สทนช. เตือนภัย! ส่องปริมาณน้ำ 4 เขื่อนใหญ่ทั่วประเทศพุ่งสูง เร่งบริหารจัดการน้ำด่วน เตือนประชาชนพื้นที่ท้ายเขื่อนเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 29 ตุลาคม 2569 เผยภาคใต้และภาคใต้ตอนบน เจอฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยเฉพาะ จ.สงขลา วัดปริมาณฝนสูงสุดแตะ 229 มม. พร้อมออกประกาศเตือนภัย 8 จังหวัดริมแม่น้ำและพื้นที่ชายฝั่ง เฝ้าระวังระดับน้ำทะเลหนุนสูงและน้ำไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่เสี่ยงจนถึงวันที่ 30 ต.ค. นี้ ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศพุ่งสูงถึง 82% ของความจุ
ภาคใต้ฝนตกหนัก สงขลาแชมป์ฝนสูงสุด 229 มิลลิเมตร
รายงานสถานการณ์ฝนตกสูงสุดรายภาคจาก สทนช. พบว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พื้นที่ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยจังหวัดที่วัดปริมาณฝนสะสมได้สูงสุด ได้แก่ จ.สงขลา สูงถึง 229 มิลลิเมตร ตามมาด้วยภาคตะวันตกที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ วัดได้ 167 มิลลิเมตร
ภาพรวมสถานการณ์ฝนรายภาคอื่นๆ มีดังนี้
- ภาคใต้ จ.สงขลา (229 มม.)
- ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ (167 มม.)
- ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร (41 มม.)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) จ.อุบลราชธานี (41 มม.)
- ภาคเหนือ จ.น่าน (29 มม.)
- ภาคตะวันออก จ.ปราจีนบุรี (16 มม.)
สภาพอากาศและแนวโน้มล่วงหน้า (30 ต.ค. - 3 พ.ย. 69)
สภาพอากาศในวันนี้ พื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในขณะที่ประเทศไทยตอนบน โดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นต่อเนื่อง
สำหรับ การคาดการณ์ช่วงวันที่ 30 ตุลาคม - 3 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยตอนบนจะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น กระทั่งมวลอากาศเย็นเริ่มแผ่ลงมา ส่วนพื้นที่ภาคใต้แม้ว่าแนวโน้มฝนจะเริ่มลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักสะสมในบางพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน
สทนช. ประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวัง "น้ำทะเลหนุนสูง" 28 - 30 ต.ค. 69
สทนช. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังปรากฏการณ์ น้ำทะเลหนุนสูง ในช่วงวันที่ 28 - 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นผลมาจากความกดอากาศสูงกำลังปานกลางถึงแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมฝ่ายตะวันออกพัดปกคลุม และเกิดคลื่นลมกำลังแรงในอ่าวไทย
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลดันให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และทำให้ระดับน้ำบริเวณปากแม่น้ำที่เชื่อมต่อกับทะเลปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อาจส่งผลให้น้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ริมแม่น้ำสำคัญ ได้แก่
- แม่น้ำบางปะกง
- แม่น้ำเจ้าพระยา
- แม่น้ำท่าจีน
- แม่น้ำแม่กลอง
พื้นที่เสี่ยงภัยและเส้นทางคมนาคมที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
สทนช. ขอให้หน่วยงานในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรสาคร, นครปฐม และสมุทรสงคราม เตรียมพร้อมรับมือและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในจุดเสี่ยงสำคัญ
- ชุมชนนอกแนวคันกั้นน้ำ และพื้นที่ที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร
- เส้นทางสัญจรทางบก ที่อาจมีน้ำทะเลหนุนท่วมขัง ได้แก่ ถนนสุขุมวิท, ถนนสุขสวัสดิ์ และถนนพระราม 2
รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ พุ่งแตะ 82%
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนขนาดใหญ่ทั่วประเทศ ขณะนี้มีปริมาณน้ำสะสมรวม 66,646 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 82% ของความจุเก็บกักรวม โดยแบ่งเป็นปริมาณน้ำใช้การได้จริง 42,519 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 75% ของความจุเก็บกักรวม) ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์เกือบเต็มความจุ และต้องบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน
สรุปสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำ แยกตามรายภาค
เมื่อพิจารณาปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำรายภาค พบว่าภาคตะวันตกและภาคตะวันออกมี ปริมาณน้ำสะสมอยู่ในระดับสูงมากใกล้เต็มความจุ
- ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,114 ล้าน ลบ.ม. (77% ของความจุเก็บกัก)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,376 ล้าน ลบ.ม. (69% ของความจุเก็บกัก)
- ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,368 ล้าน ลบ.ม. (73% ของความจุเก็บกัก)
- ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,832 ล้าน ลบ.ม. (89% ของความจุเก็บกัก)
- ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,488 ล้าน ลบ.ม. (97% ของความจุเก็บกัก)
- ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,468 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุเก็บกัก)
ส่องสถานการณ์ 2 เขื่อนหลักในภาคใต้
ด้านสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนหลัก 2 แห่งในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่รับมือฝนตกหนักในขณะนี้
- เขื่อนรัชชประภา (จ.สุราษฎร์ธานี) มีปริมาณน้ำสะสม 4,278 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 76% ของความจุเก็บกัก ยังคงมีศักยภาพในการรองรับน้ำเพิ่มได้ แต่ต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสมเหนือเขื่อน
- เขื่อนบางลาง (จ.ยะลา) มีปริมาณน้ำสะสม 770 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 53% ของความจุเก็บกัก สภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง สามารถรองรับน้ำฝนในช่วงมรสุมภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อแนะนำสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย
- ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ประชาชนในพื้นที่ 8 จังหวัดเสี่ยงภัยน้ำทะเลหนุนสูง และพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง ควรติดตามการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาและ สทนช. อย่างสม่ำเสมอ
- ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง บ้านเรือนที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำถาวร ควรเตรียมยกของขึ้นที่สูง และตรวจสอบระบบปลั๊กไฟเพื่อความปลอดภัย
- วางแผนการเดินทาง สังเกตและหลีกเลี่ยงการสัญจรในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนสายหลักอย่าง สุขุมวิท, สุขสวัสดิ์ และพระราม 2 ในช่วงเวลาที่น้ำทะเลหนุนสูง
- เกษตรกรและผู้เลี้ยงสัตว์น้ำ ควรเสริมแข็งแรงให้คันกั้นน้ำบริเวณบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำริมแม่น้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำเอ่อล้น





