วันพฤหัสบดี ที่ 29 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปิดการจราจร 4 จุดใน 2 จังหวัด 'กาญจนบุรี-ประจวบฯ' เช็กเส้นทางที่นี่

กรมทางหลวง อัปเดตภัยพิบัติกระทบ 6 จังหวัด พบ 4 จุดใหญ่ในกาญจนบุรี-ประจวบฯ ยังสัญจรไม่ได้ เช็กเส้นทางตัดขาดและทางหลีกก่อนเดินทางที่นี่

ศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติ กรมทางหลวง รายงานสรุปสถานการณ์ภัยพิบัติและน้ำท่วมขังที่ส่งผลกระทบต่อโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ เพื่อแจ้งเตือนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน โดยจากการสำรวจและติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีเส้นทางทางหลวงได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรวม 6 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 14 แห่ง

จากการลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ส่งผลให้สามารถเปิดการจราจรและให้ประชาชน สัญจรผ่านได้แล้ว 10 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเส้นทางที่ได้รับความเสียหายหนักจน ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้อีก 4 แห่ง ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ปิดการจราจร 4 จุดใน 2 จังหวัด 'กาญจนบุรี-ประจวบฯ' เช็กเส้นทางที่นี่

เปิดรายละเอียด 4 จุดวิกฤต รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน โปรดหลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในจุดที่การจราจรตัดขาดและยังไม่สามารถผ่านได้ ดังนี้

จังหวัดกาญจนบุรี (จำนวน 1 แห่ง)

ทางหลวงหมายเลข 3480

  • ช่วงพื้นที่ กม.30+109 ถึง กม.30+121 อำเภอทองผาภูมิ

เกิดเหตุภัยพิบัติส่งผลกระทบต่อพื้นผิวจราจร รถทุกชนิดยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (จำนวน 3 แห่ง)

ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)

  • ช่วงพื้นที่ กม.348+097 ถึง กม.348+104 อำเภอทับสะแก (บริเวณจุดกลับรถ)
  • ช่วงพื้นที่ กม.358+906 ถึง กม.358+936 อำเภอทับสะแก (บริเวณจุดกลับรถ)

มีน้ำท่วมขังและดินสไลด์/ความเสียหายบริเวณจุดกลับรถ รถไม่สามารถสัญจรผ่านจุดกลับรถดังกล่าวได้

ทางหลวงหมายเลข 4372

  • ช่วงพื้นที่ กม.0+000 ถึง กม.0+495 อำเภอบางสะพาน บริเวณทางเข้าวังยาว–เพชรเกษมสายเก่า

เส้นทางได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยังไม่สามารถเปิดการจราจรได้

ปิดการจราจร 4 จุดใน 2 จังหวัด 'กาญจนบุรี-ประจวบฯ' เช็กเส้นทางที่นี่

กรมทางหลวงสั่งการเร่งระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและซ่อมแซมเส้นทาง

กรมทางหลวงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงที่รับผิดชอบ เร่งนำเครื่องจักรกล อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการจัดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางหลีก รวมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟเตือนจราจรอย่างชัดเจนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนน

ในส่วนของจุดที่สัญจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการทอดสะพานเบลีย์ (Bridge Bailey) หรือซ่อมแซมปรับปรุงพื้นผิวจราจรเบื้องต้น เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับมาเดินทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุดเมื่อระดับน้ำลดลงหรือสถานการณ์คลี่คลาย

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและผู้ใช้ทางหลวง

กรมทางหลวง ขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยดังต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เช็กข้อมูลสภาพอากาศและเส้นทางล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมฉับพลัน หรือดินโคลนถล่ม
  2. เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ลดความเร็วเมื่อต้องขับผ่านพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร หรือบริเวณใกล้เคียงจุดที่เกิดภัยพิบัติ
  3. ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟ และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงอย่างเคร่งครัด
  4. หลีกเลี่ยงการฝืนขับรถลุยน้ำ หากเจอจุดที่มีน้ำท่วมสูงหรือจุดที่ปิดการจราจร ไม่ควรฝืนขับรถผ่าน เนื่องจากอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

ช่องทางการติดตามสถานการณ์และติดต่อสอบถาม 24 ชั่วโมง

ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง สภาพการจราจร และเส้นทางหลีกได้แบบ Real-time ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้

ปิดการจราจร 4 จุดใน 2 จังหวัด 'กาญจนบุรี-ประจวบฯ' เช็กเส้นทางที่นี่