แม้ตลาดอสังหาฯ ยังเผชิญความท้าทาย แต่ "แสนสิริ" ยังคงรักษาความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง หลังคว้า Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ครบทั้ง 3 เซ็กเมนต์ ต่อเนื่องปีที่ 3 พร้อมสร้างยอดขายครึ่งปีแรก 25,500 ล้านบาท ตอกย้ำพลังของแบรนด์ที่แปรเปลี่ยนความไว้วางใจเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อ หนี้ครัวเรือน และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจสิ่งที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจอาจไม่ใช่ "ราคา" ที่ถูกที่สุด แต่คือ "แบรนด์" ที่ไว้วางใจได้มากที่สุด และปี 2569 ชื่อของ "แสนสิริ" กลายเป็นคำตอบอีกครั้ง เมื่อเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่คว้า Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ครบทั้ง 3 เซ็กเมนต์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 พร้อมกับตัวเลขยอดขายครึ่งปีแรก 25,500 ล้านบาทที่สะท้อนว่าความเชื่อมั่นสามารถเปลี่ยนเป็นยอดขายได้จริง
เมื่อเศรษฐกิจคือบทพิสูจน์ของ "แบรนด์"
ทุกครั้งที่เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคจะใช้เวลาตัดสินใจซื้อบ้านนานขึ้น เปรียบเทียบมากขึ้น และเลือกเฉพาะแบรนด์ที่มั่นใจว่าจะไม่ทำให้การลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตผิดพลาดนั่นจึงทำให้ "ความเชื่อมั่น" กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ากว่าการแข่งขันด้านราคา ผลสำรวจ Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ล่าสุด จึงมีความหมายมากกว่ารางวัลด้านการตลาด เพราะเป็นเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคกว่า 6,500 คนทั่วประเทศ ที่เลือกแบรนด์ซึ่งอยู่ในใจมากที่สุดและปีนี้ ผู้ชนะในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็น "แสนสิริ"
ไม่ใช่เพียงอันดับหนึ่งในหมวดเดียว แต่เป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวของประเทศที่คว้ารางวัลครบทั้ง 3 หมวด ได้แก่ บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ความสำเร็จดังกล่าว ยังต่อยอดสู่การครองรางวัลต่อเนื่องรวม 5 ปี สะท้อนว่าแบรนด์ไม่ได้ได้รับการยอมรับเพียงช่วงตลาดเติบโต แต่ยังรักษา"ความไว้วางใจ"ได้แม้ในช่วงที่เศรษฐกิจเผชิญแรงกดดัน
3 รางวัลไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่คือจุดแข็ง
การคว้ารางวัลเพียงหมวดเดียวอาจสะท้อนความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์แต่การครองอันดับหนึ่งพร้อมกันทั้ง บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมสะท้อนความแข็งแกร่งของทั้งองค์กรเพราะหมายความว่า "แสนสิริ" สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้กับลูกค้าทุกกลุ่ม ตั้งแต่ First Jobber ครอบครัวรุ่นใหม่ นักลงทุน ไปจนถึงตลาดลักชัวรี
เบื้องหลังความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการมีโครงการจำนวนมากเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจากการสร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยหรือ Living Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเลือกทำเล การออกแบบ คุณภาพการก่อสร้าง นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย บริการหลังการขาย ไปจนถึงการรักษามูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว เมื่อผู้บริโภคมองการซื้อบ้านเป็นการลงทุนระยะยาว "ความเชื่อมั่น"ในแบรนด์จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีน้ำหนักไม่แพ้ทำเลหรือราคา
ความเชื่อมั่นที่วัดผลจากยอดขาย 2.5 หมื่นล้าน
อย่างไรก็ตาม หากรางวัลสะท้อนเสียงของผู้บริโภค"ยอดขาย"ก็สะท้อนการตัดสินใจซื้อจริง โดยครึ่งปีแรกของ ปี 2569 แสนสิริสร้างยอดขายได้ 25,500 ล้านบาทหรือคิดเป็น53% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 48,000 ล้านบาทท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความท้าทายตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า "ความแข็งแกร่ง" ของ " แบรนด์" สามารถเปลี่ยนเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดปรากฏการณ์ Sold Out แล้วถึง 12 โครงการมูลค่ารวมกว่า18,000 ล้านบาทและมีอีก8โครงการที่กำลังเข้าสู่การปิดการขายรวมมูลค่ากว่า11,000 ล้านบาทสะท้อนว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังมีอยู่!เพียงแต่ผู้บริโภคเลือกลงทุนกับแบรนด์ที่มั่นใจมากที่สุด!
ความสำเร็จครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์
สิ่งที่น่าสนใจ คือ ยอดขายของ "แสนสิริ" ไม่ได้พึ่งพาเพียงคอนโดหรือบ้านเดี่ยว แต่เติบโตพร้อมกันในทุกกลุ่มสินค้า ในฝั่งคอนโดมิเนียมได้รับแรงหนุนจากโครงการใหม่ที่สร้างกระแสตั้งแต่เปิดจอง ทั้ง เลิฟ เจริญนคร, เอ็กซ์ที เทน เอกมัย, ดีคอนโด วีเต พัทยา รวมถึงโครงการพร้อมอยู่ที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริงและนักลงทุน
ขณะที่ตลาดแนวราบยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะแบรนด์อณาสิริ ซึ่งตอบโจทย์ตลาดระดับกลาง ราคา 3-7 ล้านบาท และ Sansiri Luxury Collection ที่ยังได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าระดับบนอย่างต่อเนื่อง ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า พอร์ตสินค้าที่ครอบคลุมทุกระดับราคา คือหนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของแสนสิริในช่วงที่ตลาดยังฟื้นตัวไม่เท่ากัน
ครึ่งปีหลัง เกมรุกยังเดินหน้าต่อ
แม้เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน แต่แสนสิริเลือกเดินเกมรุกมากกว่าตั้งรับครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิด 21 โครงการใหม่มูลค่ารวม 27,000 ล้านบาทครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยวคอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม ไฮไลต์สำคัญ คือ การเปิดตัว Wellness Community แห่งแรกของแสนสิริบนถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่บนพื้นที่กว่า 142 ไร่ รวมถึงการพัฒนา "ราชพฤกษ์ คอมมิวนิตี้" บนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัท
พร้อมกันนี้ ยังขยายเกมรุกสู่ทำเลศักยภาพ ทั้งภูเก็ต เมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองเศรษฐกิจที่มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (Rental Yield) สูง รองรับทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยและนักลงทุน
ได้ทั้งรางวัลและยอดขาย
ในโลกธุรกิจ มีหลายแบรนด์ที่ได้รับรางวัล แต่ไม่ได้สะท้อนผลประกอบการขณะเดียวกัน ก็มีหลายบริษัทที่ทำยอดขายได้ดี แต่ยังไม่สามารถครองใจผู้บริโภคได้ในระยะยาว กรณีของแสนสิริน่าสนใจ เพราะทั้ง2ตัวชี้วัดเดินไปในทิศทางเดียวกัน ด้านหนึ่ง คือ การเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกและรายเดียวที่คว้ารางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand 2026 ครบทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮม ต่อเนื่อง 3 ปี อีกด้าน คือ ยอดขายครึ่งปีแรกที่ทำได้ 25,500 ล้านบาท พร้อมอัตราการปิดการขายโครงการใหม่ที่แข็งแกร่งในทุกเซ็กเมนต์
เมื่อรางวัลสะท้อน "ความเชื่อมั่น" และยอดขายสะท้อน "การตัดสินใจซื้อจริง" ทั้ง2 ส่วนจึงกลายเป็นภาพเดียวกันภาพของ”แสนสิริ”แบรนด์อสังหาริมทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้พัฒนาโครงการ แต่กำลังสร้างความไว้วางใจระยะยาวให้กับผู้บริโภคและในวันที่การแข่งขันของตลาดอสังหาฯ ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนโครงการหรือโปรโมชั่นอีกต่อไป
"ความเชื่อมั่น" อาจเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดซึ่งวันนี้ แสนสิริกำลังพิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่า ความเชื่อมั่นนั้น สามารถเปลี่ยนเป็นทั้งรางวัลอันดับหนึ่ง และยอดขายที่เติบโตได้พร้อมกัน





