วันเสาร์ ที่ 31 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับตา 3 ยุทธศาสตร์ไทย! เตรียมตั้งศูนย์ชิป 8 แห่ง-ลุยอวกาศ NASA

เปิดแผน "Thailand² Nation of Master" ชู 3 ยุทธศาสตร์ ดึงต่างชาติตั้งศูนย์ชิป 8 แห่ง ลุยอวกาศร่วม NASA พลิกไทยสู่นวัตกรรมสร้างชาติ

วันนี้ (29 ต.ค. 69) ที่ประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สภานโยบาย อววน.) ครั้งที่ 4/2569 มีมติเห็นชอบแผนงานระดับชาติ "Thailand² Nation of Master" ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ประเทศไทยสามารถคิดค้นและสร้างขึ้นเองได้ เพื่อนำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพิ่มมูลค่าให้สินค้าไทย สร้างงานทักษะสูง และกระจายโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน

ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยรายละเอียดว่า แผนงานระดับชาติดังกล่าวจะขับเคลื่อนผ่าน 3 ยุทธศาสตร์หลัก ครอบคลุมอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ได้แก่ Siam Silica, Siam Medica และ Siam Terra

เจาะลึก 3 ยุทธศาสตร์หลัก ดันไทยสู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคต

1. Siam Silica บุกตลาดเซมิคอนดักเตอร์และชิปขั้นสูง

ยุทธศาสตร์แรกมุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรม เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) หรือชิป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

  • เป้าหมายเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาชิปแสง การจัดการพลังงาน การออกแบบชิป และเทคโนโลยีการประกอบชิปขั้นสูง
  • เป้าหมายเศรษฐกิจ ดึงดูดบริษัทข้ามชาติมาตั้ง ศูนย์ออกแบบชิปในประเทศไทยรวม 8 แห่ง ภายในปี 2573
  • การเติบโต บ่มเพาะและส่งเสริมธุรกิจสตาร์ทอัพ (Startup) ด้านเทคโนโลยีของไทย เพื่อสร้างกำลังคนทักษะสูงและดึงดูดเงินทุนจากต่างประเทศ

2. Siam Medica ยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพและเวลเนสระดับโลก

ยุทธศาสตร์ที่สองยกระดับอุตสาหกรรมสุขภาพทางการแพทย์และเวลเนส (Health & Wellness) โดยใช้จุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติและชีวภาพของไทย

  • การต่อยอดเทคโนโลยี นำสมุนไพรและวัตถุดิบท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) เพื่อพัฒนายา ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เครื่องมือแพทย์ และการรักษาแบบแม่นยำจำเพาะบุคคล (Personalized Medicine)
  • โครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาระบบข้อมูลสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Data) พร้อมผลักดันสิทธิประโยชน์การลงทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจสุขภาพไทยและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระดับสากล

3. Siam Terra ปรับโฉมภาคเกษตรสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง

ยุทธศาสตร์ที่สามมุ่งเปลี่ยนผ่านภาคการเกษตรจากการขายผลผลิตขั้นพื้นฐาน ไปสู่สินค้าเกษตรและอาหารมูลค่าสูง (High-value Agriculture)

  • นวัตกรรมเกษตรและอาหาร ประยุกต์ใช้เกษตรอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตทางชีวภาพ (Biomanufacturing)
  • กลไกเร่งรัด จัดตั้งพื้นที่ทดลองความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Sandbox) พัฒนาระบบบริการเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) เพื่อเร่งการปรับปรุงพันธุ์พืชด้วยเทคโนโลยีแม่นยำ
  • ลดขั้นตอนอนุมัติ ลดขั้นตอนการรับรองคุณประโยชน์ด้านสุขภาพของอาหารอนาคต (Future Food) และสมุนไพร
  • สุขภาพสัตว์ พัฒนาโรงงานผลิตวัคซีนสัตว์ เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพสัตว์ (Animal Health Hub) ของอาเซียน

การพัฒนาคนและกรอบนโยบายความร่วมมือ 10 กระทรวง

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การขับเคลื่อนทั้ง 3 ยุทธศาสตร์จะสำเร็จได้ต้องดำเนินควบคู่ไปกับการ "พัฒนาคน" โดยส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และการยกระดับทักษะ (Upskill/Reskill) ให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่ พร้อมนำงานวิจัยขั้นสูงจากห้องปฏิบัติการไปต่อยอดให้เกิดการใช้งานจริง เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าสู่อาชีพที่มีรายได้สูงขึ้น และช่วยให้ผู้ประกอบการไทยแข่งขันในตลาดโลกได้

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบ หลักการของกรอบนโยบายด้าน อววน. การอุดมศึกษา และวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ทั้ง 10 กระทรวง ภายใต้สภานโยบายฯ มีทิศทางการทำงานที่บูรณาการร่วมกัน โดยมุ่งเน้นให้นวัตกรรมสามารถนำมาใช้นำทางเศรษฐกิจ สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่าสินค้า ยกระดับคุณภาพชีวิต และแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

ดัน "บัญชีนวัตกรรมไทย" และเทคโนโลยีขั้นสูงแก้ปัญหาประเทศ

เพื่อรองรับการเติบโตเชิงพาณิชย์ ที่ประชุมเห็นชอบแนวทางเร่งรัดการขึ้นทะเบียน บัญชีนวัตกรรมไทย เพื่อเปิดทางให้หน่วยงานภาครัฐสามารถนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของฝีมือคนไทยไปจัดซื้อจัดจ้างและใช้งานได้จริง รวมถึงส่งเสริมให้มหาวิทยาลัยจัดตั้งกลุ่มบริษัทเพื่อร่วมลงทุนต่อยอดงานวิจัยเป็นธุรกิจ พร้อมทั้งวางมาตรฐานด้านเศรษฐกิจควอนตัม (Quantum Economy) เพื่อรองรับความร่วมมือกับต่างประเทศในอนาคต

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังได้อนุมัติโครงการเทคโนโลยีขั้นสูงที่มุ่งแก้ไขปัญหาสำคัญของประเทศและขับเคลื่อนงานระดับโลก ดังนี้

  1. ระบบเฝ้าระวังไฟป่า พัฒนาเครื่องตรวจจับความร้อนและเซนเซอร์โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) เพื่อตรวจจับจุดความร้อน (Hotspots) และเพิ่มความรวดเร็วในการรับมือปัญหาไฟป่าและฝุ่นควัน
  2. ภารกิจสำรวจอวกาศ Artemis ผลักดัน 3 โครงการวิจัยของนักวิจัยไทยเข้าร่วมภารกิจสำรวจอวกาศ Artemis ร่วมกับองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA)
  3. การประยุกต์ใช้ AI ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เป็นเครื่องมือเร่งการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศในทุกมิติ

มติจากที่ประชุมสภานโยบาย อววน. ครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากเดิมที่พึ่งพาการรับจ้างผลิต ไปสู่การเป็น "Nation of Master" หรือประเทศที่สามารถสร้างสรรค์ นำนวัตกรรม และบริหารจัดการเทคโนโลยีได้ด้วยตนเอง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างโอกาสทางอาชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยได้อย่างยั่งยืน