กรมทางหลวง อัปเดตภัยพิบัติกระทบ 6 จังหวัด พบ 4 จุดใหญ่ในกาญจนบุรี-ประจวบฯ ยังสัญจรไม่ได้ เช็กเส้นทางตัดขาดและทางหลีกก่อนเดินทางที่นี่
ศูนย์บริหารจัดการภัยพิบัติ กรมทางหลวง รายงานสรุปสถานการณ์ภัยพิบัติและน้ำท่วมขังที่ส่งผลกระทบต่อโครงข่ายทางหลวงทั่วประเทศ เพื่อแจ้งเตือนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับประชาชน โดยจากการสำรวจและติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่ามีเส้นทางทางหลวงได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติรวม 6 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 14 แห่ง
จากการลงพื้นที่แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนของเจ้าหน้าที่กรมทางหลวง ส่งผลให้สามารถเปิดการจราจรและให้ประชาชน สัญจรผ่านได้แล้ว 10 แห่ง อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเส้นทางที่ได้รับความเสียหายหนักจน ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้อีก 4 แห่ง ในพื้นที่ 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เปิดรายละเอียด 4 จุดวิกฤต รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่ภาคตะวันตกและภาคใต้ตอนบน โปรดหลีกเลี่ยงหรือเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในจุดที่การจราจรตัดขาดและยังไม่สามารถผ่านได้ ดังนี้
จังหวัดกาญจนบุรี (จำนวน 1 แห่ง)
ทางหลวงหมายเลข 3480
- ช่วงพื้นที่ กม.30+109 ถึง กม.30+121 อำเภอทองผาภูมิ
เกิดเหตุภัยพิบัติส่งผลกระทบต่อพื้นผิวจราจร รถทุกชนิดยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (จำนวน 3 แห่ง)
ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม)
- ช่วงพื้นที่ กม.348+097 ถึง กม.348+104 อำเภอทับสะแก (บริเวณจุดกลับรถ)
- ช่วงพื้นที่ กม.358+906 ถึง กม.358+936 อำเภอทับสะแก (บริเวณจุดกลับรถ)
มีน้ำท่วมขังและดินสไลด์/ความเสียหายบริเวณจุดกลับรถ รถไม่สามารถสัญจรผ่านจุดกลับรถดังกล่าวได้
ทางหลวงหมายเลข 4372
- ช่วงพื้นที่ กม.0+000 ถึง กม.0+495 อำเภอบางสะพาน บริเวณทางเข้าวังยาว–เพชรเกษมสายเก่า
เส้นทางได้รับผลกระทบอย่างหนัก ยังไม่สามารถเปิดการจราจรได้
กรมทางหลวงสั่งการเร่งระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือและซ่อมแซมเส้นทาง
กรมทางหลวงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่ ได้แก่ แขวงทางหลวง และหมวดทางหลวงที่รับผิดชอบ เร่งนำเครื่องจักรกล อุปกรณ์ และกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการจัดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทางหลีก รวมทั้งติดตั้งสัญญาณไฟเตือนจราจรอย่างชัดเจนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้รถใช้ถนน
ในส่วนของจุดที่สัญจรไม่ได้ เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการทอดสะพานเบลีย์ (Bridge Bailey) หรือซ่อมแซมปรับปรุงพื้นผิวจราจรเบื้องต้น เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับมาเดินทางได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยที่สุดเมื่อระดับน้ำลดลงหรือสถานการณ์คลี่คลาย
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและผู้ใช้ทางหลวง
กรมทางหลวง ขอความร่วมมือให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามแนวทางความปลอดภัยดังต่อไปนี้
- ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง เช็กข้อมูลสภาพอากาศและเส้นทางล่วงหน้าเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย น้ำท่วมฉับพลัน หรือดินโคลนถล่ม
- เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ ลดความเร็วเมื่อต้องขับผ่านพื้นที่ที่มีฝนตกหนัก มีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร หรือบริเวณใกล้เคียงจุดที่เกิดภัยพิบัติ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด สังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟ และปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและเจ้าหน้าที่หมวดทางหลวงอย่างเคร่งครัด
- หลีกเลี่ยงการฝืนขับรถลุยน้ำ หากเจอจุดที่มีน้ำท่วมสูงหรือจุดที่ปิดการจราจร ไม่ควรฝืนขับรถผ่าน เนื่องจากอาจเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้
ช่องทางการติดตามสถานการณ์และติดต่อสอบถาม 24 ชั่วโมง
ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารการรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง สภาพการจราจร และเส้นทางหลีกได้แบบ Real-time ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
- ระบบติดตามภัยพิบัติกรมทางหลวง (HDMS)
- สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่าย ตลอด 24 ชั่วโมง)





