วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร?

JAS ทุ่ม 2,300 ล้านบาท ปิดดีลคว้าลิขสิทธิ์ ฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) ยิงสดเจ้าเดียวในไทย เทียบชัดๆ ชาติอาเซียน จ่ายเท่าไร? คนไทยได้ดูบอลสดทั่วถึงตลอดทัวร์นาเมนต์

"กรุงเทพธุรกิจ" เกาะติดบิ๊กดีลสะเทือนวงการลูกหนัง และอุตสาหกรรมสื่อไทย สิ้นสุดการรอคอยอันยาวนานของแฟนบอลไทย เมื่อยักษ์ใหญ่ระดับประเทศอย่าง JAS (บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มหาชน) หักปากกาเซียนตั้งโต๊ะแถลงข่าวใหญ่ ประกาศคว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด "ฟุตบอลโลก 2026" (FIFA World Cup 2026) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย (Exclusive Rights) 

มูลค่าบิ๊กดีลนี้พุ่งสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์ สหรัฐ หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท (ฟุตบอลโลกปี 2026 และควบไปถึงบอลโลก 2030) พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์การดูบอลโลกของคนไทยที่จะได้รับชมความมันส์เต็มอิ่ม ดูบอลสดผ่านแพลตฟอร์ม MONOMAX ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ ยิงยาวตั้งแต่วันเปิดสนาม 11 มิถุนายน  ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ 19 กรกฎาคม 2026 นี้

ขณะที่เมื่อกางตัวเลขเปรียบเทียบในกลุ่มประเทศอาเซียน พบไทยจ่ายหนักสุด ส่วน "จีน" ใช้วิธีแข็งกร้าวประท้วงเงียบบีบฟีฟ่าหั่นราคาลงถึง 80%
 

JAS ตั้งโต๊ะแถลงประวัติศาสตร์ คว้าสิทธิยิงสด FIFA World Cup 2026 แต่เพียงผู้เดียว

วันนี้ 11 มิถุนายน 2569 ณ Stadium29 (MONO) ถนนชัยพฤกษ์ บิ๊กเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ร่วมกับ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MONO ได้จัดงานแถลงข่าวความสำเร็จในการเซ็นสัญญาคว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด "ฟุตบอลโลก 2026" (FIFA World Cup 2026) อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

โดยงานนี้แกนนำคนสำคัญนำโดย “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย ดร.โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS, คุณพิชญ์ โพธารามิก ผู้ถือหุ้นใหญ่ JAS และ MONO และ คุณนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MONO ร่วมยืนยันความพร้อมที่จะส่งตรงมหกรรมฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกให้คนไทยได้เชียร์กันสดๆ เต็มตาครบทุกแมตช์

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

JAS ปิดดีล 2,300 ล้านบาท ซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2 สมัยปี 2026 และปี 2030 - เทียบชัดอาเซียน จ่ายเท่าไร ?

การแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2026 ครั้งนี้ ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ด้วยการเพิ่มจำนวนทีมแข่งขันจาก 32 ทีม เป็น 48 ชาติ และเพิ่มจำนวนแมตช์ฟาดแข้งจาก 64 นัด ทะยานสู่ 104 นัด ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันมา โดยมี 3 ชาติยักษ์ใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมเป็นเจ้าภาพ

โปรแกรมฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2026 (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดอย่างเป็นทางการผ่าน MONOMAX 
 

เปิดรายชื่อผู้ถือลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในอาเซียน ใครได้ช่องไหนเช็กเลย

สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้รับรอง และเปิดเผยรายชื่อสถานีโทรทัศน์ รวมถึงกลุ่มทุนมีเดียที่เป็นพันธมิตรถ่ายทอดสดในแต่ละประเทศแถบเพื่อนบ้านอาเซียนอย่างครบถ้วนแล้ว โดยมีรายละเอียดผู้ถือลิขสิทธิ์หลักดังต่อไปนี้

  • ไทย (ประชากร 71.56 ล้านคน) ผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดหลัก JAS / MONO ช่องทางการรับชม MONOMAX
  • อินโดนีเซีย (ประชากร 287.2 ล้านคน) TVRI Indonesia (สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ)
  • เวียดนาม (ประชากร 103.08 ล้านคน) VTV (Vietnam Television สถานีโทรทัศน์แห่งชาติ)
  • สิงคโปร์ (ประชากร 6.12 ล้านคน) Mediacorp (ผ่านช่องทางมีเดียคอร์ป และ mewatch)
  • มาเลเซีย (ประชากร 34.23 ล้านคน) Total Sports
  • กัมพูชา (ประชากร 18.05 ล้านคน) Hang Meas Video / TV
  • ฟิลิปปินส์ (ประชากร 115.3 ล้านคน) Aleph Group
  • สปป. ลาว (ประชากร 7.89 ล้านคน) Unitel Laos
  • เมียนมา (ประชากร 55.19 ล้านคน) Mytel
  • บรูไน (ประชากร 464,700 คน) Radio Television Brunei (RTB)
  • ติมอร์-เลสเต (ประชากร 1.43 ล้านคน) ETO - TELCO

เทียบราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ในอาเซียน ทำไมไทยต้องจ่ายแพงสุด พุ่ง 2,300 ล้านบาท?

ราคาค่าลิขสิทธิ์ของแต่ละประเทศไม่ได้เท่ากัน ขึ้นอยู่กับศักยภาพการทำกำไร อำนาจการต่อรอง และขนาดของฐานแฟนบอล ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบตัวเลขค่าลิขสิทธิ์ที่หลุด และเปิดเผยออกมาในบางประเทศ ดังนี้

ประเทศไทย เดิมทีฟีฟ่า (FIFA) เสนอราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 40 - 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,300 - 1,700 ล้านบาท) ซึ่งฝ่ายไทยพยายามต่อรองให้ลดลงเหลือ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

แต่ในท้ายที่สุด JAS ได้เข้ามาปิดดีลความสำเร็จแบบเบ็ดเสร็จ มีมูลค่าสูงถึง 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.3 พันล้านบาท เพื่อคว้าสิทธิ Exclusive แต่เพียงผู้เดียว ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศที่ควักกระเป๋าจ่ายสูงสุดในภูมิภาค 

โดย JAS ยืนยันว่าอีก 4 ปีข้างหน้าไม่ต้องลุ้น ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกปี 2026 และล่วงหน้า "ฟุตบอลโลก 2030" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ประเทศมาเลเซีย จ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1,200 ล้านบาท) โดยมี Total Sports เป็นผู้บริหารจัดการคอนเทนต์

ประเทศเวียดนาม จ่ายค่าลิขสิทธิ์ประมาณ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 500 - 550 ล้านบาท) ซึ่งใช้โมเดลการร่วมทุนระหว่างรัฐบาล และกลุ่มสื่อเอกชนเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย

กลุ่มประเทศอื่นๆ (กัมพูชา, อินโดนีเซีย, สิงคโปร์, สปป.ลาว) มีการซื้อลิขสิทธิ์ไปในราคาเฉลี่ยประมาณ 5 - 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามความเหมาะสมของมูลค่าตลาด และประชากรในประเทศนั้นๆ

บทเรียนราคาแพงจาก "จีน" ประท้วงเงียบบีบ FIFA หั่นราคาลิขสิทธิ์ลดฮวบ 80%

ท่ามกลางมูลค่าลิขสิทธิ์ในไทยที่พุ่งสูง มีรายงานที่น่าสนใจจากประเทศจีน ที่สามารถดีลราคาได้ต่ำอย่างน่าเหลือเชื่อ โดยฟีฟ่ายอมลดราคาให้จีนถึง 80% จากเดิม 9,800 ล้านบาท เหลือเพียง 2,000 ล้านบาทเท่านั้น

กลยุทธ์ที่ฝั่งจีนนำมาใช้คือ "การประท้วงเงียบ" โดยกลุ่มทุน และสถานีโทรทัศน์ในจีนรวมใจกันไม่ตอบรับข้อเสนอใดๆ ของฟีฟ่า กดดันจนเลขาธิการฟีฟ่าต้องเดินทางไปเจรจาด้วยตัวเองที่ประเทศจีน และยอมหั่นราคาลงในที่สุด โดยผู้ถือลิขสิทธิ์หลักของจีนตกเป็นของ China Media Group (CMG) ซึ่งเป็นเครือข่ายสื่อยักษ์ใหญ่ของรัฐบาลจีน (รวมถึงสถานีโทรทัศน์ CCTV)

บิ๊กดีลของ JAS ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่ทำให้แฟนบอลชาวไทยได้อุ่นใจว่าจะได้ดูบอลสดวันนี้ และเชียร์ ฟุตบอลโลก 2026 อย่างแน่นอนครบทุกแมตช์ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไปว่า โมเดลการทำธุรกิจ และการเก็บค่าบริการ (แพ็กเกจ (Package)) ผ่าน MONOMAX จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมลิขสิทธิ์กีฬาในประเทศไทยไปในทิศทางใดต่อจากนี้

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์