หงส์วัดเรือใบชิงลีกคัพ ศึกแย่งถ้วยแชมป์แรกเมืองผู้ดี

หงส์วัดเรือใบชิงลีกคัพ ศึกแย่งถ้วยแชมป์แรกเมืองผู้ดี

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ต้องลุ้นความสมบูรณ์ของแนวรับ

ก่อนทำศึกลีก คัพ นัดชิงชนะเลิศกับ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี ที่เวมบลีย์ ในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.พ. ขณะที่ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เดี้ยงระนาวก่อนทำศึกบิ๊กแมทช์พรีเมียร์ลีก กับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล แต่มีลุ้นได้ ดาวิด เด เกีย นายทวารมือ 1 กลับมาเฝ้าเสา

ศึกลีกคัพ นัดชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะลงสนามพบ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี เวลา 23.30 น. โดยเกมนี้ ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เกน คลอปป์ มีเรื่องกังวลในแนวรับ เมื่อก่อนหน้านี้ มาร์ติน สเคอร์เทล กับ เดยัน ลอฟเรน มีอาการบาดเจ็บไปพร้อมๆ กัน ทำให้เซ็นเตอร์แบ็กเหลือแค่ โคโล ตูเร กับ มามาดู ซาโก และในยูโรปาลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ส่ง ลูคัส เลวา ลงไปเป็นเซ็นเตอร์แบ็กร่วมกับ ซาโก

เกมนี้ต้องลุ้นทดสอบความฟิตของ ลอฟเรน ที่ป่วยอีกครั้งว่าจะกลับมาลงสนามได้หรือไม่ ขณะที่แดนกลางยังไม่มี โจ อัลเลน กับ อดัม ลัลลานา แต่ไม่มีผลกับทีมชุดปัจจุบันมากนัก ส่วนแนวรุกถือว่าสมบูรณ์เต็มที่มีทั้ง ดาเนียล สเตอร์ริดจ์, โรแบร์โต ฟีร์มิโน และฟิลิปเป คูตินโญ

ฝั่งแมนฯ ซิตี ตอนนี้เรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง หลังจากบุกไปชนะ ดินาโม เคียฟ 3-1 เมื่อกลางสัปดาห์ ส่วนเรื่องความพร้อมของผู้เล่น แนวรับไม่มีปัญหาอะไรหลังจากได้ แวงซองต์ กอมปานี กลับมาแล้ว แต่แดนกลางยังไม่มี ฟาเบียน เดลพ์, เฆซุส นาบาส และเควิน เดอ บรอยน์ แต่ ยายา ตูเร กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดี และแนวรุกถือว่าสมบูรณ์เช่นกันมีทั้ง เซร์คิโอ อาเกโร, ดาวิด ซิลบา และราฮีม สเตอร์ลิง

วันเดียวกัน ศึกพรีเมียร์ลีกมีเกมบิ๊กแมทช์ที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มี 41 แต้มจาก 26 นัด จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่มี 51 แต้ม และกำลังลุ้นแชมป์เวลา 21.05 น. โดยเกมนี้ หลุยส์ ฟาน กัล ต้องประสบกับปัญหาเรื่องนักเตะบาดเจ็บอยู่หลายคน ยังจำเป็นต้องใช้ตัวสำรองและผู้เล่นดาวรุ่งลงสนามเหมือนเดิม

ในตำแหน่งผู้รักษาประตูยังพอมีข่าวดีที่ ดาวิด เด เกีย ซึ่งบาดเจ็บที่หัวเข่าไม่ได้ลงสนามช่วยทีมมาแล้ว 2 นัด มีลุ้นทดสอบความฟิตกลับมาเฝ้าเสาในเกมนี้ แต่แนวรับในตำแหน่งอื่นๆ ยังมีปัญหาอยู่พอสมควร แม้ว่าคู่เซ็นเตอร์แบ็ก คริส สมอลลิง จะกลับมายืนคู่กับ ดาลีย์ บลินด์ แต่ทั้ง มัตเตโอ ดาร์เมียน, ฟิล โจนส์, แอชลีย์ ยัง, ลุค ชอว์, อันโตนิโอ บาเลนเซีย และคาเมรอน บอร์ธวิค แจ็คสัน ต่างมีอาการบาดเจ็บกันหมด ยังดีที่จะมี มาร์กอส โรโฮ กลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายได้

แดนกลางมีปัญหาเพิ่มขึ้นหลังจาก เจสซี ลินการ์ด เจ็บหัวเข่าจากเกมเมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถลงเล่นได้เช่นเดียวกับ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ และอัดนัน ยานูซาย ทำให้ ฟาน กัล ต้องปรับแนวรุกอีกครั้งด้วยการดัน อันเดร์ เอร์เรรา ขึ้นไปเล่นเกมรุกร่วมกับ ฆวน มาตา และ เมมฟิส เดปาย และตำแหน่งหัวหอกที่ อองโตนี มาร์กซิยัล ที่เจ็บกล้ามเนื้อหลังเข่าตอนวอร์มเมื่อกลางสัปดาห์ไม่มีปัญหาอะไรมากนักน่าจะกลับมาลงสนามได้ในเกมนี้

ส่วนอาร์เซนอล ที่แพ้ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา 0-2 เมื่อกลางสัปดาห์ อาร์แซน เวนเกอร์ มีปัญหาเพิ่มขึ้นมาหลัง อเลกซ์ แชมเบอร์เลน ได้รับบาดเจ็บ และคาดว่าต้องพักยาว แต่ตัวหลักๆ ของทีมยังลงสนามกันได้เหมือนเดิม แนวรับ กาเบรียล เปาลิสตา ยังเจ็บ แต่มี แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ กับ โลรองต์ กอสเซลนี ยืนคู่กันอยู่แล้ว ขณะที่แดนกลางยังมี ฟรานซิส โกแกแลง คุมพื้นที่ร่วมกับ แอรอน แรมซีย์ แม้ว่าจะเพิ่งลงสนามเมื่อกลางสัปดาห์มาด้วยกันทั้งคู่ ส่วนแนวรุกเมื่อขาด แชมเบอร์เลน ไป น่าจะเป็นโอกาสของ โจแอล แคมป์เบลล์ ที่ลงมาประสานงานร่วมกับ อเลกซิส ซานเชซ และเมซุส โอซิล โดยที่หัวหอกมีตัวเลือกที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และธีโอ วัลคอตต์ ขณะที่ตัวเจ็บที่เหลืออยู่มี ซานติ กาซอร์ลา, แจ็ค วิลเชียร์ และโทมัส โรซิคกี ที่ยังลงไม่ได้

“ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ที่มี 51 แต้มเท่ากับ อาร์เซนอล และได้ลุ้นแชมป์เช่นกัน กำลังคึกคัก หลังจากถล่ม ฟิออเรนตินา 3-0 ในศึกยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ จะได้เล่นในไวท์ ฮาร์ท เลน ต่อเนื่องอีกนัดพบกับ “หงส์ขาว” สวอนซี ในเวลาเดียวกัน

เมาริซิโอ โปเชตติโน กุนซือเจ้าถิ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเมื่อกลางสัปดาห์แน่นอน โดยแนวรับได้ อูโก ยอริส นายทวารมือ 1 กลับมาลงสนามได้ตั้งแต่เมื่อกลางสัปดาห์ แนวรับยังเป็น โทบี อัลเดอร์ไวเรลด์ ยืนคู่กับ เควิน วิมเมอร์ เพราะ แยน แฟร์ทองเกน เจ็บยาว ส่วนแดนกลางที่ยังไม่มี มุสซา เดมเบเล จะใช้ ไรอัน เมสัน ลงสนามเป็นตัวจริง

ขณะที่แนวรุก ซอน เฮือนมิน กับ แฮร์รี เคน มีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริง โดยรายของ เคน ที่ดั้งจมูกหักน่าจะกลับมาลงเล่นในเกมนี้ได้ ส่วนทีมเยือนที่มี 27 แต้ม อยู่ในโซนที่ต้องพยายามหนีตกชั้น ไม่มีปัญหาเรื่องนักเตะเจ็บ อาจจะมีการปรับแนวรุกจากเกมแพ้ เซาแธมป์ตัน คาบ้าน 0-1 ด้วยการส่ง บาแฟแตงมี โกมิส ลงมาเป็นหัวหอกตัวจริง