วันนี้เขียนตามคำขอของ FC ที่ประสบปัญหาขาดความสุขจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มโซเชียล โดยขอให้ไปค้นคว้าว่ามีหลักเกณฑ์อย่างไรในการทำให้กลุ่มโซเชียลเป็นเครื่องมือที่สร้างประโยชน์ต่อชีวิตของสมาชิก
โดยอยู่กันอย่างมีความสุขและยั่งยืน ไม่ทะเลาะหรือรำคาญกันจนต่างถอนตัวออกจากกลุ่ม ผมได้พบหลายข้อเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้จึงขอนำมาสรุปเเละขยายความสู่กันฟังครับ
การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่มีมาประมาณ 20 ปี จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่สมาชิกบางคนอาจกระทำสิ่งที่ผิดพลาดไปบ้างเพราะต่างก็ต้องเรียนรู้กฎกติกาที่แปลกใหม่และไม่มีใครกำหนดไว้ชัดเจนจึงเป็นเรื่องน่าให้อภัย อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้กลุ่มมีปัญหาก็เพราะพฤติกรรมของสมาชิกเป็นสาเหตุ
ดังนั้น จึงขอเน้นเรื่องที่ควรทำและไม่ควรทำของผู้เป็นสมาชิกกลุ่ม เพื่อให้เป็นคนที่ได้รับการยอมรับนับถือจากสมาชิกคนอื่นๆ ซึ่งจะร่วมกันทำให้กลุ่มอยู่กันอย่างยั่งยืน มีความสุขและมีคุณค่าต่อชีวิต
สิ่งที่ควรทำมีดังต่อไปนี้ (1) ศึกษาวัฒนธรรมของกลุ่มก่อนที่จะโพสต์ข้อความ โดยสังเกตว่าเป็นกลุ่ม “ทางการ” หรือกลุ่มสนุกร่วมกันอย่างไม่จริงจัง หัวข้อใดที่ชอบโพสต์กัน แนวการเมืองเป็นแบบใด สมาชิกมีเรื่องตลกขบขันกันในแนวใด
(2) สุภาพและมี “สุ้มเสียง” ที่กลางๆ ไม่รุนเเรง อย่าลืมว่าเรื่องธรรมดาเป็นสิ่งสำคัญอันได้แก่ ทักทายเพื่อนสมาชิก มีคำขอบคุณ หากไม่เห็นด้วยก็เป็นไปอย่างสุภาพ หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดที่ก้าวร้าว สิ่งเหล่านี้จะสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้สมาชิก
(3) ร่วมสร้างคุณค่าให้กลุ่ม สมาชิกจะให้ความนับถือผู้ที่ทำให้ทุกคนได้รับประสบการณ์ดีๆ และได้รับสิ่งที่มีประโยชน์ เช่น ให้ข้อมูลที่มีประโยชน์ คำตอบที่เชื่อถือได้ ความเห็นที่คิดมาแล้วอย่างรอบคอบ ให้อารมณ์ขันในช่วงเวลาที่เหมาะสม ให้การสนับสนุนทางอารมณ์และความรู้สึกแก่กลุ่มในยามที่จำเป็น
ข้อสังเกตคือ ผู้ชอบดึงดูดความสนใจจากคนอื่นโดยไม่สนใจการร่วมสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้กลุ่มจะไม่ได้รับการยอมรับนับถือ
(4) กะทัดรัดเสมอในการโพสต์ข้อความ การให้ข้อมูล การส่งต่อข้อความ อย่าส่งข้อความอย่างท่วมท้นจนทำให้คนอื่นรำคาญ (5) ระวังเรื่องช่วงเวลาที่ส่งข้อความและความถี่ การส่งข้อความอย่างยาวในแต่ละครั้งเเละถี่เกินไปควรหลีกเลี่ยง เพราะจะทำให้สมาชิกเบื่อหน่ายจนทำให้ความพยายามในการมีส่วนร่วมมีคุณค่าน้อยลง สมาชิกไม่ชอบอะไรที่ทำให้รู้สึก “หนัก”
(6) จงแสดงออกซึ่งความสามารถในการควบคุมอารมณ์ สมาชิกไม่ชอบการระเบิดอารมณ์ ไม่ชอบคนขี้ถกเถียงหรือต่อล้อต่อเถียงใครต่อใครอยู่เสมอ หรือมี “ประเด็น” กับเรื่องเล็กๆ ที่ไม่สำคัญจนน่าเบื่อ และประการสำคัญไม่ปลื้มคนที่ชอบสร้างดราม่า (7) ใช้อารมณ์ขันอย่างระมัดระวัง อารมณ์ขันช่วยทำหน้าที่เป็น “กาว” ให้กลุ่ม ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หัวเราะได้
แต่ก็ต้องระวังเรื่องเล่าตลกที่ออกแนวดูถูกคนอื่น เเละคำพูดที่ประชดประชัน พยายามหลีกเลี่ยงเรื่องที่อ่อนไหวนอกเสียจากว่าวัฒนธรรมของกลุ่มยอมรับอย่างชัดแจ้งแล้ว สิ่งที่ต้องตระหนักเป็นพิเศษอยู่เสมอก็คือการออนไลน์ทำให้ไม่เห็นหน้าตาหรือภาษากายของกันเเละกัน ดังนั้น ความเข้าใจผิดจึงอาจเกิดขึ้นได้ง่าย
(8) เคารพความเป็นส่วนตัว อย่ากล่าวถึงสิ่งที่เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนบางคนในกลุ่ม หรือนำเรื่องลับของคนอื่นมาแชร์กัน เพราะอาจทำให้คนอื่น รู้สึกลำบากใจกับเรื่องที่นำมาเล่า อย่าเปิดเผยแชตส่วนตัวที่มีกับเพื่อนในกลุ่ม อย่าลืมว่าความไว้วางใจเป็นรากฐานสำคัญของความนับถือกันออนไลน์
(9) ให้เครดิตคนอื่น สมาชิกในกลุ่มชื่นชอบผู้ให้เกียรติคนอื่น ชอบคนที่โพสต์ข้อความอย่างมีสติและผ่านการไตร่ตรองแล้ว จงให้เครดิตคนอื่นโดยเฉพาะเพื่อนในกลุ่ม หลีกเลี่ยงการเป็นคนที่ดูเหมือนจะรู้ไปเสียทุกอย่าง
(10) ความสม่ำเสมอจะทำให้การยอมรับนับถือสูงขึ้น เช่น มีพฤติกรรมที่คงเส้นคงวา ไม่หวือหวาขึ้นลงตามอารมณ์ คำพูดกับการกระทำสอดคล้องกันเสมอ จนเกิดความน่าเชื่อถือไว้วางใจข้ามเวลา (11) ระวังการทำผิดกฎหมายในเรื่องหมิ่นประมาท
ในเรื่องไม่ควรทำ มีดังต่อไปนี้ (1) อย่าครอบงำการสนทนาเสียคนเดียว อย่าลืมว่าอยู่กันเป็นกลุ่ม เวทีมิใช่เป็นของเราคนเดียว สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงก็คือการโปรโมทตนเองอย่างซ้ำซากและพยายามดึงการสนทนาให้กลับมาสู่เรื่องของตนเองอยู่เสมอ (2) อย่าเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่แน่ใจว่าถูกต้อง หรือกล่าวอ้างเรื่องราวที่หวือหวาเกินจริง การกระทำเหล่านี้ซ้ำๆ จะลดความน่าเชื่อถือได้อย่างรวดเร็ว
(3) อย่ากล่าวหาโจมตีใครในกลุ่ม วิพากษ์วิจารณ์ไอเดียได้แต่ไม่ใช่ตัวบุคคล (4) อย่าแสวงหาความสนใจจากผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา ผ่านคำชื่นชม จากการใช้คำบ่นที่ซ้ำซาก จากการสร้างความขัดแย้งในกลุ่มเพื่อให้คนอื่น “เห็น ”ตนเอง หรือออกจากกลุ่มอย่างมีดราม่า ฯลฯ
(5) อย่าแชร์ข้อมูลชนิดลึกหรือมีรายละเอียดส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเงิน หรือความขัดแย้งในครอบครัว หรือวิกฤติในชีวิตของสมาชิกเพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วน
(6) อย่าเป็นพลังลบของกลุ่ม การเเสดงออกซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ เช่น การเสียดสี ความโกรธ ความเกลียดชิงชังชนิดสุดโต่ง คำดูถูกเยาะเย้ยถากถาง ฯลฯ ทำให้สมาชิกรู้สึกเหนื่อยหน่าย (7) ระวังการล่วงเกินบุคคลหรือสิ่งที่สมาชิกในกลุ่มเคารพนับถือ
กล่าวโดยสรุปก็คือ การได้การยอมรับนับถือซึ่งกันและกันจนมีความสุขด้วยกันในกลุ่มสังคมนี้ มาจากการทำตัวให้เป็น “พลังบวก” สร้างสรรค์ มีประโยชน์ มีคุณค่า มีอารมณ์ที่มั่นคงไม่ผันแปรหวือหวาและไว้วางใจได้ พึงตระหนักถึงความรู้สึกเเละบรรยากาศของกลุ่มตลอดจนผลกระทบจากการเป็นสมาชิกของตน
สิ่งที่กลุ่มไม่ปรารถนาคือ ความไม่สบายใจ ความรู้สึกรำคาญ ความเหนื่อยหน่าย ความรู้สึก “หนัก” ความดราม่า ความเครียด ความรู้สึกว่าถูกครอบงำเเละการกระทำที่เป็นลบต่อผู้อื่นอย่างไม่เป็นธรรม
มนุษย์เป็นสิ่งที่นักปราชญ์โบราณเรียกว่าเป็น “สัตว์สังคม” ที่ต้องการปฏิสัมพันธ์และความผูกพันกับมนุษย์คนอื่นอยู่เสมอ ดังนั้น การเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มจึงเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบ หากกลุ่มจะยั่งยืนและเป็นสุขด้วยกันแล้ว สมาชิกต้องมีความรักมนุษย์ด้วยกัน และมีความเป็นมนุษย์ในเบื้องต้นครับ

