วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน 2569

Login
Login

ส่องกลยุทธ์ 'ศุภจี 2' เปิดเพจเฟสบุ๊ครับฟังเสียงโซเซียล  ทรานส์ฟอร์ม 'พาณิชย์ ' สู่เชิงรุก

ส่องกลยุทธ์   'ศุภจี 2'   เปิดเพจเฟสบุ๊ครับฟังเสียงโซเซียล  ทรานส์ฟอร์ม  'พาณิชย์ ' สู่เชิงรุก

เมื่อวันที่ 16  เม.ย.ที่ผ่านมา "นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ "รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงฯ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใน "ครม.อนุทิน 2 "

การกลับมารับตำแหน่งครั้งนี้ถือว่า  "ไม่ง่าย " เหมือนช่วงรับตำแหน่งครั้งแรก 4 เดือน เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เจอปัญหาสารพัด โดยเฉพาะปัญหาสงครามสหรัฐและอิหร่าน ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก  แม้ "ศุภจี" จะมีประสบการณ์ในฐานะผู้บริหารองค์กรระดับสูง แต่สนาม"เศรษฐกิจโลก"เต็มไปด้วยเงื่อนไขซับซ้อน

 "ศุภจี" ยอมรับว่า  สถานการณ์ต่าง ๆ ไม่เหมือนเดิม โดยไทยกำลังเผชิญกับวิกฤติซ้อนวิกฤติ โดยวิกฤติแรก คือ ปัญหาเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวไม่มากนัก และยังมาเกิดความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ ที่ก่อให้เกิดวิกฤติราคาพลังงานเข้ามาซ้ำเติมอีก

ส่วนแนวทางการทำงานจากนี้นั้น นางศุภจี ระบุว่า จะดำเนินนโยบายในทุกมิติทั้ง "การแก้ไขปัญหาระยะสั้นควบคู่กับการปรับโครงสร้างเพื่อรองรับระยะยาว" เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็น "วิกฤตซ้อนวิกฤต "ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 เม.ย. นางศุภจีได้เปิดเพจ Facebook  อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ "ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun" ถือเป็นการ"ปรับลุคผู้นำ" ที่เปิดการสื่อสารใหม่ที่สร้าง "ผู้นำที่เข้าถึงได้" เป็นการสื่อสารตรงกับประชาชน พร้อมรับฟังความคิดเห็นผ่านเพจ Facebook

ส่องกลยุทธ์   'ศุภจี 2'   เปิดเพจเฟสบุ๊ครับฟังเสียงโซเซียล  ทรานส์ฟอร์ม  'พาณิชย์ ' สู่เชิงรุก

 "ศุภจี สุธรรมพันธุ์ " ระบุว่า   หลังจากเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์อย่างเป็นทางการแล้ว ขอเรียนให้ทุกท่านทราบว่า ขออนุญาตใช้ Facebook เพจ : ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun เพจนี้ เป็นช่องทางหลักในการสื่อสารกับทุกท่าน ด้วยความตั้งใจที่จะใช้เป็นช่องทางในการให้ข้อมูลข่าวสาร รวมถึงรับประเด็นแนะนำจากทุกท่านได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นค่ะ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

นอกเหนือจากการเปิดเพจ Facebook   ศุภจี สุธรรมพันธุ์ - Suphajee Suthumpun แล้ว ยังได้มีการปรับทัพการทำงานภายในกระทรวงพาณิชย์ใหม่ โดยเฉพาะเรื่องราคาสินค้าและค่าครองชีพ ได้เพิ่มผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยเสริมการทำงานของกรมการค้าภายในให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น

เนื่องจากกรมการค้าภายในเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลราคาสินค้า ค่าครองชีพของประชาชน แต่ที่ผ่านหลังเกิดวิกฤต"สงครามอิหร่าน-สหรัฐ" ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น กระทบราคาสินค้า แต่การทำงานของกรมการค้าภายใน ถูกมองว่า ยังล่าช้าไม่ทันต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ยอมรับปัญหา ว่า "ของแพง"จริง  และอื่นๆ 

ส่องกลยุทธ์   'ศุภจี 2'   เปิดเพจเฟสบุ๊ครับฟังเสียงโซเซียล  ทรานส์ฟอร์ม  'พาณิชย์ ' สู่เชิงรุก

ขณะที่ปัญหาด้านเศรษฐกิจต่างประเทศที่ถูกรุมเร้าด้วยปัญหาภูมิรัฐศาสตร์  ทำให้  "ศุภจี " ต้องเสริมมือดีทางเศรษฐกิจเข้ามาช่วยทำงาน โดยตั้งทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจและการค้า จำนวน 12 คน อาทิ ดร.กอบศักดิ์, ผศ.ดร.อาร์ม  ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา   ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีต กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  ดร.ปิติ ศรีแสงนาม Executive Director, ASEAN Foundation, Jakarta  รวมถึง นายวีระพงษ์ ประภา อดีตผู้แทนการค้าไทย ประจำสหภาพยุโรป

มือดีจาก SCB-KKP ทั้งดร.ยรรยง ไทยเจริญ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ และธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)  ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตรชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทรจำกัด (มหาชน)  เข้ามาเป็นทีมงาน  

กุนซือทางเศรษฐกิจ ที่ "ศุภจี " ดึงเข้ามา ถือเป็นการ "เปิดระบบ" ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายมิติ เช่น เศรษฐศาสตร์มหภาค  ตลาดทุน การค้าระหว่างประเทศ ตลาดเฉพาะภูมิภาค (จีน อาเซียน สหรัฐฯ ยุโรป) ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมแปรรูป มาเสริมแกร่งด้านเศรษฐกิจ

การปรับกลยุทธ์การทำงานใหม่ครั้งนี้  ที่เริ่มจากการ เปิดเพจ Facebook ส่วนตัว รับเสียงสะท้อนจากโซเซียล การปรับโครงสร้างการทำงานของการค้าภายใน ควบคู่การเสริมทัพ "ดรีมทีมเศรษฐกิจ"สะท้อน "ลุคใหม่" ของการบริหารในยุค "ศุภจี 2" ที่มุ่งยกระดับกระทรวงพาณิชย์จาก “ผู้ตามสถานการณ์” สู่ “การทำงานเชิงรุก” ในสมรภูมิเศรษฐกิจที่ผันผวน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจาก "ซีอีโอ" สู่ "นักการเมืองเต็มตัว" ที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และความคาดหวังของประชาชนที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจที่ไม่เปิดโอกาสให้ลองผิดลองถูกมากนัก

จากนี้ไป เวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่า "ศุภจี " จะสามารถยืนระยะ สร้างผลงาน และแสดงศักยภาพได้เพียงใด เพราะเวทีนี้ไม่ใช่สนามธุรกิจที่วัดกันด้วยผลประกอบการ หากแต่เป็นสนามที่วัดด้วย "ผลงาน"ที่จะพานาวา"พาณิชย์" กลับสู่จุดที่ประชาชนเชื่อมั่นได้