วันอังคาร ที่ 3 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

ธ.ก.ส. ครบ 60 ปี ชูกลยุทธ์ 'ไฮ นวัตกรรม' เดินหน้าขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยสู่ความยั่งยืน

ก้าวสู่ปีที่ 60 ธ.ก.ส. ปรับทิศทางการดำเนินงานด้วยกลยุทธ์ "ไฮ นวัตกรรม" มุ่งใช้นวัตกรรมยกระดับภาคเกษตร เพิ่มศักยภาพเกษตรกร และรับมือความเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ภาคเกษตรไทย

ธ.ก.ส. ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนา เดินหน้าบทบาท "แกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture)" มุ่งยกระดับเกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านนวัตกรรมดิจิทัล การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการสนับสนุนธุรกิจสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับภาคเกษตรไทยสู่ตลาดสากลอย่างยั่งยืน

ชูแนวคิด "ลูกค้าแข็งแรง ธนาคารแข็งแรง" ลุย Market-Maker ดิจิทัล

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า
ในโอกาสวันสถาปนา ธ.ก.ส. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ธนาคารอยู่เคียงข้างเกษตรกรไทยมาครบ 60 ปี ธ.ก.ส. ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจตามวิสัยทัศน์ ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน โดยต่อยอดการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) ภายใต้แนวคิดลูกค้าแข็งแรง ธนาคารแข็งแรง เพื่อเสริมศักยภาพเกษตรกรทั้งด้านเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม การแปรรูป และการตลาดอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ธ.ก.ส. วางเป้าหมายขับเคลื่อนบทบาท Market-maker ภายใต้กลยุทธ์ไฮ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิทัล BAAC Matching เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตและการตลาด ให้ผู้บริโภคสามารถสั่งซื้อสินค้าเกษตรโดยตรงจากร้านค้าเกษตรกรรายย่อย วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ ควบคู่กับการจัดตั้ง BAAC Outlet ณ สาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ และส่งเสริม Small Local and Ecosystem เพื่อกระตุ้นการบริโภคภายในท้องถิ่น (Local Consumption) สร้างงาน สร้างอาชีพ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก

เปิดพัฒนาการ 6 ทศวรรษ : จากแก้หนี้นอกระบบสู่ Smart Farmer ดิจิทัล

ตลอดระยะเวลา 6 ทศวรรษ ธ.ก.ส. ได้ปรับเปลี่ยน แนวทางการดำเนินงานให้สอดรับกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละยุคสมัย ภายใต้เจตนารมณ์การเป็น "มากกว่าธนาคาร" ได้แก่ 

  • ทศวรรษที่ 1 (พ.ศ.2509–2519) : บุกเบิก สินเชื่อเกษตร แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ โดย ธ.ก.ส. สถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2509 โดยรับโอนกิจการจากธนาคารเพื่อการสหกรณ์ มี นายจำเนียร สาระนาค เป็นผู้จัดการคนแรก ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งแรก ณ อาคาร ค แยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ พร้อมเปิดบริการส่วนภูมิภาค 5 สาขาแรก ได้แก่ เชียงราย เพชรบูรณ์ พระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี และอุดรธานี 
  • ทศวรรษที่ 2 (พ.ศ.2520–2529) : สินเชื่อ บูรณาการและสมุดเหลือง โดยดำเนินงานภายใต้แนวคิด "เคียงคู่ รู้ค่า ประชาชน" สืบสานแนวทางของ "อาจารย์จำเนียร สาระนาค" บิดาสินเชื่อเกษตรของธ.ก.ส. โดยมีการริเริ่มสินเชื่อค้ำประกันร่วมกลุ่ม สินเชื่อ ระยะปานกลาง-ยาว และนำ "สมุดเหลือง" มาใช้บันทึกการกู้ยืม พร้อมออกหุ้นกู้ครั้งแรกในปี 2513 วงเงิน 50 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 9% ต่อปี (ไถ่ถอน ปี 2519) รวมทั้งขยายบริการประกันภัยข้าวโพดและฝ้าย
  • ทศวรรษที่ 3 (พ.ศ.2530–2539) : รวมกลุ่มการตลาด สกต. และออมทรัพย์ทวีโชค มีการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตร เพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) เพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อปุ๋ย เครื่องจักรกล และรวบรวมจำหน่ายผลผลิตพร้อมให้ปันผลแก่สมาชิก และในปี 2538 ได้เปิดตัว "เงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค" ลุ้นรางวัลเพื่อส่งเสริมวินัยการออม
  • ทศวรรษที่ 4 (พ.ศ.2540–2549) : วินัยการเงิน และสลากทวีสิน ดำเนินงานภายใต้แนวคิด "ทันสมัย ใจลูกทุ่ง มุ่งชนบท" จัดทำโครงการ "ครอบครัวเกษตรกรไทย ร่วมใจทำบัญชีครัวเรือน" ในปี 2548 พร้อมเปิดตัว "บัตรออมทรัพย์ทวีสิน" หน่วยละ 500 บาท อายุ 3 ปี จับรางวัลสูงสุด 10 ล้านบาท ซึ่งต่อยอดมาสู่สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ในปัจจุบัน
  • ทศวรรษที่ 5 (พ.ศ.2550–2559) : ยกระดับสู่ Smart Farmer และสินเชื่อสีเขียว ชูแนวคิด "ให้มากกว่าสินเชื่อ เพื่อพัฒนาชนบท" ก่อน ยกระดับเป็น "เป็นมากกว่าธนาคาร" ในปี 2558 มุ่งสนับสนุนเทคโนโลยี นวัตกรรม และสินเชื่อสีเขียวเพื่อส่งเสริมอาหารปลอดภัย (Food Safety) และเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market)
  • ทศวรรษที่ 6 (พ.ศ.2560–2569) : เกษตร มูลค่าสูง BCG และบริการดิจิทัล ยกระดับชีวิตเกษตรกรผ่านแนวคิด "Better Life, Better Community, Better Pride" สู่การสื่อสารองค์กร "The Way We Are ถ้าได้สัมผัสจะรัก ธ.ก.ส." นำ BCG Model และโครงการ BAAC Carbon Credit มาสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต รวมทั้งปลูกฝังทายาทเกษตรกรสู่ Young Smart Farmer และเปิดตัวแอปพลิเคชัน BAAC Mobile เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมดิจิทัล

รุกคาร์บอนเครดิตมุ่ง Net Zero - Carbon Neutrality ปี 2050

ด้านการสร้างสมดุลสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส. ได้นำชุมชนธนาคารต้นไม้กว่า 6,800 ชุมชน เข้าร่วมประเมินและจำหน่ายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติที่ปลูกไว้ให้เป็นรายได้ของชุมชน พร้อมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593)

นายฉัตรชัย กล่าวด้วยว่า ในก้าวต่อไป ธ.ก.ส. พร้อมเดินหน้าเชื่อมโยงเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และตลาดเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นสถาบันการเงินที่เคียงข้างและสร้างอนาคตที่มั่นคงยั่งยืนให้แก่ ภาคเกษตรไทย