกข้อบังคับว่าด้วยบรรจุภัณฑ์ (PPWR) และการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความยั่งยืน (ESPR) ซึ่งกำลังจะกลายเป็นกติกาการค้าระดับโลก
หากประเทศไทยไม่มีกฎหมายแม่บทรองรับ ผู้ประกอบการไทยอาจสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างรวดเร็ว
ร่าง พ.ร.บ. CE ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดการขยะที่ปลายทาง แต่เป็นการปฏิรูปโครงสร้างการบริหารทรัพยากรและการจัดการของเสียของไทยตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์
หัวใจสำคัญคือ
- EPR หรือ ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นของผู้ผลิต บังคับให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบสินค้าของตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบ เลิกผลักภาระให้ผู้บริโภค (บรรจุภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, แบต EV ฯลฯ)
- PAYT: ใครทิ้งมาก จ่ายมาก ตามหลักผู้ก่อมลพิษ
- คืน 3 สิทธิให้กับประชาชน 1) Right to Repair: สิทธิในการซ่อม ห้ามผลิตของให้พังง่าย 2) Right to Refuse: สิทธิในการลดใช้บรรจุภัณฑ์ มีจุดเติมสินค้า (Refill) แบบไม่คิดเงินเพิ่ม 3) Right to Know: การเข้าถึงข้อมูลเรื่องสารเคมีและวัสดุที่ใช้ในการผลิตสินค้า
นอกจากนี้ยังมีมาตรการสำคัญอีกหลายเรื่อง เช่น การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากรหมุนเวียน การเปิดเผยข้อมูลวัสดุที่ใช้ในสินค้า การส่งเสริมสิทธิในการซ่อม (Right to Repair) รวมถึงใช้เครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์
โดยนำมาตรการต่าง ๆ มาปรับพฤติกรรมตลาด เช่น การเก็บเงินสมทบพลาสติกใช้ครั้งเดียว ภาษีเศรษฐกิจหมุนเวียน ระบบมัดจำคืนเงิน หลักผู้ก่อขยะเป็นผู้จ่าย พร้อมตั้งกองทุนเศรษฐกิจหมุนเวียนสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการรีไซเคิลและซ่อมแซม
คลิกอ่านรายละเอียด “ร่าง พ.ร.บ. เศรษฐกิจหมุนเวียน ฉบับประชาชน” และ เพจ Thailand Circular Economy เครือข่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน


