เส้นตาย 72 ชั่วโมงหลังเกิดภัย! ปภ. เตือนกฎเอาตัวรอด "จัดเก็บกระเป๋าฉุกเฉิน" ต้องมีสิ่งของจำเป็น ทั้งยา อาหาร น้ำดื่ม อุปกรณ์ เอกสาร ให้พร้อมหยิบหนีภัยพิบัติได้ทันที
ภัยพิบัติธรรมชาติและวิกฤติไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที นาทีชีวิตเส้นตาย 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันแรกหลังเกิดเหตุ คือ "ช่วงเวลา" ที่ตัดสินความรอดชีวิตระหว่างรอความช่วยเหลือเข้าถึง
ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกมากางกฎเหล็กย้ำเตือนคนไทยทั่วประเทศ "เอาตัวรอด" เจาะลึกการจัดเก็บกระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) บรรจุสิ่งของจำเป็น 6 หมวดสำคัญ ทั้งยา อาหาร น้ำดื่ม 3 ลิตร อุปกรณ์สื่อสาร และเอกสารสำคัญ ให้พร้อมหยิบหนีภัยพิบัติได้ทันที
เผยเคล็ดลับการเตรียมเสบียงให้เบาแต่รอดจริง รวมถึงข้อควรระวังสำคัญที่ห้ามมองข้าม เพื่อไม่ให้กระเป๋าฉุกเฉินกลายเป็นของไร้ค่าในวันเกิดเหตุ
ทำไมต้อง 72 ชั่วโมง? เปิดเบื้องหลัง "ช่วงเวลาทองคำ" ที่ความช่วยเหลือยังมาไม่ถึง
ในทางปฏิบัติด้านการจัดการภัยพิบัติระดับสากล 72 ชั่วโมงแรก หรือ 3 วันหลังเกิดภัย คือช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด เนื่องจากเส้นทางคมนาคม ระบบสื่อสาร สัญญาณอินเทอร์เน็ต และระบบไฟฟ้ามักถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง เจ้าหน้าที่กู้ภัยและหน่วยงานภาครัฐต้องใช้เวลาในการประเมินความเสียหาย เคลียร์พื้นที่ และวางแผนกระจายความช่วยเหลือเข้าสู่จุดเกิดเหตุ
ดังนั้น ในช่วง 3 วันแรก ประชาชนจึงต้อง "พึ่งพาตนเอง" ให้ได้ 100% การมี กระเป๋าฉุกเฉิน (Emergency Bag) ที่พร้อมหยิบแล้ววิ่งได้ทันที จึงไม่ใช่เรื่องของการตื่นตระหนก แต่คือ "ประกันชีวิต" ที่จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้สูงที่สุด
เปิดเช็กลิสต์ 6 หมวดสิ่งของจำเป็นใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” มีอะไรบ้าง?
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดกฏการเอาตัวรอด 72 ชั่วโมง หรือ 3 วันหลังเกิดภัย ช่วงสำคัญที่สุดต่อการรอดชีวิตและระหว่างภาครัฐกระจายความช่วยเหลือเข้าพื้นที่ ท่องไว้ “เราต้องรอด”
ของใช้จำเป็น 6 หมวด มีอะไรบ้าง?
1. ยาและสุขภาพ ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว เอกสารประวัติการรักษา
ความสำคัญ ช่วยบรรเทาอาการป่วยกะทันหัน ป้องกันการติดเชื้อจากบาดแผล และช่วยให้ทีมแพทย์กู้ภัยรักษาได้อย่างถูกต้องแม่นยำ
2. อาหารและน้ำ เตรียมน้ำดื่ม 3 ลิตร/คน/วัน อาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน อาหารเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย
ความสำคัญ น้ำดื่มเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ ส่วนอาหารต้องให้พลังงานสูง เน้นรูปแบบที่เปิดทานได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ไฟปรุง
3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุทรานซิสเตอร์ นกหวีด เทียนไข ไฟแช็ก สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก
ความสำคัญ ใช้ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ (นกหวีด/ไฟฉาย) และวิทยุทรานซิสเตอร์จะกลายเป็นสื่อเดียวที่ใช้รับฟังข่าวสารเตือนภัยในวันที่สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตล้มเหลว
4. เอกสารและเงินสด สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบขับขี่ สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน กุญแจสำรอง และเงินสด ใส่ในถุงซิปล็อกกันน้ำ
ความสำคัญ ใช้ยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิช่วยเหลือหลังเกิดภัย และเงินสดเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อตู้ ATM หรือระบบสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันไม่สามารถใช้งานได้
5. สุขอนามัยส่วนบุคคล ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ
ความสำคัญ รักษาสุขอนามัยพื้นฐานและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่อในศูนย์อพยพหรือพื้นที่ภัยพิบัติ
6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม เสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม/ถุงนอน
ความสำคัญ ป้องกันภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำเกิน (Hypothermia) จากความเปียกชื้น สภาพอากาศแปรปรวน หรือความหนาวเย็นในยามค่ำคืน
ข้อควรจำระดับวิกฤติ จัดกระเป๋าอย่างไรไม่ให้กลายเป็นภาระ?
การจัดกระเป๋าฉุกเฉินไม่ได้หมายถึงการขนของทุกอย่างในบ้าน แต่คือ "การคัดสรรเฉพาะสิ่งที่จำเป็นที่สุด" โดย ปภ. เน้นย้ำข้อควรจำสำคัญ ดังนี้
- ใช้เมื่อต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง
- ใช้เมื่อต้องอยู่ในบ้านรอความช่วยเหลือ
- เพียงพอ น้ำหนักเบา หยิบแล้วไปได้ทันที
- ขั้นต่ำ น้ำดื่ม 3 ลิตร / อาหาร 3 มื้อ ต่อคน
- พอใช้ 72 ชั่วโมง เก็บเป็นคลังย่อยในบ้าน
ปภ. เตือนด่วน อย่าปล่อยให้ “กระเป๋าฉุกเฉิน” กลายเป็น “กระเป๋าขยะ”
ปภ.เตือนอย่าลืม ตรวจเช็คสิ่งของใน “กระเป๋าฉุกเฉิน” อยู่เสมอ ป้องกันการหมดอายุและชำรุด จนทำให้ไม่สามารถนำมาใช้งานได้เมื่อเกิดภัย“เตรียมพร้อมวันนี้อาจช่วยชีวิตได้ในวันหน้า” ตระหนัก แต่ไม่ตระหนก





